ตำรวจนครบาลเปิดปฏิบัติการบุกทลายแหล่งซุกซ่อนบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบผิดกฎหมาย ภายในคอนโดมิเนียมหรูย่านพระราม 3 ตรวจยึดของกลางกว่า 23 รายการ มูลค่ารวมกว่า 3 ล้านบาท พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย รับสารภาพทำหน้าที่กระจายสินค้าให้เครือข่ายออนไลน์ ได้ค่าจ้างเดือนละ 20,000 บาท

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 09.20 น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.ศิรณวิชญ์ อินทร รอง ผบก.สส.บช.น. และ พ.ต.อ.อรรชวศิษฏ์ ศรีบุณยมานนทน์ ผกก.สืบสวน 3 บก.สส.บช.น. ได้สั่งการ พ.ต.ท.ทศรัสมิ์ กิติธารา สว.กก.สืบสวน 3 บก.สส.บช.น. ร.ต.อ.รชต ทองเสน นว(สบ 1) ผบก.สส.บช.น. ปฏิบัติราชการ รอง สว.กก.สืบสวน 3 บก.สส.บช.น. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน 3 บก.สส.บช.น (ชุดปฏิบัติการที่ 3/4 )เข้าตรวจค้นห้องพักภายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านพระรามที่ 3 หลังสืบทราบว่าเป็นจุดพักและกระจายสินค้าผิดกฎหมายประเภทบุหรี่ไฟฟ้า
การเข้าตรวจค้นเป็นไปตามหมายค้นศาลภาษีอากรกลางที่ 36/2569 ลงวันที่ 26 มกราคม 2569 ผลการตรวจค้นพบ นายพฤทธิเดช นิ่มพร้าว อายุ 49 ปี แสดงตัวเป็นผู้พักอาศัยภายในห้อง เจ้าหน้าที่จึงแสดงหมายค้นและดำเนินการตรวจสอบ พบของกลางเป็นจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ภายในห้องพัก
ระหว่างการตรวจค้น นายนพดล บุญร่วมบุญ อายุ 28 ปี ได้เดินเข้ามาภายในห้อง เมื่อพบเจ้าหน้าที่ตำรวจมีอาการพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจและเข้าตรวจค้นเพิ่มเติม ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองไว้สอบสวน

จากการตรวจยึดของกลาง พบเครื่องบุหรี่ IQOS จำนวน 16 เครื่อง ตัวบุหรี่ IQOS Tera กว่า 183,800 ตัว บุหรี่ไฟฟ้าชนิดพร้อมสูบ 798 เครื่อง เครื่องบุหรี่ไฟฟ้าอีก 202 เครื่อง หัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า 1,704 หัว พร้อมอุปกรณ์แพ็กและจัดส่งสินค้า รวมถึงรถยนต์ยี่ห้อ Mitsubishi Pajero สีเทา ใช้เป็นพาหนะกระจายสินค้า รวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายพฤทธิเดชให้การรับสารภาพว่า ตนเองและนายนพดลทำหน้าที่จัดส่งบุหรี่ไฟฟ้าให้ลูกค้าตามคำสั่งนายจ้าง ใช้รถยนต์ในการส่งสินค้าและรับค่าจ้างเดือนละประมาณ 20,000 บาท โดยยอมรับว่าทราบดีว่าสินค้าดังกล่าวเป็นของผิดกฎหมาย

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาเติม ฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค ร่วมกันครอบครองและจำหน่ายสินค้าที่ลักลอบนำเข้าและไม่เสียภาษีตามกฎหมายศุลกากรและสรรพสามิต” ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลสืบสวนถึงตัวการใหญ่และเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังการลักลอบค้าบุหรี่ไฟฟ้าผ่านสื่อออนไลน์ ซึ่งคาดว่ายังมีผู้เกี่ยวข้องอีกหลายราย

