ACSC เปิดโครงสร้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์แยกชัด “ฝ่ายหลอกลวง–ฝ่ายฟอกเงิน” ทำงานเป็นระบบ บอสจีนคุมเกม เผยกลโกงพัฒนาไม่หยุด

125

วันที่ 23 ม.ค. ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. พร้อมกล่าวว่า จากเวทีประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ระหว่างเจ้าหน้าที่ ACSC ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–20 ม.ค.2569 โดยมีตัวแทนจาก อสส., ปปง. และ ธปท. ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ พร้อมเปิดโปงแผนประทุษกรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้เท่าทัน และไม่ตกเป็นเหยื่อของขบวนการสแกมเมอร์​ พร้อมเปิดเผยโครงสร้างองค์กรอาชญากรรมไซเบอร์ พร้อมแผนประทุษกรรม ล่าสุดพบมีการแบ่งสายงานอย่างชัดเจน ระหว่าง “กลุ่มหลอกลวง” และ “กลุ่มฟอกเงิน” ต่างคนต่างทำหน้าที่เป็นระบบ ทำให้ยากต่อการสืบสวนติดตามเอาผิดทั้งขบวนการ​ ซึ่งจากการสืบสวนพบว่า ขบวนการดังกล่าวแบ่งการทำงานออกเป็น 2 กลุ่มหลัก

กลุ่มที่ 1 ฝั่งหลอกลวง มีหน้าที่ใช้จิตวิทยาหลอกเหยื่อ เป้าหมายหลักคือ “ทำให้เหยื่อหลงเชื่อและโอนเงิน” โดยมักตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ในประเทศกัมพูชา มีผู้บริหารเป็นบอสชาวจีน บริหารงานในลักษณะออฟฟิศ มีการจัดทำสคริปต์บทพูดตามรูปแบบการหลอกลวง และฝึกอบรมอย่างเป็นระบบ

ทั้งนี้ ฝั่งหลอกลวงยังแบ่งหน้าที่ออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ ระดับสั่งการ ผู้วางแผนและควบคุมภาพรวม ,ทีมสนับสนุน จัดหาข้อมูลเหยื่อ (Data) และอุปกรณ์ เช่น Simbox คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ ,ทีมสร้างตัวตน สร้างโปรไฟล์ปลอม เว็บไซต์ปลอม หรือใช้โลโก้หน่วยงานรัฐและเอกชน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และทีมหลอกลวง ผ่านการฝึกงาน โทรศัพท์หรือแชทพูดคุยกับเหยื่อ ใช้จิตวิทยาหว่านล้อมจนเหยื่อยอมโอนเงิน ก่อนประสานไปยังกลุ่มการเงินเพื่อขอช่องทางโอนเข้าบัญชีม้าในทันที

ส่วนกลุ่มที่ 2 ฝั่งการเงิน – รับฟอกเงิน มีหน้าที่หลักคือ “รับเงินจากเหยื่อ โยกย้าย และนำเงินออกจากระบบให้เร็วที่สุด” เพื่อตัดเส้นทางการเงินและหลบเลี่ยงการตรวจสอบ มีการจัดการเป็นธุรกิจครบวงจร ตั้งแต่จัดหา รวบรวม เปิดบัญชี ทดสอบบัญชี โอนหรือถอนเงินจากบัญชีม้า โดยจะได้รับส่วนแบ่งประมาณ 10–20% ของยอดเงินที่หลอกได้ และต้องได้รับความไว้วางใจจากฝั่งหลอกลวงหรือบอสชาวจีน รวมถึงต้องวางเงินมัดจำล่วงหน้า 3–5 ล้านบาท เพื่อป้องกันการโกงกันเอง

โดยกลุ่มฟอกเงินยังแบ่งหน้าที่ออกเป็น 4 ระดับเช่นกัน ได้แก่ระดับสั่งการ ,ฝ่ายจัดหาบัญชีม้า หาคนเปิดบัญชีบัญชีม้า ทั้งแบบ “ขายขาด” และ “แบบเฉพาะกิจ” รับจ้างโอนหรือกดเงินเป็นครั้งคราว, คนกดเงินและรวบรวมเงิน ตระเวนถอนเงินสดหรือรวบรวมส่งต่อให้เครือข่าย

สำหรับขบวนการฟอกเงิน มีการพัฒนารูปแบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการสกัดกั้นของรัฐ อาทิ โอนเงินต่อหลายทอด ,เปลี่ยนเงินเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ผ่านระบบ P2P หรือกระเป๋านิรนาม,พาเจ้าของบัญชีม้าข้ามแดนไปสแกนใบหน้า, ใช้บัญชีม้านิติบุคคล เปิดบริษัทปลอมเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ,ฟอกเงินผ่านการซื้อขายสินค้าและบริการ หรือขอคืนเงินผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ,ฟอกเงินผ่านการลงทุนปลอมหรือซื้อทองออนไลน์ โดยประเทศไทยพบการถอนเงินสดหน้าเคาน์เตอร์และตู้ ATM จำนวนมาก