หน้าแรกการเมือง“พิชัย” ชี้ ไทยต้องตามโลกให้ทัน ผู้นำต้องรู้เรื่อง Data Center และ AI "ยศชนัน" เหมาะสมสุด

“พิชัย” ชี้ ไทยต้องตามโลกให้ทัน ผู้นำต้องรู้เรื่อง Data Center และ AI “ยศชนัน” เหมาะสมสุด

“พิชัย” ชี้ ไทยต้องตามโลกให้ทัน ผู้นำต้องรู้เรื่อง Data Center และ AI “ยศชนัน” เหมาะสมสุด เผย จะทำให้ไทยเป็นประเทศรายได้สูงได้ ต้องขยายการส่งออกและการลงทุนเพิ่มเหมือนที่พรรคเพื่อไทยทำแล้ว แนะ ระยะสั้น เร่งแก้หนี้ รถไฟฟ้า 20 บาท หวยเกษียณ และ สร้างเศรษฐีวันละ 9 คนทำแล้วรัฐขยายฐานภาษีและเก็บภาษีแวตได้เพิ่ม

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พาณิชย์ กล่าวในงานแสดงวิสัยทัศน์สำหรับการเลือกตั้ง 2026 จัดโดย TNN และ นสพ. บางกอกโพสต์ ที่ SCBX Next ชั้น 4 สยามพารากอนว่า นโยบายของพรรคเพื่อไทย ยังยึดหลักคิดตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย คือ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส โดยมุ่งเน้นให้ไทยพัฒนาเป็นประเทศรายได้สูง ทั้งนี้จะเป็นประเทศรายได้สูงได้ เศรษฐกิจไทยต้องขยายตัวปีละ 5% ไปอีก 20 ปี ซึ่งรัฐบาลพรรคเพื่อไทยได้พยายามอย่างเต็มที่โดยต้องขยายการส่งออก ที่ปี 67 ขยายได้ 5.4% และในปี 68 ส่งออกขยายอีกได้ถึง 12.93% และการลงทุนที่ ปี 67 มีการขอส่งเสริมการลงทุน 1.14 ล้านล้านบาทและในปี 68 การขอส่งเสริมการลงทุนพุ่งถึง 1.87 ล้านล้านบาท มากที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย ซึ่งหากรักษาการส่งออกและการลงทุนให้ขยายตัวในระดับสูงนี้ได้เศรษฐกิจไทยจะฟื้นและพัฒนาต่อไปได้แน่

ส่วนในระยะสั้น พรรคเพื่อไทยได้คิดนโยบายเพื่อทำและสามารถแก้ไขปัญหาในระยะยาวด้วย เช่นการแก้หนี้ ซึ่งเป็นปัญหาหลักที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน แม้การส่งออกและการลงทุนจะเพิ่มมาก แต่คนไทยยังมีหนี้ครัวเรือนสูงเกือบ 90% ของจีดีพี แปลว่าหาเงินได้เท่าไหร่ต้องใช้หนี้หมดทำให้เดือดร้อนกันมาก ดังนั้นการแก้หนี้ให้ประชาชนใน 5 กลุ่มที่พรรคเพื่อไทยเสนอจะแก้ปัญหาหนี้ได้ ซึ่งจะลดรายจ่ายให้กับประชาชน รวมถึงค่ารถไฟฟ้า 20 บาท นอกจากนี้ ยังมีนโยบายหวยเกษียณเพื่อเป็นการออมเงินให้ประชาชนมีเงินใช้หลังเกษียณอายุและยังได้ลุ้นถูกรางวัลด้วย รวมไปถึง นโยบายสร้างเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน ซึ่งจุดประสงค์หลักคือรัฐจะสามารถเก็บภาษีแวตได้เพิ่มขึ้น ซึ่งหลายประเทศทำสำเร็จมาแล้วโดยเฉพาะไต้หวัน ที่เก็บภาษีแวตได้เพิ่มทุกปี 15-20% และยังมีอีกหลายนโยบาย

ทั้งนี้ เรื่องที่สำคัญที่สุดคือ การต้องปรับประเทศรับการเปลี่ยนแปลงของโลก โลกกำลังเข้าสู่ระบบ Data Center และ AI ซึ่งจะเปลี่ยนการทำงานของโลกทั้งหมด และตนได้พูดไว้ล่วงหน้าแล้วในเวที WEF ที่กรุงดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ในเดือนมกราคม ปี 67 ร่วมกับรองนายกฯสิงคโปร์ นายกันคิมยอง และ กลุ่มผู้บริหารเอกชนที่ชำนาญ ระหว่างที่ไปเซ็นสัญญา FTA ของไทยกับกลุ่มประเทศ EFTA

โดยในปัจจุบัน โลกได้พัฒนา Data Center และ Ai ไปไกลมาก และเกี่ยวข้องกับการพัฒนาของโลกในทุกด้าน จากการที่ตนได้ไปสัมผัสมาด้วยตัวเองที่ประเทศจีนและในสหรัฐ ซึ่งเรื่องนี้ ดร. เชน ยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกของพรรคเพื่อไทยมีความรู้ความเข้าใจที่จะสามารถพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าได้ ด้วย Data Center และ Ai และอยากให้ทุกคนไปฟังคลิปที่ Elon Musk พูดที่ WEF ในปีนี้ ที่ทำนายอนาคตของ Data Center และ Ai ว่าจะเปลี่ยนโลกทั้งหมด อีกทั้งถึงกับบอกว่าภายในปี 2030 นี้ Ai จะฉลาดกว่าคนทั้งโลกรวมกัน และทุกอย่างจะต้องใช้ Ai ทำงาน

ตามที่ตนเคยย้ำเตือนว่าประเทศไทยได้ตกขบวน E-Commerce และ Unicorn ในช่วงความผันผวนทางการเมือง 10 ปีที่ผ่านมา ทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำ ดังนั้นไทยจะต้องไม่ตกขบวน Data Center และ Ai อีก เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่จะต้องตามโลกให้ทัน ตนเองได้ไปศึกษาการพัฒนาและชักชวนการลงทุนเรื่อง Data Center และ Ai หลังจากที่ตนเป็นคนชักชวนนักลงทุนให้มาผลิตแผงวงจรอิเลคทรอนิกส์ (PCB) ตั้งแต่ต้นปี 66 จนปัจจุบันไทยเป็นประเทศผู้ผลิต PCB อันดับต้น ๆ ของโลกไปแล้ว ซึ่งทำจะเกิด cluster ในธุรกิจ Semiconductors และอิเลคทรอนิกส์ในด้านต่าง ๆ อีกทั้งตนทราบว่าญี่ปุ่นมีแผนงานพัฒนา Semiconductors มูลค่า 10 ล้านล้านเยน ตนก็ได้บินไปเจรจากับรัฐมนตรี โยชิมาซา ฮายาชิ ของประเทศญี่ปุ่น เมื่อต้นปี 68 เพื่อให้ไทยเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา Semiconductors นี้ด้วยและท่านได้ตอบตกลงในหลักการแล้ว อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีการลงทุน Data Center และ Ai เข้ามามาก ทำอย่างไรที่ไทยจะได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ในการลงทุนเหล่านี้ ซึ่งเป็นโจทย์ที่ผู้นำต้องคิดและพัฒนา

ขอให้มั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยเรามองอนาคตของประเทศล่วงหน้า โดยต้องเกาะให้ทันไปกับกระแสโลก ซึ่งแคนดิเดตของพรรคเพื่อไทย ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ มีความรู้ความสามารถที่จะนำพาประเทศไทยให้พัฒนาก้าวหน้าและทันโลก และจะเป็นประเทศรายได้สูงในอนาคตได้อย่างแน่นอน

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img