ล้อมกรอบฝุ่นจิ๋วไซต์ก่อสร้างเดอะเบสรัชดา 19 ย่านดินแดง พร้อมสุ่มตรวจควันดำรถบรรทุก ห้วยขวางหนุนศุภาลัยเวอเรนด้าหยิบเศษอาหารใส่ถังหมักรักโลก ชวนลูกบ้านแยกขยะลดค่าธรรมเนียม

(29 ม.ค. 69) เวลา 12.50 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานในความดูแลรับผิดชอบของสำนักสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เขตดินแดงและเขตห้วยขวาง ตรวจมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 สถานที่ก่อสร้างโครงการเดอะเบสรัชดา 19 (The Base Ratchada 19) ซอยวิภาวดีรังสิต 16 (รัชดาภิเษก 19) เขตดินแดง ซึ่งเป็นการก่อสร้างอาคารพักอาศัย ความสูง 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารสโมสร ความสูง 3 ชั้น จำนวน 1 อาคาร ผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติตามวิธีและเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตในการก่อสร้างตามกฎกระทรวงฉบับที่ 4 (พ.ศ.2526) และแก้ไขเพิ่มเติมตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 67 (พ.ศ.2563) และมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)

ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กำชับผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันฝุ่น PM2.5 อย่างเคร่งครัด ตรวจสอบความสูงของรั้วโดยรอบให้มีความสูงไม่น้อยกว่า 6 เมตร ตรวจสอบเครื่องพ่นละอองน้ำให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและเปิดใช้งานตลอดเวลาการทำงาน ฉีดล้างทำความสะอาดล้อรถบรรทุกก่อนออกจากโครงการ ติดตั้งเครื่องวัดค่าฝุ่น PM2.5 และจอแสดงผลด้านหน้าโครงการ ตรวจวัดค่าควันดำรถบรรทุกให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามรอบที่กำหนด รวมถึงนำรถบรรทุกในโครงการลงทะเบียนบัญชีสีเขียว (Green List) ให้เรียบร้อย นอกจากนี้ ให้สำนักสิ่งแวดล้อม ประสานเขตฯ ตรวจสอบสถานประกอบการที่ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่น PM2.5 ตามมาตรการควบคุมมลพิษทางอากาศและมาตรการด้านความปลอดภัยในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง อาทิ ประเภทหม้อไอน้ำ (Boiler) ประเภทอู่พ่นสีรถยนต์ ประเภทสถานที่ก่อสร้าง พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับฝุ่น PM2.5 ควบคุมไม่ให้ปล่อยมลพิษในอากาศเกินค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

เยี่ยมชมต้นแบบการคัดแยกขยะ อาคารชุดศุภาลัย เวอเรนด้า ถนนพระราม 9 เขตห้วยขวาง พื้นที่ 12 ไร่ 3 งาน บุคลากร 42 คน จำนวน 2 อาคาร ห้องชุด 1,425 ห้อง ปริมาณขยะ 2,000 ลิตร/วัน เฉลี่ยปริมาณขยะห้องละ 1.40 ลิตร/วัน วิธีการคัดแยกขยะ โดยจำแนกตามประเภทของขยะ ดังนี้ 1.ขยะรีไซเคิล ผู้พักอาศัยคัดแยกขยะรีไซเคิล ตั้งวางถังขยะตามชั้นพักของอาคาร แม่บ้านคัดแยกขยะอีกครั้ง ก่อนนำมารวบรวมไว้ในห้องขยะ ประสานรถรับซื้อขยะรีไซเคิลเข้ามารับซื้อ 2.ขยะอินทรีย์ ผู้พักอาศัยและร้านค้าคัดแยกขยะเศษอาหารตั้งแต่ต้นทาง ตั้งวางถังขยะตามชั้นพักของอาคาร เขตฯ ให้คำแนะนำในการทำถังหมักรักโลก โดยวางไว้ใต้ต้นไม้ตลอดแนวถนน เพื่อเป็นการกำจัดเศษอาหารและเป็นปุ๋ยบำรุงต้นไม้ นอกจากนี้แม่บ้านจะนำเศษผักผลไม้ที่แยกไว้แต่ละวันมาทำน้ำหมักชีวภาพ นำเศษใบไม้แห้งมาทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ 3.ขยะอันตราย ผู้พักอาศัยคัดแยกขยะอันตราย ฝ่ายอาคารเก็บรวบรวมมาไว้ที่ห้องพักขยะ เขตฯ จัดเก็บเดือนละ 1 ครั้ง 4.ขยะทั่วไป ผู้พักอาศัยคัดแยกขยะทั่วไป ตั้งวางถังขยะตามชั้นพักของอาคาร ฝ่ายอาคารเก็บรวบรวมมาไว้ที่ห้องพักขยะ เขตฯ จัดเก็บ

สำหรับปริมาณขยะก่อนคัดแยกและหลังคัดแยก ดังนี้ ขยะทั่วไปก่อนคัดแยก 2,000 กิโลกรัม/วัน หลังคัดแยก 580 กิโลกรัม/วัน ขยะรีไซเคิลหลังคัดแยก 500 กิโลกรัม/วัน ขยะอินทรีย์หลังคัดแยก 900 กิโลกรัม/วัน ขยะอันตรายหลังคัดแยก 20 กิโลกรัม/เดือน ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ให้คำแนะนำในการคัดแยกขยะประเภทต่าง ๆ เพื่อให้การจัดเก็บมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งปริมาณขยะที่คัดแยกจะมีผลต่ออัตราค่าธรรมเนียมในการจัดการมูลฝอยฉบับใหม่ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 พร้อมทั้งให้เขตฯ ตรวจสอบข้อมูลประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านแอปฯ BKK WASTE PAY แล้ว แต่ยังส่งข้อมูลไม่ครบถ้วนตามที่กำหนด โดยส่วนใหญ่ยังขาดรูปภาพประกอบของขยะแต่ละประเภท เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียสิทธิในการชำระค่าธรรมเนียมขยะในอัตราใหม่จาก 60 บาท เป็น 20 บาทต่อเดือน รวมถึงตรวจสอบเส้นทางเดินรถเก็บขนมูลฝอย เพื่อให้การจัดเก็บขยะตามบ้านเรือน ชุมชน สถานประกอบการ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันไม่ให้มีขยะตกค้าง
ในการนี้ นายทศพล สุภารี รองผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขตห้วยขวาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูล

