หน้าแรกบทความราคาทองพุ่ง—โจรตื่น สอดรับอาญาากรรมอาจเพิ่ม รัฐต้องตื่นรู้ ก่อนประชาชนเดือดร้อน

ราคาทองพุ่ง—โจรตื่น สอดรับอาญาากรรมอาจเพิ่ม รัฐต้องตื่นรู้ ก่อนประชาชนเดือดร้อน

ผู้ที่ต้องรับผิดชอบ คือ รอง ผบ.ตร. ที่ดูงานด้านป้องกันต้องเร่งสปีดปราบปรามสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ ไม่งั้นองค์กรสีกากีจะถูกตั้งคำถามจากสังคมซ้ำซาก

“พฆัคค์น้อยร้อยเก้า” มานั่งวิเคราะห์ดู ราคาทองคำในประเทศขยับเข้าใกล้ระดับ บาทละ 100,000 บาท สิ่งที่ควรถูกจับตาอาจไม่ใช่เพียงผลตอบแทนของผู้ถือทอง หากแต่คือ แรงกดดันทางเศรษฐกิจที่กำลังสะสม และมักแปรรูปเป็นอาชญากรรมก่อนที่รัฐจะรู้ตัว

ในเชิงโครงสร้าง เศรษฐกิจที่ค่าครองชีพสูง รายได้จริงลด และหนี้ครัวเรือนตึงตัว เป็นเงื่อนไขคลาสสิกที่ทำให้อาชญากรรมต่อชีวิตและทรัพย์สินขยับตัว ทั้งคดีลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ รวมถึงอาชญากรรมไซเบอร์ที่เติบโตเร็วกว่าเครื่องมือรัฐ ขณะที่ความสามารถของประชาชนในการป้องกันตนเองกลับอ่อนแรงลงอย่างเงียบ ๆ

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียง “เศรษฐกิจจะฟื้นเมื่อใด” แต่คือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เตรียมรับมือกับแรงกระเพื่อมด้านอาชญากรรมจากเศรษฐกิจตกต่ำไว้แล้วหรือยัง.?

ภาพรวมที่ผ่านมา สังคมยังเห็นการทำงานด้านความปลอดภัยในลักษณะ “ตามหลังเหตุ” มากกว่า “ป้องกันล่วงหน้า” มาตรการเชิงรุกในพื้นที่เสี่ยงและโลกออนไลน์ ก็ยังไม่ปรากฏอย่างเป็นระบบ ความรู้สึกปลอดภัยของประชาชนจึงไม่เพิ่มขึ้นตามคำประกาศนโยบาย

ในจุดนี้ บทบาทของเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายป้องกันปราบปรามย่อมถูกจับตาเป็นพิเศษ เพราะเก้าอี้ รองผู้บัญชาการในสายงานนี้ ไม่ควรเป็นเพียงตำแหน่งบริหาร หากแต่ต้องเป็นตำแหน่งที่สร้างผลงานให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ ทั้งในเชิงการลดคดี การป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในพื้นที่ และการจัดการอาชญากรรมรูปแบบใหม่ หากผลงานยังไม่ชัด ภาระย่อมตกหนักไปยังผู้บังคับบัญชาสูงสุด ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยปริยาย

ถ้าจะให้กล่าวอย่างตรงไปตรงมา หากรองผู้บัญชาการด้านป้องกันปราบปรามสามารถ “ทำให้เรื่องยากเบาลง” ด้วยผลงานเชิงระบบและเชิงป้องกันความปลอดภัยพื้นที่ได้จริง ไม่เพียงจะช่วยแบ่งเบาภาระองค์กร แต่ยังเป็น แรงส่งทางความน่าเชื่อถือต่อองค์กร ที่จำเป็นอย่างยิ่ง หากวันหนึ่งต้องก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง “พิทักษ์ 1” การนั่งบนเก้าอี้นั้นย่อมต้องมาด้วยผลงาน มิใช่เพียงความอาวุโสหรือจังหวะเวลาหรือตั๋วแข็ง

ขณะเดียวกัน ภาระความคาดหวังจำนวนมากจากประชาชน ยังคงไม่พ้นตกอยู่ที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ซึ่งเหลือเวลาในตำแหน่งเพียงอีกเพียงแค่ 9 เดือนกว่า ก่อนเกษียณ คำถามที่สังคมตั้งคือ เหตุใดงานป้องกันอาชญากรรมสำคัญยังต้องรอคำสั่งจาก ผบ.ตร. โดยตรง และเหตุใดกลไกระดับรอง ผบ.ตร.จึงยังไม่สามารถขับเคลื่อนงานให้เห็นผลเป็นรูปธรรมได้

เศรษฐกิจตกต่ำไม่ใช่เพียงปัญหาตัวเลขมหภาค แต่คือความเสี่ยงต่อ ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยตรง หากทองแพงขึ้น แต่อาชญากรรมขยับเร็วกว่าแผนรัฐ ความเสียหายจะสะสมเป็นความไม่ไว้วางใจต่อระบบความปลอดภัย ต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

9 เดือนสุดท้ายจึงไม่ใช่ช่วงเวลานับถอยหลังเชิงพิธีการ หากแต่คือ ช่วงพิสูจน์ผลงานจริงของ ทั้งองค์กร ว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะ “ตื่นก่อนโจร” และยืนหยัดบทบาท ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ได้สมกับความคาดหวังของสังคมหรือไม่

เพราะในวันที่ทองคำมีราคาสูงขึ้น
สิ่งที่ประชาชนไม่ควรต้องจ่ายแพงตามไปด้วยคือ ความไม่ปลอดภัยในชีวิตประจำวัน ดังคำคมกระแทกใจ การแก้ปัญหาที่ดีที่สุด คือการป้องกันมิให้เกิดปัญหา ..!!!

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img