DSI​ เปิดปฏิบัติการ! ลุยจับแก๊งเว็บหนังเถื่อน–พนัน ฟอกเงิน 4.5 พันล้าน “แทนไท” ยังไร้เงามอบตัว

248

“รมว.ยธ.” เตรียมนำทีม “ดีเอสไอ” แถลงจับผู้ต้องหา “แทนไท และพวก” บ่าย 3 วันนี้ หลังศาลอาญาอนุมัติหมายจับสมคบฟอกเงิน พัวพันเว็บหนังเถื่อน-พนันออนไลน์ ความเสียหายกว่า 4.5 พันล้านบาท ด้านชุดจับกุมระบุ จับแล้ว 4 คนจากทั้งหมด 7 หมายจับ ขณะที่ “แทนไท” เก็บตัวเงียบ ไร้เงาเข้ามอบตัว

จากกรณีที่ศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับ นายแทนไท ณรงค์กูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด เมื่อวันที่ 22 ม.ค.69 ที่ผ่านมา ตามคำร้องของพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในความผิดฐาน สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน โดยศาลพิจารณาเห็นว่าผู้ต้องหาน่าจะกระทำความผิดอาญาที่มีอัตราโทษจำคุกสูงเกินกว่า 3 ปี อีกทั้งมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนีและไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง จึงให้อำนาจพนักงานสอบสวนจับกุมตัวภายในอายุความ 15 ปี

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 26 ม.ค. ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 64/2567 กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ นำโดย ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผอ.กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้สืบสวนสอบสวนและขยายผลจากคดีพิเศษที่ 22/2563 กรณีกลุ่มบุคคลกระทำผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และกฎหมายอื่น ผ่านเว็บไซต์ movie2free และเว็บไซต์อื่นที่เกี่ยวข้อง มูลค่าความเสียหาย จำนวน 4,518,790,200 บาท เป็นคดีพิเศษที่ 64/2567 เพื่อขยายผลจากเส้นทางการเงิน และพบว่ามีกลุ่มบุคคล จำนวน 7 ราย เข้าไปเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์พนันออนไลน์ “movie2free” จึงเป็นเหตุให้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอาญาออกหมายจับ ”นายนุวัฒน์ ยงยุทธ กับพวก“ ซึ่ง 1 ใน 7 หมายจับยังปรากฏชื่อ “นายแทนไท ณรงค์กูล”

ทั้งนี้ จากการสืบสวน ดีเอสไอพบเส้นทางการเงินและความเชื่อมโยงว่า นายนุวัฒน์ ได้ร่วมกับนายแทนไท จัดทำเว็บไซต์พนันออนไลน์และนำโฆษณามาฝังไว้ในเว็บไซต์ดูหนังเถื่อนดังกล่าวในรูปแบบคลิปวิดีโอโฆษณาที่ปรากฏก่อนการฉายภาพยนตร์ โดยมี นายนุวัฒน์ ทำหน้าที่ดำเนินการเรื่องการติดต่อโฆษณาและการรับเงินทั้งหมด นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนยังได้รวบรวมพยานหลักฐานสำคัญจากพยานที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์อีกแห่งหนึ่ง ซึ่งให้การว่าเคยติดต่อขอซื้อไฟล์ภาพยนตร์จากเว็บไซต์ดังกล่าวผ่านแอปพลิเคชันไลน์กับบัญชีผู้ใช้ชื่อ tantaiz1688 โดยพยานจดจำได้ว่าเป็นนายแทนไท ซึ่งเคยติดต่อลงโฆษณาเว็บพนัน www.ufa678n.com บนหน้าเว็บไซต์ของตน และมีการโอนเงินค่าโฆษณาผ่านบัญชีชื่อ น.ส.เจนจิรา บำรุงศิลป์ ทำให้จากพยานหลักฐานทั้งหมด ดีเอสไอจึงเชื่อได้ว่านายแทนไทกับพวก ได้ร่วมกันกระทำความผิดเกี่ยวกับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อการค้า ซึ่งถือเป็นความผิดมูลฐานตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3(13), มาตรา 5, มาตรา 9 และมาตรา 60 ส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของลิขสิทธิ์และระบบเศรษฐกิจ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมสูงถึง 4,518,790,200 บาท (สี่พันห้าร้อยสิบแปดล้านเจ็ดแสนเก้าหมื่นสองร้อยบาท) นำไปสู่การออกหมายจับเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 04.00 น. คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้เปิดปฏิบัติการนำหมายค้นและหมายจับ 7 ผู้ต้องหาจากศาลอาญาเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 8 จุด ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด และตรวจยึดพยานหลักฐานจากจุดเกิดเหตุ พร้อมกับจับกุมผู้ต้องหาบางส่วนได้แล้วจำนวน 4 ราย จาก 7 หมายจับ จากนั้นเวลา 13.00 น. ต่อเนื่อง 14.00 น. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวพบว่า เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสะกดรอยและการข่าว (ดีเอสไอ) ได้ควบคุมผู้ต้องหาในคดีมาทำบันทึกการจับกุมที่อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ จำนวน 2 ราย (เหลืออีก 2 ราย อยู่ระหว่างควบตัวมาจากพื้นที่จับกุม) โดยระหว่างถูกควบคุมตัวมานั้น ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า “มีอะไรอยากจะชี้แจงหรือไม่ เนื่องด้วยเป็นคดีฟอกเงินจากเว็บพนันฯ หรืออยากปฏิเสธข้อกล่าวหา หรือบทบาทความเกี่ยวข้องจากเส้นทางการเงินหรือไม่ อย่างไร“ ปรากฏว่าผู้ต้องหาชายรายดังกล่าว (ขอสงวนชื่อและนามสกุล) ซึ่งสวมเสื้อกันหนาวแขนยาวสีดำ กางเกงยีนส์ สวมแว่นตากันแดดสีดำ และหน้ากากอนามัยสีดำ ได้ก้มหน้า ไม่ตอบคำถามใดกับผู้สื่อข่าว

ขณะที่คณะพนักงานสอบสวนฯ ก็ได้มีการทยอยนำของกลางที่ได้จากการตรวจยึดมาไว้ที่อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ และจะมีการแถลงผลการจับกุมรายละเอียดทั้งหมดในเวลา 15.00 น. นำโดย พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.ต.จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผอ.กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ

ทั้งนี้ ในกรณีของนายแทนไท ณรงค์กูล 1 ใน 7 ผู้ต้องหาตามหมายจับ มีรายงานว่า เจ้าตัวยังไม่ประสานเข้ามอบตัวกับคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และไม่ปรากฏตัวต่อหน้าพนักงานสอบสวนในระหว่างการตรวจค้น ซึ่งจะได้มีการติดตามจับกุมตัวต่อไป.