วันที่ 28 ม.ค. ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/รอง ผอ.ศปอส.ตร. ออกมาเปิดเผยถึงพฤติกรรมและแผนประทุษกรรมรูปแบบใหม่ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่ปรับเปลี่ยนจากการใช้บัญชีม้าบุคคลธรรมดา มาเป็นการใช้ “บัญชีม้านิติบุคคล” เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่รัฐ

ทั้งนี้ พบว่า ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 เป็นต้นมา แก๊งคอลเซ็นเตอร์เปลี่ยนรูปแบบการกระทำผิด โดยจัดหาบุคคลรับจ้างเปิดบัญชีม้าไปจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนจำกัดกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ด้วยการยื่นเอกสารเท็จหรือเอกสารปลอม ก่อนนำไปเปิดบัญชีธนาคารในนามนิติบุคคล และใช้เป็นบัญชีม้าสำหรับรับโอนเงินจากผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวง
สำหรับ “บัญชีม้านิติบุคคล” จะถูกนำมาใช้ในขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะการหลอกลวงให้ลงทุน ส่งผลให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ เนื่องจากมองว่าบัญชีนิติบุคคลมีความน่าเชื่อถือสูง ทำให้มูลค่าความเสียหายเพิ่มขึ้นอย่างมาก อีกทั้งยังเอื้อให้ขยายวงเงินการทำธุรกรรมได้สูงขึ้น และไม่ต้องมีขั้นตอนสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตนก่อนโอนเงิน ทำให้การยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินและการฟอกเงินทำได้สะดวกและรวดเร็ว จนกว่าผู้เสียหายจะรู้ตัวก็ไม่สามารถติดตามหรืออายัดเงินได้ทัน
จากกรณีดังกล่าวทาวศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ จึงได้ประสานความร่วมมือกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อร่วมกันวางมาตรการป้องกันและปราบปรามขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างต่อเนื่อง โดย นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ออกมาตรการเข้มงวดเพื่อสกัดกั้นปัญหา “นอมินี” และ “บัญชีม้านิติบุคคล” ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2569
ทั้งนี้ ได้มีการออกคำสั่งและประกาศชุดใหม่ รวมทั้งสิ้น 6 ฉบับ แบ่งเป็น 4 คำสั่ง และ 2 ประกาศ อาทิ การกำหนดให้ผู้ขอจดทะเบียนต้องแสดงตัวต่อหน้านายทะเบียน การยื่น Statement ย้อนหลัง 3 เดือน การแสดงหลักฐานที่ตั้งสำนักงานจริง การควบคุมการใช้ที่ตั้งซ้ำหลายบริษัท การกำหนดบุคคลผู้รับรองลายมือชื่อรูปแบบใหม่ และการให้ผู้รับรองลายมือชื่อต้องลงทะเบียนกับ DBD เท่านั้น ส่งผลให้สถิติการใช้บัญชีม้านิติบุคคลลดลงอย่างรวดเร็ว สามารถตัดวงจรการฟอกเงินของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้อย่างเห็นผลชัดเจน
นอกจากบัญชีม้านิติบุคคลที่เปิดใหม่แล้ว ยังพบว่ามีการนำนิติบุคคลที่เปิดมานานแต่ไม่ได้ประกอบกิจการ หรือเป็นนิติบุคคลร้าง มานำกลับมาใช้เป็นบัญชีม้าอีกด้วย โดยบางกรณีมีการสนับสนุนจากกลุ่มผู้มีความรู้ด้านกฎหมาย การเงิน การบัญชี หรือบริษัทเอกชนที่รับจดจัดตั้งบริษัท ซึ่งมีความพยายามตกแต่งเอกสารเพื่อให้สามารถจดทะเบียนนิติบุคคลใหม่ และนำไปใช้เปิดบัญชีม้าในขบวนการหลอกลวง
ทั้งนี้ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ขอเตือนว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐาน ปลอมเอกสารหรือทำเอกสารเท็จ, ใช้เอกสารปลอมหรือเอกสารเท็จ และแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ และหากนำไปใช้ในขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จะมีความผิดเพิ่มเติมฐาน ร่วมกันหรือสนับสนุนการฉ้อโกงประชาชน ความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน และกฎหมายว่าด้วยองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะกรณีที่มีความเชื่อมโยงกับออฟฟิศคอลเซ็นเตอร์ในต่างประเทศด้วย

