กองทุนปลากะพงขาวเวิร์ก! สมุทรสงครามลุยต่อปี 2 คุมปลาหมอคางดำ สร้างรายได้ยั่งยืน

144

ฟีดแบ็กเกษตรกรดีเกินคาด ปลากะพงโตไว กำจัดปลาหมอคางดำได้จริง ประมงสมุทรสงครามขยายผล “กองทุนปลากะพงขาว” ปีที่ 2 เดินหน้าธรรมชาติกำจัดธรรมชาติ เพิ่มรายได้ชุมชน ควบคู่ฟื้นระบบนิเวศ

หลังจากปลาหมอคางดำ เข้ามาระบาดทั่วไปในแม่น้ำลำคลองบ้านเรา จนกลายเป็นปัญหาระดับชาติ กระทบต่อระบบนิเวศไทย การปล่อยปลานักล่าอย่างปลากะพงขาว เป็นหนึ่งในวิธีจำกัดการแพร่พันธุ์ที่ได้ผลดีมาก เพราะผลพวงนอกจากการรณรงค์ให้จับปลาหมอคางดำมาทำเมนูต่างๆ ส่งผลให้เกษตรกรและชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้นแล้ว ปลากะพงขาวราคาแพง จะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เกษตรกรจับได้ตามธรรมชาติในอนาคตอันใกล้

จ.สมุทรสงคราม เป็นจังหวัดหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากปลาหมอคางดำ แล้วนำปลากะพงขาวมาปล่อยให้กอนลูกปลาหมอคางดำ โดยจัดตั้งเป็นกองทุนปลากะพงขาว แจกจ่ายลูกปลากะพงขาวแก่เกษตรกร จนประสบความสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ เกษตรกรและชาวบ้านได้ทั้งรายได้จากปลาหมอคางดำ โดยเฉพาะการนำมาแปรรูป และรายได้รวมถึงอาหารชั้นยอดอย่างปลากะพงขาว ประมงจังหวัดสมุทรสงคราม จึงตัดสนใจขยายผลโครงการ “กองทุนปลากะพงขาว” เป็นปีที่ 2 เพื่อสานความสำเร็จ และจัดการปลาหมอคางดำให้สิ้นซาก
จนเมื่อเร็วๆ นี้ นายนิรุตน์ เถาแตง ประธานกลุ่มเกษตรกรฯ ” หมู่ที่ 4 ต.ยี่สาร อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม นำคณะเกษตรกรมอบรายได้จากการจำหน่ายปลากะพง ภายใต้โครงการ“กองทุนปลากะพงขาว” แก่ประมงจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อไปสมทบกองทุนฯ เพื่อใช้จัดหาลูกพันธุ์ปลากะพงขาวแจกจ่ายให้สมาชิกรายอื่น ใช้กำจัดลูกปลาหมอคางดำด้วยวิถีธรรมชาติ

ตามที่ประมงจังหวัดสมุทรสงครามได้คิกออฟกองทุนปลากะพงขาวเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ช่วยเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในการสร้างอาชีพเพิ่มรายได้ มอบลูกพันธุ์ปลากะพงขาวรวม 10,000 ตัว ให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์เข้าร่วมโครงการฯ 14 ราย พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ รวม 478.5 ไร่ นอกจากช่วยเสริมสร้างรายได้แล้ว ยังช่วยกำจัดปลาหมอคางดำในบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของเกษตรกรใช้หลักการ “ธรรมชาติกำจัดธรรมชาติ” (Biological Control)

นายนิรุตน์ เถาแตง ประธานกลุ่มเกษตรกร เล่าว่า สมาชิกกลุ่มที่เข้าร่วมโครงการกองทุนปลากะพงขาว มีความพึงพอใจต่อการดำเนินการในครั้งนี้มาก เนื่องจากลูกพันธุ์ปลากะพงขาวที่ได้รับมีความแข็งแรง โตไว และมีขนาดที่เหมาะสมในการปล่อยลงเลี้ยง เพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ที่หลุดรอดเข้าสู่บ่อเลี้ยงสัตว์น้ำของตนและสมาชิกในกลุ่ม และตนเองได้ทดลองสุ่มดูขนาดปลากะพงขาวในบ่อ ซึ่งขณะนี้ได้ขนาดตัวละประมาณ 1.2 กก. ซึ่งถือว่าปลาโตเร็ว และพบว่าปลากะพงขาวสามารถกำจัดลูกปลาหมอคางดำขนาดเล็กในบ่อได้เป็นอย่างดี จะเหลือรอดเฉพาะตัวใหญ่ที่ปลากะพงขาวกินไม่ได้ ซึ่งถือว่าโครงการนี้ได้ผลเป็นที่น่าพึงพอใจ และในวันนี้ตนและสมาชิกกลุ่ม จึงได้นำเงินส่งกลับคืนกองทุนฯ เพื่อให้ทางกองทุนใช้จัดหาลูกพันธุ์ปลากะพงขาวให้แก่สมาชิกรายอื่นๆ ต่อไป

ด้าน นายวิรัตน สนิทมัจโร ประมงสมุทรสงคราม กล่าวว่า การส่งมอบเงินคืนกองทุนฯ ในครั้งนี้ สะท้อนถึงผลสำเร็จของการดำเนินงานโครงการให้ตรงตามความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่ และสอดคล้องกับมาตรการของกรมประมง โดยการทำงานร่วมกันทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และกลุ่มเกษตรกร ในการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำได้อย่างยั่งยืน ผลของโครงการในเฟสแรก ประมงจึงเดินหน้าจัดกิจกรรมส่งมอบพันธุ์ปลากะพงขาวในเฟสสองจำนวน 10,000 ตัว ให้แก่เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ในหมู่ที่ 1-5 ต.ยี่สาร อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ตามโครงการ “กองทุนปลากะพงขาว” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยสนับสนุนลูกพันธุ์ปลากะพงขาว ให้แก่กลุ่มเกษตรกรจำนวน 14 ราย เพื่อนำไปปล่อยเลี้ยงในบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ครอบคลุมพื้นที่รวมทั้งสิ้น 478.5 ไร่

ทั้งนี้​ การเลี้ยงปลากะพงขาว ช่วยควบคุมประชากรปลาหมอคางดำในบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของเกษตรกร ช่วยลดต้นทุน ควบคู่ไปกับการเพิ่มผลผลิตให้กับเกษตร โดยกระบวนการเลี้ยงปลากะพงขาว ใช้ระยะเวลาประมาณ 5–6 เดือน จนได้ขนาด 7–9 ขีด ซจึงได้ขนาดที่เหมาะสมสำหรับการจับขึ้นมาจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ โครงการนี้จึงถือเป็นรูปแบบการพัฒนาอาชีพประมง ที่บูรณาการทั้งด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน ช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกร และยกระดับปลากะพงขาวของ จ.สมุทรสงคราม ให้เป็นสินค้าประมงคุณภาพ สร้างความมั่นคงทางรายได้ให้ชุมชนในระยะยาว