ชาวห้วยขวาง-วังทองหลาง ขอ รทสช. ช่วยแก้ปัญหาปากท้อง “พีระพันธุ์” ชูนโยบายลดค่าครองชีพ ตั้งกองทุนฉุกเฉินแก้หนี้นอกระบบ พร้อมรีดภาษีกลุ่มทุนใหญ่-พลังงาน สมทบสวัสดิการถ้วนหน้า

115

กรุงเทพฯ – วันที่ 29 มกราคม – นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พร้อมด้วย นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกพรรค ร่วมลงพื้นที่บริเวณตลาดเมืองไทยภัทร เพื่อช่วยนางสาวสุภกฤตา ธงไชย ผู้สมัคร สส. กทม. เขต 5 (ห้วยขวาง-วังทองหลาง) เบอร์ 7 พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) รณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีพ่อค้าแม่ค้า และประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยให้การต้อนรับ และให้กำลังใจอย่างอบอุ่น โดยประชาชนในพื้นที่ได้สะท้อนปัญหาที่ต้องการให้ รทสช. เข้ามาช่วยแก้ไข โดยเฉพาะปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพ ค่าไฟฟ้า ค่าแก๊ส รวมถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต

นายพีระพันธุ์ ระบุว่า นโยบายด้านเศรษฐกิจของพรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงตัวเลข GDP แต่ให้ความสำคัญกับ “เงินในกระเป๋าของประชาชน” เป็นหลัก โดยเฉพาะการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนและการลดภาระค่าครองชีพ สำหรับแนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจฐานราก พรรครวมไทยสร้างชาติ มีนโยบายจัดตั้ง “กองทุนฉุกเฉิน” เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างเป็นธรรม โดยเปิดโอกาสให้กู้ยืมรายละ 50,000 บาท จำนวน 1 ล้านคน ไม่มีดอกเบี้ย และผ่อนชำระไม่เกินเดือนละ 500 บาท เพื่อลดการพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ นอกจากนี้ ยังมีแผนสร้างงานเพิ่มขึ้น 300,000 ตำแหน่ง พร้อมยกระดับสวัสดิการแบบถ้วนหน้า โดยผู้พิการและผู้สูงอายุได้รับ 1,500 บาททุกช่วงอายุ และหากเป็นผู้ที่เคยเสียภาษี จะได้รับเพิ่มอีก 500 บาท รวมเป็น 2,000 บาท

นายพีระพันธุ์ ระบุถึงการบริหารจัดการงบประมาณ โดยระบุว่า ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 3.8 ล้านล้านบาท แต่กระจุกตัวอยู่เพียง 19 หน่วยงาน ซึ่งรัฐบาลสามารถนำมาจัดสรรใหม่เพื่อคืนให้ประชาชนได้

นายพีระพันธุ์ กล่าวถึงผลงานที่ผ่านมา โดยชี้ว่าค่าไฟฟ้าในเดือนกันยายน 2566 อยู่ที่ 4.77 บาทต่อหน่วย และสามารถปรับลดลงมาเหลือ 3.94 บาทต่อหน่วย ในเดือนธันวาคม 2568 ขณะเดียวกัน ยังย้ำถึงการตรึงราคาแก๊สอยู่ที่ 423 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม แต่หลังจากพ้นตำแหน่งมีการปรับขึ้นเป็น 480 บาท นอกจากนี้ยังระบุถึงการลดราคาน้ำมันเหลือประมาณ 25 บาทต่อลิตร โดยย้ำว่า สามารถทำได้จริงผ่านการจัดสรรงบประมาณและการบริหารจัดการที่เหมาะสม