ลักหลับผู้ประกันตนทั่วประเทศ บอร์ดฯ ชงเปลี่ยนวิธีเลือกตัวแทน คาดพวกปรสิตฉุน–สูบเลือดสะดุด

565

ห้วงเวลาที่มีข่าวใหญ่ๆ สามารถกลบข่าวอื่นๆ ได้แบบที่สื่อกระแสหลักไม่ค่อยจะหยิบขึ้นนำเสนอ หรือนำเสนอแบบข่าวสั้นๆ หรือข่าวย่อย มักจะเกิดเหตุการณ์หน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจ หรือคณะกรรมการบริหารองค์กรต่างๆ ที่เรียกกันติดปากว่าบอร์ด จะมีมติแบบลักหลับ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของกลุ่มหรือพรรคพวกที่ทำตัวแบบปรสิตคอยดูดเลือดหรือสูบผลประโยชน์จากองค์กรนั้นๆ

ล่าสุดมีข่าวที่สื่อหลายสำนักนำเสนอแบบเพียงติดเป็นข่าวหรือข่าวเล็กๆ คณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด) มีมติให้สำนักงานประกันสังคมเปิดให้นายจ้างและผู้ประกันตนร่วมแสดงความคิดเห็น (ทำประชาพิจารณ์) ต่อร่างระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม – 14 กุมภาพันธ์ ทั้งที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์เงินเดือนและผู้ใช้แรงงานเกือบ 20 ล้านคน ที่ต้องแบ่งเงินส่วนหนึ่งส่งกองทุนประกันสังคมเพื่อเป็นหลักประกันในการรักษาพยาบาลและใช้ดำรงชีพหลังเกษียณอายุ มีเงินสะสมในกองทุนกว่า 2 ล้านล้านบาท มากกว่าทุกกองทุนที่หน่วยงานรัฐเข้ามาดูแล

โดยบอร์ดประกันสังคมมีทั้งหมด 21 คน จากภาครัฐ 7 คน นายจ้าง 7 คน และผู้ประกันตน 7 คน เปิดให้แสดงความคิดเห็น 5 ประเด็น แต่ประเด็นที่ผู้ประกันตนรู้สึกคาใจมากที่สุดคือ ผู้ประกันตน 1 คน เลือกผู้แทนเข้าไปนั่งในบอร์ดได้เพียงคนเดียว แตกต่างจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา 1 คน สามารถลงคะแนนเลือกได้ถึง 7 คน

รองโฆษกสำนักงานประกันสังคมให้ความเห็นถึงที่มาของร่างระเบียบใหม่ว่า มาจากการถอดบทเรียนจากการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมครั้งที่ผ่านมา และไม่ได้มีวัตถุประสงค์ที่จะกีดกันใครแม้ว่าร่างระเบียบนี้จะอยู่ในขั้นตอนประชาพิจารณ์ ยังไม่ได้ฟันธงว่าจะใช้ตามร่างนี้หรือไม่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบอร์ดประกันสังคมพิจารณาและเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานพิจารณาอนุมัติ

เมื่อสำนักงานประกันสังคมบอกว่าถอดบทเรียนจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา พอพอนุมานได้ว่าครั้งที่ผ่านมาตัวแทนที่ถูกเลือกเข้ามาในนามกลุ่มประกันสังคมก้าวหน้า คงจะมีปัญหา ถึงทำให้ทางสำนักงานประกันสังคมจับมือกับบอร์ดที่ยืนคนละฝั่งกับตัวแทนผู้ประกันตน มีมติให้ปรับวิธีการลงคะแนนเลือกตัวแทนแบบ 1 เสียง 1 คน

แวดวงข้าราชการในกระทรวงแรงงานต่างเห็นพ้องกันว่า ไม่อยากให้ฝ่ายการเมืองเข้ามาจุ้น เพราะทำให้วุ่นวาย แม้แต่อดีตผู้นำแรงงานซึ่งเป็นตัวแทนผู้ประกันตนเข้านั่งในบอร์ดฯ มาหลายสมัย ยังให้ความเห็นไปในทำนองเดียวกันว่า การเมืองจุ้น กลุ่มประกันตนก้าวหน้าเป็นร่างทรงของพรรคการเมือง

ขณะที่ผู้ประกันตนส่วนใหญ่มองถึงสาเหตุที่รื้อระเบียบเลือกตั้งใหม่ คงมาจากการทำงานของบอร์ดสังกัดกลุ่มประกันสังคมก้าวหน้า ไปขวางพวกปรสิต ทั้งนักการเมือง ข้าราชการ และผู้ทรงคุณวุฒิที่ทางกระทรวงฯ แต่งตั้งเข้ามานั่งบริหารกองทุนประกันสังคม ไม่ให้สูบเลือดจากน้ำพักน้ำแรงของผู้ใช้แรงงานกว่า 20 ล้านคนได้สะดวก

ถ้ามองถึงผลงานของกลุ่มประกันสังคมก้าวหน้าที่ทำงานร่วมกับ น.ส.รักชนก ศรีนอก อดีต ส.ส.กรุงเทพฯ และนายสหัสวัต คุ้มคง อดีต ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาชน ทำให้ผู้ประกันตนรู้สึกว่าสำนักงานประกันสังคม บอร์ดประกันสังคม และกองทุนประกันสังคม ซึ่งเคยเป็นแดนสนธยา ได้เห็นว่ามีแสงสว่างรำไร

โดยเฉพาะการใช้งบประมาณจากกองทุนฯ ที่ถูก รัฐมนตรี ข้าราชการ และบอร์ดฯ ซ่อนงำมาตลอด ถูกเปิดโปงว่าพวกปรสิตกลุ่มนี้ได้สูบเลือดของผู้ใช้แรงงานอย่างหนัก อาทิ ประเด็นที่ น.ส.รักชนก เคยโพสต์ว่า การต่างประเทศ–ดูงานทริปหนึ่ง 6 วัน 5 คืน ของบอร์ดและผู้บริหารฯ ใช้งบประมาณ 2.2 ล้านบาท สำหรับ 10 คน ค่าบัตรโดยสารเบิกเฟิร์สคลาส 160,000 บาท 2 คน ต่างจากราคาตลาดเกือบ 60,000 บาท ค่าที่พัก 16,000 บาท/วัน/คืน คือราคาระดับ 5 ดาวของญี่ปุ่น จำเป็นไหมต้องใช้จ่ายฟุ่มเฟือยขนาดนี้ ค่าพาหนะในการเดินทางต่างประเทศ 35,000 บาท/คน ไปดูงานทำไมไม่ใช้วิธีเหมารถ

หรือกรณีกองทุนประกันสังคมอนุมัติให้ซื้ออาคารสกายไนน์ เซ็นเตอร์ มูลค่า 7,000 ล้านบาท ขณะที่ทำการซื้อขายราคาอยู่ที่ 3.4–3.8 พันล้านบาทเท่านั้น ซึ่ง น.ส.รักชนก และนายสหัสวัต ยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบกรณีรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานและเลขาธิการสำนักงานประกันสังคมในขณะนั้น ว่าเข้าข่ายความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบหรือไม่

ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สมัยรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร กำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ตั้งคณะกรรมการสอบสวนได้ข้อสรุปว่าอาคารสกายไนน์มีมูลค่าเพียง 3.4–3.8 พันล้านบาทเท่านั้น จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถเอาผิดใครได้เลย แถมการซื้อขายล้วนแต่มีนักการเมืองและทายาทนักการเมืองระดับบิ๊กเนมเข้ามาเอี่ยวแทบทั้งสิ้น

หรือประเด็นใช้งบประมาณที่ไม่คุ้มค่า อาทิ จัดทำปฏิทินมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท ปีนี้ยกเลิกเพราะมีการตรวจสอบจากบอร์ดกลุ่มก้าวหน้าและ น.ส.รักชนก หรือโครงการพัฒนาแอปพลิเคชัน SSO+ งบประมาณ 276 ล้านบาท เป็นงบฯ ที่รวมถึงการจัดทำระบบ เมื่อตรวจสอบข้อมูลจาก ACTAI พบว่าการจัดซื้อจัดจ้างมีความผิดปกติในการเสนอราคาตัวแอป เป็นต้น

การที่บอร์ดฯ ลงมติด้วยเสียงข้างมากสั่งสำนักงานประกันสังคมดำเนินการทำประชาพิจารณ์เพื่อแก้ระเบียบวิธีการเลือกตั้ง เสมือนลักหลับ หวังเปิดไฟเขียวให้พวกปรสิตได้กลับมาผงาดดังเดิม

จึงฝากถึงผู้ประกันตนเกือบ 20 ล้านคน ต้องรวมพลังกันรักษาผลประโยชน์ของตัวเองด้วยการแสดงความคัดค้านโดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อขจัดพวกปรสิตให้สิ้นซาก และถ้ามองตามเกมการเมือง กลุ่มอนุรักษ์นิยมในกระทรวงแรงงานก้าวพลาดอย่างแรง เพราะกำลังผลักผู้ประกันตนส่วนใหญ่ไปเทคะแนนเสียงให้พรรคประชาชน!!!