
เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2569 เวลา 09.30 น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.ตม.6 , พ.ต.อ.สรธรรศ์ เอี่ยมละออ ผกก.ตม.จว.สงขลา, นายหะริน หอวัง นายด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองร่วมกับเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ บูรณาการกำลังตั้งจุดตรวจจุดสกัดบริเวณฝั่งขาเข้าราชอาณาจักรไทย เพื่อป้องกันและตรวจสอบจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายในลักษณะต่างๆ ตามอำนาจหน้าที่

ต่อมาพบรถยนต์กระบะตอนครึ่ง ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียนสงขลา ขับผ่านด่านตรวจ โดยมีนายมูฮัมมัด(นามสมมติ) อายุ 31 ปี สัญชาติไทย เป็นคนขับและมีอาการพิรุธ จึงแสดงตัวขอตรวจค้น พบแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง หลบซ่อนในช่องลับดัดแปลงใต้เบาะที่นั่งหลังคนขับ จำนวน 2 ราย คือ นายมิน (นามสมมติ) และนายตาน (นามสมมติ) สัญชาติเมียนมา
จากการสอบถามนายมูฮัมมัด ให้การรับสารภาพว่า ไปรับคนต่างด้าวทั้ง 2 ราย ซึ่งไม่มีหนังสือเดินทางมาจากประเทศมาเลเซีย เพื่อจะไปส่งที่ตลาดปาดังเบซาร์ ตกลงค่าเดินทาง 200 ริงกิตต่อราย หรือประมาณ 1,500 บาทต่อคน ส่วนคนต่างด้าวทั้ง 2 ราย รับว่าไม่มีหนังสือเดินทางจริง ต้องการลักลอบเข้าประเทศไทยเพื่อไปทำงานที่จังหวัดชลบุรี ชุดจับกุมจึงแจ้งให้นายมูฮัมมัด ทราบว่าถูกจับกุมข้อหา “นำพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรหรือกระทำการด้วยประการใดๆ อันเป็นการอุปการะหรือช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกแก่คนต่างด้าวให้เข้ามาในราชอาณาจักร” ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี และปรับไม่เกิน 1 แสนบาท

ส่วนคนต่างด้าวทั้ง 2 ราย ถูกจับกุมข้อหา “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรปาดังเบซาร์เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

