“พีระพันธุ์” ขอชาวชาวบางระกำเลือก “ณัฏฐปีญา เบอร์ 6” ช่วยแก้ปัญหาปากท้อง ชูข้าวตันละ 15,000 บาท ลดราคาน้ำมัน-ค่าไฟฟ้า สวัสดิการถ้วนหน้า 1,500 บาท

157

พิษณุโลก, วันที่ 2 กุมภาพันธ์ – นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เดินทางไปช่วย นางสาวณัฏฐปีญา แครบทรี ผู้สมัคร สส. จังหวัดพิษณุโลก เขต 4 เบอร์ 6 หาเสียงเลือกตั้ง ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก มีประชาชนจำนวนมากมารอต้อนรับและให้กำลังใจอย่างอบอุ่น โดยนายพีระพันธุ์ได้เดินทางไปยังวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สักการะพระพุทธชินราช เพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นเดินทางต่อไปยังวัดราชบูรณะ พระอารามหลวง เพื่อกราบนมัสการพระครูสิทธิธรรมวิภัช หรือหลวงพ่อสำลี รักษาการเจ้าอาวาส

ต่อมา นายพีระพันธุ์ได้เดินทางไปยังตลาดบางระกำ อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก โดยช่วงหนึ่งของการลงพื้นที่ ผู้ที่มารอต้อนรับได้แสดงความดีใจที่ได้พบนายพีระพันธุ์ จนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ พร้อมเข้าสวมกอดและกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้เจอท่านตัวจริง ขอให้สู้เพื่อประเทศนะ” ซึ่งนายพีระพันธุ์ได้รับปากว่าจะสู้ต่อไป ท่ามกลางเสียงเชียร์และกำลังใจจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ พ่อค้าแม่ค้า รวมถึงเกษตรกรที่นำพืชผลมาจำหน่ายในตลาดบางระกำ ได้สะท้อนปัญหาความเดือดร้อนในพื้นที่ โดยระบุว่ากำลังประสบปัญหาภาระหนี้สิน จากราคาพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ำ ปุ๋ยมีราคาสูง ขณะที่ข้าวขายได้เพียงเกวียนละไม่กี่พันบาท เนื่องจากถูกพ่อค้าคนกลางกดราคา ซึ่งนายพีระพันธุ์กล่าวว่า พรรครวมไทยสร้างชาติมีนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว โดยการวางระบบให้ชาวนามีรายได้ประมาณ 15,000 บาทต่อตัน ผ่านการให้ภาครัฐร่วมลงทุนจัดตั้งโรงสี รับซื้อข้าวเข้าสู่ระบบ เพื่อนำไปแปรรูปและจำหน่ายในราคาประมาณกิโลกรัมละ 30 บาท ซึ่งเมื่อคำนวณแล้ว ชาวนาจะมีรายได้จากการขายข้าวสารมากกว่า 200,000 บาทต่อรอบการผลิต และยังมีรายได้เพิ่มเติมจากการจำหน่ายแกลบและรำข้าวอีกประมาณ 75,000 บาท ช่วยยกระดับรายได้และเปลี่ยนบทบาทชาวนาไทยให้เป็นผู้ประกอบการอย่างแท้จริง

ขณะเดียวกัน นายพีระพันธุ์ยังกล่าวถึงนโยบายด้านพลังงาน ตั้งเป้าลดราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลลงเหลือลิตรละ 25 บาท และควบคุมค่าไฟฟ้าไม่ให้เกินหน่วยละ 3.30 บาท รวมถึงการเพิ่มเบี้ยสวัสดิการผู้สูงอายุและผู้พิการเป็น 1,500 บาทต่อเดือนทุกช่วงอายุ และหากเป็นผู้ที่เคยเสียภาษี จะได้รับเพิ่มอีก 500 บาท รวมเป็น 2,000 บาทต่อเดือน เพื่อช่วยบรรเทาค่าครองชีพ ยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างหลักประกันความมั่นคงให้ประชาชนอย่างทั่วถึง