กรุงเทพฯ, วันที่ 21 ม.ค. – สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ร่วมกับ สถาบันอาหาร สรุปผลการดำเนินงานจากกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ตลอดจนกิจกรรมการตรวจประเมินและการเก็บข้อมูลภาคสนาม เพื่อนำไปสู่การจัดทำ “Sugar Ecolabel” ซึ่งเป็นฉลากสิ่งแวดล้อมสำหรับอุตสาหกรรมน้ำตาลไทย โดยมุ่งสร้างกลไกเชิงรูปธรรมในการยกระดับการผลิตอ้อยและน้ำตาลให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดปัญหาการเผาอ้อย ลดฝุ่น PM 2.5 พร้อมวางรากฐานการพัฒนาอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน
นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เปิดเผยว่า “Sugar Ecolabel มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแนวทางการตรวจประเมินและรับรองฉลากสิ่งแวดล้อมสำหรับอุตสาหกรรมน้ำตาล ซึ่งแนวทางการรับรองดังกล่าวนี้ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกในประเทศไทย และยังสอดคล้องกับนโยบาย “MIND as One” ของ ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ที่มุ่งบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับภาคอุตสาหกรรมให้เติบโตควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยฉลากรับรองนี้จะทำหน้าที่เป็นกลไกเชิงรูปธรรมที่เชื่อมโยงนโยบายไปสู่การปฏิบัติจริงในระดับโรงงานและห่วงโซ่อุปทาน สอน. จึงให้ความสำคัญกับกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างรอบด้าน ตั้งแต่เกษตรกรชาวไร่อ้อย โรงงานน้ำตาล ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น เครื่องดื่มน้ำอัดลม ไบโอเอทานอล ไปจนถึงภาคผู้บริโภค เพื่อให้ได้เกณฑ์และแนวทางการรับรองฉลากที่สะท้อนสภาพความเป็นจริงของอุตสาหกรรม

นายใบน้อย กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการ ได้มีการจัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงการจัดประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) กับผู้แทนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในแต่ละระดับของห่วงโซ่อุปทาน ควบคู่กับการลงพื้นที่เก็บข้อมูลและทดลองตรวจประเมินในสถานประกอบการและกลุ่มเกษตรกร สามารถแบ่งออกเป็น กลุ่มโรงงานน้ำตาลทั่วประเทศ ผู้แทนเกษตรกรชาวไร่อ้อย ผู้บริโภค ผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการ รวมกว่า 400 รายเพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงประจักษ์ ข้อเสนอแนะ ก่อนนำมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ และพัฒนาเป็นแนวทางการจัดทำ Sugar Ecolabel
ซึ่งจากการรับฟังความคิดเห็นและการเก็บข้อมูลภาคสนาม สามารถสรุปประเด็นสาระสำคัญที่นำมาใช้ในการออกแบบ Sugar Ecolabel ได้อย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ 1. ความจำเป็นในการลดการเผาอ้อยอย่างเป็นระบบ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเห็นตรงกันว่า ปัญหาการเผาอ้อยและฝุ่น PM 2.5 ต้องได้รับการแก้ไขผ่านกลไกที่สร้างแรงจูงใจ ไม่ใช่เพียงการกำกับควบคุม 2. บทบาทของโรงงานน้ำตาลในการสนับสนุนเกษตรกรต้นน้ำ โรงงานน้ำตาลควรมีบทบาทเชิงรุกในการส่งเสริมเกษตรกรชาวไร่อ้อยลดการเผาอ้อย และเพิ่มปริมาณอ้อยตัดสดในกระบวนการผลิต

3. เกณฑ์การประเมินและรับรองที่สะท้อนการปฏิบัติจริงของโรงงานน้ำตาล เกณฑ์การประเมินมีความชัดเจน เป็นขั้นเป็นตอน และสอดคล้องกับสภาพการดำเนินงานจริง เพื่อให้สามารถเตรียมความพร้อมและพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง และ 4. ความสำคัญของการประเมินด้านสิ่งแวดล้อมควบคู่กับเศรษฐกิจและสังคม การพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืนต้องคำนึงถึงทั้งการจัดการสิ่งแวดล้อม ประสิทธิภาพการผลิต และความรับผิดชอบต่อแรงงานและชุมชน
“จากการรับฟังความคิดเห็นนี้ ช่วยให้เรามองเห็นทั้งโอกาสและความท้าทายของอุตสาหกรรม และสอน.ได้นำข้อคิดเห็นเหล่านี้มาสังเคราะห์เป็นแนวทางการตรวจประเมิน Sugar Ecolabel ที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ เกิดการพัฒนาตนเองและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง และสอดคล้องบริบททางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ฉลากนี้จึงสามารถเป็นเครื่องมือที่สะท้อนความตั้งใจจริงในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหาฝุ่น PM 2.5 และเป็นแนวทางให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวอย่างยั่งยืน” เลขา สอน. กล่าว
ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายมุ่งมั่นในการนำผลจากการรับฟังความคิดเห็นไปใช้เป็นฐานในการพัฒนา Sugar Ecolabel ให้เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ของกระทรวงอุตสาหกรรม สร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตของประชาชน และการดูแลสิ่งแวดล้อม และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของน้ำตาลไทยในตลาดโลกระยะยาว

