“ชูวิทย์” งัดคลิป-เอกสาร แฉดีลลับ​อดีตนายตำรวจใหญ่​แลก​10 สส.ภาคใต้ เขย่าพรรคส้ม​ ย้ำสั่งสอนเพราะรัก

193

“ชูวิทย์” โชว์หลักฐาน “ผู้สมัคร​ สส.พรรคส้มเมา“ รวมทั้งคลิปเสียงอดีตนายตำรวจใหญ่ดีลกวาด 10 สส.ภาคใต้ แลกกับการคุมตำรวจ หลังก่อนหน้านี้ถูกปรามาสกล่าวหาเลื่อนลอย ”ส้มปนเทา“ ไม่มีจริยธรรม พร้อมย้ำว่า สั่งสอนเพราะรัก

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์​

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์​ นำโหลใส่ส้มที่มีข้อความ “สีเทา” แปะหน้าโหล แทนสัญลักษณ์ของพรรคประชาชน และที่คั้นน้ำส้ม พร้อมด้วยสตอเบอรี่แทนสัญลักษณ์พรรคเพื่อไทย และบลูเบอรี่แทนพรรคภูมิใจไทย นำมาใส่จาน รวมถึงธูปปลอม 5 ดอก และเอกสารต่างๆมาแถลงถึงการหาเสียงของพรรคประชาชนในตอนนี้ ว่า หลังจากที่ครั้งก่อนตนได้แถลงเกี่ยวกับพรรคส้ม แต่มีคนมากล่าวว่าตนไม่มีหลักฐานวันนี้จึงนำหลักฐานมาประกอบ และข้อมูลที่ตนนำมาทั้งหมดวันนี้ได้มาจากคนภายในพรรคส้มส่งให้ ซึ่งครั้งที่แล้วตนได้พูดถึงการทำข้อตกลงระหว่างบิ๊กตำรวจกับพรรคประชาชนว่าหากทำให้พรรคได้ส.ส.10คนในภาคใต้ได้ แลกกับการให้มีตำแหน่งใหญ่ในรัฐบาลเพื่อคุมตำรวจ

จากนั้นนายชูวิทย์ ก็ได้เปิดคลิปเสียงบางช่วงตอนที่มีลักษณะคล้ายเสียงอดีตนายตำรวจระบุพาดพิงถึง “โรม” และ “ชัยธวัช” ซึ่งนายชูวิทย์กล่าวว่า สามารถเปิดได้เพียงบางช่วงบางตอนเท่านั้นเนื่องจากตนมีจรรยาบรรณ และตอนนี้อยู่ในระหว่างการหาเสียง

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์​

จากนั้นนายชูวิทย์ก็ได้เปิดหลักฐานที่ได้จากการเสี่ยงทายหยิบส้มในโหล 1 ลูก หมายเลข 6 ที่เป็นตัวแทนภาคเหนือ หรือจ.แพร่ ก่อนที่จะเปิดเผยภาพของ​ น.ส.​ขวัญรัตน์ พนมขวัญ ผู้สมัครสส. พรรคประชาชน เขต1 จ.แพร่ หมายเลข4 ที่เมื่อปี 66 นายโชคชัย พนมขวัญ ดำรงตำแหน่ง นายกเทศมนตรี ได้แต่งตั้ง​ น.ส.ขวัญรัตน์​ ที่เป็นหลานให้เป็นรองนายกเทศมนตรี ซึ่งขณะนั้น​ น.ส.ขวัญรัตน์ฯมีอายุเพียง 33 ปี จึงทำให้ขาดคุณสมบัติที่อายุต้องไม่ต่ำกว่า 35 ปี ทำให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงหนึ่งเดือนก่อนที่จะถูกปลดออก และนำเงินเดือน และสวัสดิการต่างๆส่งมอบคืน ซึ่งตนมองว่าความผิดที่เกิดขึ้นสำเร็จแล้ว แต่พรรคส้มกลับไม่ตรวจสอบและคัดสรรคุณสมบัติ ทำให้นางสาวขวัญรัตน์ มาลงสมัครสส. อีก ซึ่งเรื่องนี้ทำให้พรรคส้มไม่มีจริยธรรมของนักการเมือง เรื่องนี้สนิมเกิดจากเนื้อในส้ม

นายชูวิทย์ กล่าวต่อว่า การคัดสรรของพรรคส้มมีปัญหาอย่างรุนแรง ทั้งเทาเข้ม เทากลาง และกรณีนางสาวขวัญรัตน์ ก็นับเป็นเทาอ่อน “แค่การคัดสรรผู้สมัครยังมีปัญหา นับประสาอะไรจะดูแลคนทั้งประเทศ” และครั้งนี้พูดจากหลักฐานเอกสาร จะมากล่าวหาว่าตนไม่มีหลักฐานไม่ได้แล้ว

ก่อนที่นายชูวิทย์ จะหยิบส้มอีก 1 ลูกนำออกมาหั่นเป็นสองท่อน พร้อมระบุว่า สภาพส้มปัจจุบันเป็นแบบนี้ ถูกแบ่งครึ่งเป็นสองฝั่ง ไม่งั้นตนที่เป็นคนนอกจะเอาข้อมูลมาจากไหน จากนั้นก็นำส้มมาคั้นแล้วดื่มโชว์สื่อ

สิ่งที่เกิดขึ้นทางน.ส.รักชนก ศรีนอก ไปช่วยหาเสียงในจังหวัดแพร่ก็เปล่าประโยชน์ และตนมาครั้งนี้เพื่อมาสั่งสอนในฐานะรุ่นพี่ที่สถาบันเดียวกัน อยากให้พระประชาชนเลิกพฤติกรรมปราศรัยหาเสียงแบบปลุกระดม เช่น ” ขวาพิฆาตซ้าย ซ้ายพิฆาตขวา“ เพราะรูปแบบนี้ตนเคยผ่านมาแล้ว จะทำให้เกิดความแตกแยกเก็บแค้นชิงชังในกลุ่มของประชาชนด้วยกัน เนื่องจากทางพรรคส้มมักพูดในเชิงเป็นรัฐบาลไม่ได้ ทั้งๆที่ทำตัวเองมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นรอบที่ 1 และ 2 ที่เล่นเรื่องสถาบัน ส่วนรอบที่ 3 มีโอกาสแต่ก็ไปยกดันนายอนุทินแทน อีกทั้งยังมีการเรียกร้องเรื่องประกันสังคมให้นำออกจากระบบตนมองว่าหากทุกคนไม่จ่ายแล้วใครจะจ่าย สิ่งนี้เป็นหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์​

นายชูวิทย์มองว่า พรรคส้มเป็นคนสมัยใหม่ที่มีความอันตรายจากการหาเสียงเช่นนี้ จึงอยากขอเตือนหากยังไม่หยุดก็จะหยิบหลักฐานที่มีอยู่ขึ้นมาเปิดเรื่อยๆจนถึง 6 โมงเย็นของวันที่ 7 ก.พ.

ขณะเดียวกันนายชูวิทย์ก็เปิดคลิปที่ นายพิธา พูดถึงเรื่องทหารมีไว้ทำไม ก่อนที่จะกล่าวว่า พรรคส้มเล่นเรื่องสถาบันไม่ได้ ก็มาที่กองทัพ เมื่อสองสิ่งนี้ไม่ได้ก็มาโจมตีเรื่องรัฐธรรมนูญ แต่ไม่เคยพูดเรื่องปากท้องประชาชน ก่อนจะนำบลูเบอรี่มาผสมกับสตอเบอรี่ และระบุว่า พรรคส้มเป็นคนสร้างพรรคน้ำเงินขึ้นมาเอง และนี่คือสูตรรัฐบาล และพรรคส้มก็จะได้เป็นฝ่ายค้านต่อไป “พรรคส้มยังมีเน่าอีกเยอะ เหมือนเด็กงอแง เหมือนลูกคนรวยที่เอาแต่ใจตัวเอง โทษแต่คนอื่น”

ท้ายสุด​ นายชูวิทย์ ยังได้เปิดคลิป 1 ในผู้สมัครส.ส.พรรคประชาชน พื้นที่กทม. แต่เบลอหน้า โดยภายในคลิปมีลักษณะ ผู้สมัครมีอาการมึนเมา จากนั้นมีคนถ่ายคลิปและบอกกล่าวประมาณว่า “ให้ตำรวจเห็นไม่ได้ จะซวย และแนะนำให้ขึ้นไปก่อน“ โดยมีลักษณะให้หลบหนีหรือปิดบังตำรวจ ซึ่งเรื่องนี้ขอยังไม่เปิดเผยตัวคลิปเต็ม เพราะไม่อยากโจมตีหรือทำลาย แต่อยากเตือนอย่างแรงกับรุ่นน้อง ในการที่ควรมีผู้สมัครส.ส.มีพฤติกรรมลักษณะนี้ ชี้ให้เห็นว่าไม่มีคุณสมบัติในการคัดสรรมากพอ แม้ว่าคลิปดังกล่าวยังไม่ได้เป็นคดีความ หรือเกิดขึ้นตั้งแต่ตอไหน รวมถึงมีการตรวจสารเสพติดหรือไม่นั้น เรื่องดังกล่าวจะบอกว่าตนขู่ก็ยอมรับ แต่ต้องการขู่เพื่อให้หยุดพฤติกรรมปราศรัยในลักษณะปลุกดม แต่ถ้ายังไม่หยุดจะได้เห็นดีกัน โดยการแฉเรื่อยๆจนกว่าจะรู้ว่าเป็นใคร และขอย้ำว่า “เพราะรักถึงอยากสั่งสอน”

ทั้งนี้ ถึงแม้พรรคส้มจะหยุดหาเสียงด้วยการปลุกระดมก็ตาม ส่วนตัวก็จะต้องพิจารณาก่อนเนื่องจากพรรคส้มมีเทาเยอะ และเลือกตั้งก่อนหน้านี้ 2 ครั้ง ตนก็ยอมรับว่าได้เลือกพรรคส้มมา แต่ครั้งนี้ขอคิดดูก่อน