หน้าแรกการเมืองเลือกภูมิใจไทย ประเทศไทยไร้เสี่ยง “อนุทิน” ให้คำมั่น รักษาอธิปไตย ปกป้องสถาบัน พาไทยผงาดเวทีโลก สร้างเศรษฐกิจมั่นคง

เลือกภูมิใจไทย ประเทศไทยไร้เสี่ยง “อนุทิน” ให้คำมั่น รักษาอธิปไตย ปกป้องสถาบัน พาไทยผงาดเวทีโลก สร้างเศรษฐกิจมั่นคง

วันที่ 30 ม.ค. 69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ปราศรัยใหญ่ที่สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 โดยย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งนี้คือจุดตัดสินอนาคตประเทศ พร้อมขอให้ประชาชนเลือกพรรคภูมิใจไทยทั้งสองใบ เพื่อปกป้องอธิปไตย รักษาสถาบันหลักของชาติ ฟื้นศักดิ์ศรีไทยบนเวทีโลก และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

นายอนุทิน กล่าวขอบคุณพี่น้องประชาชนจากทั่วประเทศที่เดินทางมาให้กำลังใจ รวมถึงผู้ที่ติดตามการปราศรัยของพรรคภูมิใจไทยผ่านทุกช่องทาง พร้อมย้ำว่า ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ตนและผู้สมัครของพรรคไม่ได้เดินหาเสียง แต่เดินไปรับฟังเสียงประชาชน รับฟังปัญหา ความเดือดร้อน และข้อเสนอ เพื่อนำมาคิด วิเคราะห์ และกำหนดแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม
.
หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ระบุว่า มี 4 เรื่องสำคัญที่ได้รับฟังจากประชาชนทั่วประเทศอย่างตรงกัน คือ 1) การรักษาแผ่นดิน และอธิปไตยของชาติ 2) การปกป้องสถาบันหลักของประเทศ 3) การนำประเทศไทยกลับสู่เวทีโลกอย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี 4) การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง และคุณภาพชีวิตของประชาชน

ในประเด็นความมั่นคง นายอนุทินย้ำชัดว่า จะไม่ยอมให้ประเทศใดมารุกรานหรือกดดันประเทศไทย และยืนยันหนักแน่นว่า “ไม่มีเปิดด่าน” จนกว่าประชาชนคนไทยจะเห็นว่าเหมาะสม พร้อมระบุว่า ตลอดช่วงที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็นแล้วว่า รัฐบาลภายใต้การนำของตนไม่ยอมอ่อนข้อ ไม่ยอมรับคำสั่งจากต่างชาติ และให้การสนับสนุนกองทัพไทยอย่างเต็มที่ในการปกป้องประเทศ

นายอนุทิน กล่าวถึงกรณีที่นักการเมืองและรัฐมนตรีของประเทศเพื่อนบ้านออกมาแทรกแซงการเลือกตั้งไทย โดยชี้ว่า เป็นหลักฐานชัดเจนว่าฝ่ายตรงข้ามไม่ต้องการให้พรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล เพราะรู้ดีว่าไม่สามารถกดดันหรือเจรจาต่อรองผลประโยชน์กับตนได้ พร้อมย้ำว่า หากประชาชนต้องการรัฐบาลที่เป็นของคนไทย 100% ต้องเลือกพรรคภูมิใจไทย

“ที่ผ่านมา ผมเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ผมทำอะไรไม่ถนัด เพราะถูกขู่อภิปรายไม่ไว้วางใจทุกวัน แต่ผมไม่สนใจ ผมไฟเขียวให้กองทัพไทยจัดการเต็มที่ จนเขมรต้องหยุดยิง หยุดคุกคาม หยุดรุกรานไทย ไม่เคยกล่าวหา ทหารเป็นฝ่ายตรงข้าม ถ้าผมได้รับการสนับสนุนจากประชาชน ให้เป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก ผมจะทำให้เขมร สิ้นสภาพ การเป็นภัยคุกคามประเทศไทย”

ในประเด็นการปกป้องสถาบัน นายอนุทินยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยจะไม่ยอมให้มีการแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112 และจะไม่ยอมให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวด 1 และหมวด 2 โดยย้ำว่า รูปแบบรัฐต้องเป็นราชอาณาจักรไทย และการปกครองต้องเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้

“ผมรับปากกับพี่น้องประชาชนไว้แล้วว่า จะปกป้องรักษาสถาบันสำคัญของชาติ ด้วยชีวิตของผม ตราบใดที่ผมมีลมหายใจ พรรคภูมิใจไทย ยังอยู่ การแก้ไขกฎหมายอาญา ม.112 จะไม่มีทางสำเร็จ การแก้ไข หรือ ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ที่มีความพยายามจะแก้ไข หมวด 1 หมวด 2 จะไม่มีวันสำเร็จ ผมฝากไปบอกคนที่ฝัน และพยายามจะทำ ว่าหยุดได้แล้ว ความฝัน ความคิดของท่าน พวกท่านไม่มีวันสำเร็จ ถ้าไม่หยุด ผม กับ พรรคภูมิใจไทย และ พี่น้องประชาชน จะหยุดพวกท่านเอง ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้”

ด้านการต่างประเทศ นายอนุทิน ระบุว่า ประเทศไทยต้องมีที่ยืนบนเวทีโลกอย่างมีเกียรติ ไม่ตกเป็นเมืองขึ้นของมหาอำนาจชาติใด พร้อมย้ำว่า การดำเนินนโยบายต่างประเทศต้องยึดผลประโยชน์ของคนไทยเป็นหลัก ไม่ใช่ฟังคำสั่งจากต่างชาติ และยืนยันว่าจะไม่แบ่งทรัพยากรของชาติให้ใครในลักษณะ 50:50 หากยังไม่ชัดเจนว่าเป็นอาณาเขตของไทย

สำหรับเศรษฐกิจ และปากท้อง นายอนุทิน ย้ำว่า พรรคภูมิใจไทยไม่มีนโยบายแจกเงินแบบไร้เหตุผล แต่จะเน้นการสร้างงาน สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ ลดหนี้ และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน พร้อมยกตัวอย่างผลจากการปิดด่านที่ทำให้ราคาข้าวและมันสำปะหลังของเกษตรกรไทยปรับตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจน

นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยได้เตรียมทีมเศรษฐกิจมืออาชีพ ประกอบด้วย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เพื่อเข้ามาขับเคลื่อนประเทศอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และยึดประโยชน์ส่วนรวมเหนือประโยชน์ส่วนตัว

ในช่วงท้าย นายอนุทินกล่าวถึงบทบาทของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า สส.มีหน้าที่สำคัญในการพัฒนาพื้นที่ ดูแลประชาชน และผลักดันโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมตั้งคำถามกลับไปยังบางพรรคที่มองว่า สส.ไม่มีหน้าที่พัฒนาจังหวัด พร้อมขอให้ประชาชนพิจารณาผลงานที่ผ่านมาเป็นคำตอบ

พร้อมกันนี้ นายอนุทิน ได้ประกาศวิสัยทัศน์รัฐบาล หากได้มีโอกาสกลับมาบริหารบ้านเมือง ระบุว่า ถ้าประชาชนไว้ใจ จะได้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

“ประเทศไทย ต้องมีความเจริญก้าวหน้า มีความมั่นคง ไม่สูญเสียแผ่นดินแม้แต่ตารางนิ้วเดียว ประเทศไทย ต้องมีสถาบันหลักของชาติ อย่างยั่งยืนสถาพรตลอดไป ประเทศไทย ต้องมีที่ยืนอยู่บนเวทีโลกอย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี คนไทย ต้องอยู่ดี กินดี มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีรายได้เลี้ยงดูตัวเองและครอบครัว ยืนอยู่บนขาของ ตัวเอง ได้ด้วยสวัสดิการที่เหมาะสมจากรัฐ โดยไม่ต้องแบมือขอทานจากรัฐบาลใด ๆ อีกต่อไป คนไทย ต้องมีความภาคภูมิใจกับความเป็นคนไทย และ ประเทศไทย วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ เลือกพรรคภูมิใจไทยทั้งสองใบ เบอร์ 37 เพื่อประเทศไทยที่มั่นคง มีศักดิ์ศรี และเพื่อความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ” นายอนุทิน กล่าวทิ้งท้าย

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img