22 ม.ค. 69 – องค์กรเพื่อการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศและเพิ่มพลังของผู้หญิงแห่งสหประชาชาติ ศึกษาดูงานศูนย์พึ่งได้ โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเสริมสร้างศักยภาพของหน่วยงานภาครัฐภาคประชาสังคมของประเทศปากีสถาน

ศูนย์พึ่งได้ โรงพยาบาลตำรวจ – พล.ต.ท.ไพบูลย์ เจียมอนุกูลกิจ นายแพทย์ (สบ 8) โรงพยาบาลตำรวจ รักษาการนายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ดนุกฤต กลัมพากร นายแพทย์ (สบ 6) โรงพยาบาลตำรวจ ,พล.ต.ต.หญิง ศิริกุล ศรีสง่า โฆษกโรงพยาบาลตำรวจ /รองประธานคณะทำงานศูนย์พึ่งได้ โรงพยาบาลตำรวจ, พล.ต.ต.หญิง คนึงนิจ สิงห์ไกร พยาบาล (สบ 6) โรงพยาบาลตำรวจ/รองประธานคณะทำงานศูนย์พึ่งได้ โรงพยาบาลตำรวจ, พล.ต.ต.วิรุฬ ศุภสิงห์ศิริปรีชา ,พ.ต.ท.หญิง กิ่งแก้ว สุจริตธรรม พยาบาล (สบ 3) กลุ่มงานพยาบาล โรงพยาบาตำรวจ /หัวหน้าศูนย์พึ่งได้ โรงพยาบาลตำรวจ และทีมบุคลากรของศูนย์พึ่งได้ โรงพยาบาลตำรวจ ให้การต้อนรับ Ms. Robin Haider พร้อมคณะผู้แทนจากองค์การเพื่อการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศและเพิ่มพลังของผู้หญิงแห่งสหประชาชาติหรือองค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (UN women) ซึ่งทำหน้าที่ส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศและเสริมพลังสตรีให้การสนับสนุนประเทศสมาชิกในการเสริมสร้างบรรทัดฐานสากลและส่งเสริมความร่วมมือกับภาคประชาสังคมและผู้มีส่วนร่วมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ในโอกาสที่เดินทางมาเพื่อศึกษาดูงานและเยี่ยมชม ศูนย์พึ่งได้ โรงพยาบาลตำรวจ One Stop Crisis Center : (OSCC) อีกทั้งร่วมหารือและแลกเปลี่ยนแนวทางการจัดบริการช่วยเหลือผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงต่อสตรี (EVW) และความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ (GBV) แบบบูรณาการ โดยยึดผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง และคำนึงถึงมิติทางเพศ โดยเรียนรู้จากกรอบกฎหมาย นโยบาย และกลไกเชิงสถาบันของประเทศไทย

สำหรับในส่วนของศูนย์พึ่งได้ โรงพยาบาลตำรวจ มีการนำเสนอรูปแบบการดำเนินงานของศูนย์ ซึ่งมีการให้บริการแบบครบวงจร โดยเริ่มต้นรับบริการผ่านห้องฉุกเฉินและอุบัติเหตุตลอด 24 ชั่วโมง ดูแลผู้เสียหายโดยทีมสหวิชาชีพผู้เชี่ยวชาญ ครอบคลุมด้านร่างกาย ด้านอารมณ์และจิตใจ ตลอดจนด้านคดีความและสังคม
ทั้งนี้ มีการจัดทำแฟ้มประวัติเป็นความลับ ไม่ระบุชื่อ เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้รับบริการ พร้อมกระบวนการเยียวยาอย่างต่อเนื่อง อาทิ การดูแลรักษาและป้องกัน การคุมกำเนิด การประเมินสุขภาพจิตและผลกระทบทางจิตใจ รวมถึงการติดตามผลและการเยี่ยมบ้าน ขณะเดียวกัน ยังให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย การคุ้มครองสวัสดิภาพ การประสานบ้านพักฉุกเฉิน และการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายในกระบวนการยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งได้สร้างความประทับใจแก่คณะผู้แทนจาก UN Women โดยเฉพาะในเรื่องของระบบการดำเนินงานของศูนย์พึ่งได้ (OSCC) โรงพยาบาลตำรวจ ที่บูรณาการการทำงานด้านสังคมสงเคราะห์ การสาธารณสุข กระบวนการยุติธรรม และการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงระบบการส่งต่อคดี การประสานงานระหว่างหน่วยงาน โดยผลการศึกษาดูงานและการหารือดังกล่าวสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาระบบการตอบสนองต่อความรุนแรงทางเพศแบบหลายภาคส่วนในประเทศปากีสถานต่อไป

