กกต.ศรัทธาหล่น—เลือกตั้งพลาดซ้ำ ใครรับผิดชอบต่อเสียงประชาชน

527

เลือกตั้งไม่ใช่งานทดลอง ต้องรับผิด ไม่ใช่แค่รับทราบ เสียงไม่ควรหายไปกับความพลาด—ถึงเวลา กกต.ต้องตอบตรง ๆ

การเลือกตั้งล่วงหน้า 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กำลังส่งสัญญาณอันตรายต่อระบบประชาธิปไตยไทย ไม่ใช่เพราะผลคะแนนของพรรคใด แต่เพราะกระบวนการที่ควรปกป้องสิทธิประชาชน กลับเต็มไปด้วยข้อบกพร่องที่ไม่ควรเกิด

เมื่อความผิดพลาดอย่างน้อย 9 ประเด็น ถูกสะท้อนจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ตั้งแต่เอกสารเลือกตั้งผิด รหัสเขตคลาดเคลื่อน ระบบลงทะเบียนที่ทำให้ผู้ใช้สิทธิเข้าใจว่าดำเนินการสำเร็จ แต่กลับไม่สามารถลงคะแนนได้จริง ผู้สูงอายุสับสนกับบัตรหลายใบ ข้อมูลผู้สมัครผิดปี คิวอาร์โค้ดพาไปคนละการเลือกตั้ง ไปจนถึงปัญหาทะเบียนบ้านและเอกสารประจำตัว

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ “พลาดหรือไม่”แต่คือ เหตุใดความผิดพลาดระดับโครงสร้างเช่นนี้จึงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า​ และที่สังคมจับตามองยิ่งกว่า คือบทบาทของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในการแสดงความรับผิดชอบต่อสถานการณ์ดังกล่าว

ต้องย้ำให้ชัด การตั้งคำถามต่อ กกต. ไม่ใช่การกล่าวหา แต่เป็นสิทธิของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยเมื่อองค์กรตามรัฐธรรมนูญมีอำนาจโดยตรงต่อ “ความหมายของหนึ่งเสียง”

การชี้แจงเชิงเทคนิค การอธิบายขั้นตอน หรือการระบุว่าเป็นความคลาดเคลื่อนของเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ อาจเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบ แต่ยังไม่ใช่คำตอบทั้งหมดเพราะการเลือกตั้งไม่ใช่งานเอกสารทั่วไป มันไม่สามารถแก้ไขย้อนหลังไม่สามารถคืนเสียงที่หายไป และไม่สามารถขอให้ประชาชน “เข้าใจ” แทนสิทธิที่สูญเสีย

สิ่งที่สังคมต้องการในเวลานี้ คือความชัดเจนในเชิงสถาบัน ไม่ใช่เพียงการ “รับทราบปัญหา” แต่คือการรับผิดชอบต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ใช้สิทธิ

อย่างน้อยที่สุด กกต.ควรออกมาชี้แจงต่อสาธารณะอย่างเป็นระบบว่า ความผิดพลาดแต่ละกรณีเกิดจากขั้นตอนใด มีประชาชนได้รับผลกระทบจำนวนเท่าใด
มีมาตรการป้องกันอย่างไรสำหรับวันเลือกตั้งใหญ่ และมีการทบทวนกลไกภายในเพื่อไม่ให้เกิดซ้ำหรือไม่

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ข้อเรียกร้องเกินเลยแต่เป็นมาตรฐานขั้นต่ำขององค์กรที่ทำหน้าที่ดูแลการเลือกตั้ง ในทางกลับกัน ความเงียบ หรือการสื่อสารที่ลดทอนปัญหา อาจทำให้สังคมตั้งคำถามหนักขึ้นว่า ระบบที่ควรสร้างความเชื่อมั่น กำลังทำตรงกันข้ามหรือไม่

ต้องยอมรับความจริงว่าศรัทธาของประชาชนไม่ได้พังเพราะข่าวลือ แต่พังเพราะประสบการณ์ตรงที่พบความไม่แน่นอนในกระบวนการใช้สิทธิ

การออกมายอมรับความผิดพลาดเชิงระบบ ไม่ใช่การยอมรับความผิดทางกฎหมาย แต่คือการยืนยันว่าคะแนนเสียงของประชาชนมีค่ามากพอให้ผู้มีอำนาจต้องรับผิดชอบ​ หากการเลือกตั้งยังสะดุด หากคำถามยังไร้คำตอบ และหากความรับผิดยังไม่ปรากฏเป็นรูปธรรม

ศรัทธาที่หล่นหายไปอาจไม่ใช่เรื่องของ “ความรู้สึก” แต่จะกลายเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของประชาธิปไตยไทยในระยะยาว เพราะในท้ายที่สุด​ การเลือกตั้งจะยุติธรรมได้ ก็ต่อเมื่อผู้จัดการเลือกตั้งยอมรับการตรวจสอบได้อย่างแท้จริง