ตำรวจทุกหน่วยบนเกาะภูเก็ตเป็นแค่หนังหน้าไฟ …!!! กระทรวงท่องเที่ยวฯ เจ้าภาพหลัก ต้องเร่งออกหน้า จัดระเบียบป้องกัน เรียกศรัทธาจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกกลับมาสู่เกาะภูเก็ตเหมือนเดิม

983

​ ​อย่าปล่อยให้นักท่องเที่ยวถ่อยทะลักเข้ามาเกาะแห่งสวรรค์ เอะอะโยนให้ตำรวจ หวั่นภูเก็ตเมืองน่าเที่ยวยอดฮิต จะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเสื่อมโทรม

พลันที่ผู้ประกาศข่าวอ่านพาดหัวข่าวว่านักท่องเที่ยวต่างชาติเมาเดินแก้ผ้า หรือนักท่องเที่ยวต่างชาติทำอนาจารโจ่งแจ้ง ก่อนที่จะบอกถึงรายละเอียด เชื่อว่าเสียงในหัวของคนส่วนใหญ่จะดัง “ภูเก็ตอีกแล้วเหรอ” พอผู้ประกาศข่าวอ่านรายละเอียดก็เป็นไปตามคาด

เนื่องจากที่ผ่านมา ข่าวลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นในแหล่งท่องเที่ยวเมืองภูเก็ตบ่อยมาก อาทิ นักท่องเที่ยวต่างชาติเมากัญชาเดินแก้ผ้าโชว์กลางถนน หรือนักท่องเที่ยวต่างชาติร่วมรักกันแบบโจ่งแจ้งริมหาดแบบไม่แคร์สายตาชาวบ้าน

ล่าสุดเกิดเหตุนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสเมา เกิดอารมณ์ทางเพศร่วมรักกันบนรถตุ๊กตุ๊ก หรือสดๆ ร้อนๆ สื่อโซเชียลโพสต์คลิปกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเมาทะเลาะวิวาทกันอย่างรุนแรง ย่านท่องเที่ยวชื่อดังของ อ.กะทู้ บานปลายถึงขั้นลงไม้ลงมือ กระทืบจนบาดเจ็บสาหัส

เหตุการณ์เหล่านี้ล้วนแต่ฉุดภาพลักษณ์เมืองภูเก็ต ไข่มุกแห่งอันดามัน ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกใฝ่ฝันอยากบินมาสัมผัสความงามของธรรมชาติและวัฒนธรรมที่หลากหลายถดถอยลง ส่งผลให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติที่มีกำลังซื้อกำลังจ่าย เมื่อถึงฤดูกาลท่องเที่ยวจะตัดสินใจมุ่งตรงเมืองภูเก็ตทันที ต้องกลับมาชั่งใจว่าจะไปเมืองท่องเที่ยวอื่นที่มีภาพลักษณ์ดีกว่าไหม ?

ซึ่งชาวภูเก็ตส่วนใหญ่เริ่มหวาดหวั่นว่าหากปล่อยให้เหตุการณ์นักท่องเที่ยวเมายาอาละวาด หรือเสพกามตามที่สาธารณะ หรือก่อเหตุทำร้ายกันบ่อยๆ ภูเก็ตอาจจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เสื่อมโทรม กลายเป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวที่ไร้คุณภาพ

ชาวภูเก็ตคนหนึ่งเล่าว่านับแต่รัฐบาลมีนโยบายขายใบกระท่อมและกัญชาถูกกฎหมาย นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ไร้คุณภาพหลั่งไหลมาจำนวนมาก มีเป้าหมายหลักคือเสพยาเสพติดมากกว่าที่จะเดินทางท่องเที่ยว ยิ่งรัฐบาลเปิดฟรีวีซ่าเท่ากับสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เข้าประเทศมากขึ้น มีแต่สร้างความเสียหายมากกว่ากระตุ้นเศรษฐกิจ แถมทำให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติที่มีกำลังซื้อหนีหายไปอีกด้วย

ชาวภูเก็ตคนเดิมบอกว่าเมืองภูเก็ตมีปัญหาที่หลากหลาย ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนร่วมกันแก้ไข แต่ปัญหาเหล่านั้นไม่สร้างผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวโดยตรง เพราะซ่อนอยู่ในกลุ่มคนที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้สื่อสารสู่สาธารณชน และมีการแก้ไขกันอย่างต่อเนื่อง

“แต่เหตุที่เกิดไม่เว้นแต่ละวัน ล้วนเป็นเหตุเกี่ยวกับอาชญากรรมที่ถูกนำเสนอสู่สาธารณะ สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยว อันเป็นหัวใจหลักของเมืองภูเก็ต เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าที่สามารถป้องกันไม่ให้เกิดได้ ซึ่งตำรวจเองจะทำหน้าที่ได้แค่เพียงแก้ไขฯ ทั้งที่รัฐบาลรู้ทั้งรู้ว่ามันป้องกันได้” ชาวภูเก็ตระบุ

ชาวภูเก็ตระบุอีกว่าปัญหาในภาพรวมต้องรอรัฐบาลชุดใหม่เร่งแก้ไขในทุกมิติ แต่ในภาวะนี้ตำรวจคือยาหม้อใหญ่ จะช่วยบรรเทาอาการไม่ให้ทรุดหนักกว่าเดิม ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มแข็ง ซึ่งในภูเก็ตมีตำรวจเกือบทุกหน่วย ไม่ว่าจะเป็นตำรวจท้องที่ ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจสอบสวนกลาง ทั้งตำรวจน้ำและทางหลวง รวมถึงตำรวจสันติบาล ทุกหน่วยปฏิบัติหน้าที่เข้าขากันด้วยดีตลอดมา

“แต่ถ้าปกครอง กรมการท่องเที่ยว ร่วมมือกับ ป.ป.ส. กอ.รมน. ออกหน้าวางมาตรการป้องกัน คัดสรรแต่นักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ มีอำนาจการใช้จ่ายสูง จะช่วยฉุดรั้งไม่ให้ภูเก็ตกลายเป็นเมืองสวรรค์ของนักท่องเที่ยวเหมือนเดิม

อย่าให้นักท่องเที่ยวคุณภาพต่ำทะลักเข้ามาในภูเก็ต หรือเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ ตามหลักเกณฑ์ที่รัฐบาลเป็นคนกำหนดขึ้นมา เช่น ฟรีวีซ่า ปล่อยให้บริษัททัวร์คุณภาพต่ำรับทัวร์ไร้คุณภาพ ไม่สนใจภาพลักษณ์ เมืองภูเก็ตที่โด่งดังไปทั่วโลกก็จะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เสื่อมโทรมได้ เพียงทำให้นักท่องเที่ยวเกรดเอทุกคนรู้สึกว่า เมื่อมาเยือนภูเก็ตแล้วปลอดภัย ไม่ต้องผวากับภัยอาชญากรรมรูปแบบต่างๆ”

ชาวภูเก็ตคนเดิมระบุ และว่าชาวภูเก็ตไม่ได้คาดหวังอะไรที่สูงแบบต้องปลอดอาชญากรรม ขอเพียงให้หน่วยงานระดับรัฐบาลต้องวางมาตรการเข้มถึงต้นเหตุที่ก่อให้เกิดเหตุทั้งอาชญากรรมและอนาจารเป็นพอ

ฝากรัฐบาลชุดใหม่ที่กำลังจะเลือกตั้ง ต้องเข้ามาแก้ไขปัญหานี้ให้ได้!! ไม่ใช่เอะอะพอเกิดอาชญากรรมก็โยนให้เป็นของตำรวจเพียงหน่วยเดียว “คงไม่สำเร็จ ตำรวจซึ่งเป็นหนังหน้าไฟ จะได้มีเวลาไปเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ปกป้องชีวิตและทรัพย์สินให้กับพี่น้องประชาชนให้เกิดความผาสุก เพื่อจะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี นั่นคือสิ่งที่คนภูเก็ตต้องการ”