สืบ​ บก.น.6ทลายเครือข่ายไอซ์ล็อตมโหฬาร! สกัดคาถนนสระบุรี ยึด 141 กก. รวบ 2 ผู้ต้องหา หนี 1

140

ตำรวจนครบาล 6 ผนึกกำลังชุดปราบปรามยาเสพติด ดักจับขบวนการค้ายาไอซ์รายใหญ่กลางดึก บนถนนบายพาสสระบุรี ยึดของกลางไอซ์ซุกถุงชา 4 กระสอบ น้ำหนักรวมกว่า 141 กิโลกรัม พร้อมรถขนยา 3 คัน เตรียมขยายผลล่าตัวผู้ร่วมขบวนการที่หลบหนี

เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 26 มกราคม 2569 ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล 6 (บก.น.6) ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษ ชปส.บก.น.6 ภายใต้การอำนวยการของผู้บังคับบัญชาระดับสูง นำโดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมผู้บังคับการและคณะ ทำการจับกุมเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดรายใหญ่ พร้อมยึดยาไอซ์ของกลางรวมกว่า 141 กิโลกรัม

การจับกุมเกิดขึ้นบริเวณริมถนนหมายเลข 362 (ถนนบายพาสสระบุรี ฝั่งตะวันออก) ต.ตลิ่งชัน อ.เมืองสระบุรี จ.สระบุรี หลังเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชั้นในและปริมณฑล เพื่อนำส่งต่อไปยังภาคใต้

เจ้าหน้าที่พบรถยนต์ต้องสงสัย 3 คัน ประกอบด้วย รถกระบะ FORD Ranger สีขาว, รถกระบะ FORD Ranger สีน้ำเงิน และรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ ยี่ห้อ ISUZU จอดรวมกลุ่มกันในลักษณะมีพิรุธ ก่อนพบชาย 3 คนช่วยกันขนกระสอบสีขาวจากรถพ่วงไปยังรถกระบะ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น แต่ผู้ต้องหาพยายามวิ่งหลบหนี สามารถควบคุมตัวไว้ได้ 2 ราย และหลบหนีไปได้ 1 ราย

ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมคือ​ นายเรืองศิลป์ อายุ 48 ปี ชาว จ.อุดรธานีและนายนนน์ทวินทร์ อายุ 37 ปี ชาว จ.เพชรบุรีของกลางที่ตรวจยึดได้ เป็นยาไอซ์บรรจุในถุงชาสีทอง ยี่ห้อ GUANYINWANG และถุงชารูปเสือ ยี่ห้อไทเกอร์คิง ซุกซ่อนในกระสอบสีขาว รวม 4 กระสอบ น้ำหนักรวมประมาณ 141 กิโลกรัม พร้อมรถยนต์ที่ใช้ลำเลียง 3 คัน

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาที่ 1 ให้การรับสารภาพว่า ทำหน้าที่ขับรถพ่วงลำเลียงยาไอซ์มาจากพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อนำมาส่งให้เครือข่าย ส่วนผู้ต้องหาที่ 2 รับว่า ได้รับว่าจ้างให้ขับรถมาจากจังหวัดเพชรบุรี เพื่อมารับยาเสพติด และนำไปกระจายต่อในพื้นที่ภาคใต้ ขณะที่ผู้ต้องหาอีกรายคือ นายธีระศักดิ์ หลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งติดตามจับกุม

ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาทั้งสองในความผิดฐาน“ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายเพื่อการค้า อันก่อให้เกิดการแพร่กระจายและกระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน”
ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และเตรียมขยายผลล่าตัวผู้ร่วมขบวนการที่หลบหนีต่อไป.