19 ม.ค. 69 – “นายกฯ แจ๊ส” เปิดใจเหตุหนุนพรรคกล้าธรรค พร้อมส่ง 3 รองนายกทีมคนรักปทุม ลุยสนาม สส. หวังแก้รถติด น้ำท่วมถาวรลั่น “สีเทา” เป็นวาทกรรมใช้ลิสต์เครดิตทางการเมืองแจงชัดปมส่งแข่ง “ภูมิใจไทย” ยันยังรัก “อนุทิน” แต่หน้าที่ดูแลประชาชนต้องมาก่อน
เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 มูลนิธิมงคล-จงกล ธูปกระจ่าง ต.เชียงรากใหญ่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี – พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี (อบจ.ปทุมธานี) ได้เปิดมูลนิธิฯ ให้สัมภาษณ์พิเศษถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่กำลังถูกจับตามอง กรณีการส่งทีมงานในนาม “กลุ่มคนรักปทุม” ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในนามพรรคกล้าธรรม
พลตำรวจโท คำรณวิทย์ เปิดเผยถึงสาเหตุสำคัญที่ต้องโดดลงมาสนับสนุนการเมืองระดับชาติว่า ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่บริหารงานในตำแหน่งนายก อบจ. พบว่าข้อจำกัดเรื่องงบประมาณเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาจังหวัดที่เจริญแบบก้าวกระโดด อบจ.ปทุมธานี มีงบประมาณจำกัดเพียงปีละประมาณ 2,000 ล้านบาท เมื่อเจอกับวิกฤตการณ์ใหญ่ ๆ อย่างโรคโควิด-19 หรือปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก งบประมาณเท่านี้มันไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งหลายโครงการมันเกินขอบเขตอำนาจและกำลังเงินของท้องถิ่น ย้ำว่าจังหวัดปทุมธานีต้องการการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะ 2 โครงการหลักที่ตนตั้งใจผลักดันให้เกิดขึ้นจริง คือ โครงการรถไฟฟ้าโมโนเรล (Monorail) เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตจราจรที่เรื้อรังมานาน การสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมถาวร เพื่อคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจากภัยธรรมชาติในระยะยาว โครงการเหล่านี้ อบจ. ทำฝ่ายเดียวไม่ได้ เราจำเป็นต้องมีตัวแทนในสภาผู้แทนราษฎรที่เข้าใจหัวอกคนปทุมฯ จริง ๆ เข้าไปช่วยยกมือสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลลงมาที่จังหวัดของเรา
ส่วนในประเด็นการเข้าสังกัด พรรคกล้าธรรม พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ชี้แจงว่า ตนไม่ได้ต้องการเล่นการเมืองเพื่ออำนาจ แต่เป็นการเลือกที่ต้องทำตามกฎหมายเพื่อให้สามารถสนับสนุนทีมงานได้อย่างเต็มที่ พร้อมยืนยันว่าจุดยืนหลักคือการเลือก “ตัวบุคคลและผลงาน” มากกว่าชื่อพรรค ตัวผมสมัครเข้าสมาชิกพรรค เพราะต้องการขึ้นรูปคู่กับทีมงานที่ผมไวใจ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะรับทั้งหมด คัดกรองเฉพาะคนทำงานจริง ประวัติขาวสะอาด และพร้อมจะเสียสละเหนื่อยเพื่อชาวปทุมธานีเท่านั้น ทีมคนรักปทุมของผมคือกลุ่มคนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา เราคุยกันรู้เรื่องและมีเป้าหมายเดียวกันคือการพัฒนาบ้านเกิด พร้อมเชื่อมั่นว่าหากการเมืองระดับท้องถิ่นและระดับชาติทำงานสอดประสานกัน จะเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกโฉมจังหวัดให้เจริญรุ่งเรืองขึ้นอย่างรวดเร็ว
พร้อมฝากถึงพี่น้องประชาชนให้พิจารณาผู้สมัครจากความตั้งใจและผลงานที่ผ่านมาเป็นที่ตั้ง ที่ผมสนับสนุนพรรคกล้าธรรม เพราะ 1 เป็นพรรคการเมืองใหม่ ในสมัยที่ผ่านมา ตลอดระยะเวลาช่วง 5 ปี มีพรรคการเมืองพรรคไหนบ้าง ที่เป็นพรรคที่มี สส. ในปทุมธานี แต่ไม่ได้ลงมาช่วย ทำงานกับท้องถิ่น เพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชน กล้าธรรมเป็นพรรคใหม่ที่เกิดขึ้น และเราได้ส่งทั้งรองนายกฯ ทั้ง 2 คน ของ อบจ.ปทุมธานี และ รองนายกเทศบาลนครรังสิตลงไป เพราะต้องการคนทำงาน เพื่อทำงานร่วมกับท้องถิ่น อันนี้เป็นเหตุผลที่เราเป็นสมาชิกเพราะเราต้องการ ช่วยท่านรองนายกทั้ง 3 คนลงไปช่วยหาเสียง แต่เรายังทำภายใต้กรอบของกฎหมาย เราขึ้นรูปคู่ หาเสียงเฉพาะวันหยุด ไม่เอาอำนาจหน้าที่ไปช่วย อันนี้เราทำของเราตลอด
และอีกประเด็นหนึ่ง ตนกับพรรคภูมิใจไทย ก็มีสายสัมพันธ์ ก็เคารพนับถือนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เราก็สนิทกัน รักกัน นายเนวิน ชิดชอบ มีอะไรเราก็พูดคุยกัน ก็เคารพรักกัน แต่ขณะเดียวกัน เราสังกัดพรรคพวกจริง ๆ อย่างที่บอก แต่บางพรรคผู้สมัครเรารับไม่ได้ คนที่ทุจริตแม้กระทั่งถุงยังชีพ ศาลชั้นต้นตัดสิน ลงโทษ คุณก็ส่งลูกสาวลงสมัคร หรือไม่คุณก็เอาคนที่ดูถูกคนปทุมว่ากินหญ้า มาลง สส.บัญชีรายชื่อ ผมก็รับไม่ได้ ดังนั้นผมจึงดูพรรคใหม่ที่เกิดขึ้น และถ้าเกิดเข้าไปเป็น สส. ได้จริง ๆ ก็ต้องพร้อมจะลงมาช่วยพี่น้องประชาชน และอีกอย่างที่ผมสัมผัสได้ ผมไม่ได้เชียร์ใคร ในช่วงวิกฤตน้ำท่วมในปีที่ผ่านมา ผมรู้ว่าปทุมร่อแร่เต็มที เพราะการบริหารจัดการน้ำท่วมเราต้องใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ต้องประสานงานร่วมกันกับหลาย ๆ กระทรวง โดยเฉพาะกรมทรัพยากรน้ำ และ กรมชลประทานซึ่งในช่วงนั้น ผมก็ไม่รู้จะหันไปทางไหน เราต้องเอาปทุมให้รอดให้ได้ ผมพยายามวิ่งประสานงาน ด้วยตัวเอง แต่ก็ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เพราะเราไม่มีอำนาจ อย่างตัวผมจะไปสั่งทางกรมชลประทานได้ไหม ผมทำไม่ได้ ได้แต่ไปขอความกรุณา วางแผนร่วมกัน แต่ในช่วงที่กำลังวิกฤต ที่เขื่อนเจ้าพระยาปล่อยน้ำมา 2,500 -2,600 ลบ.ม./วินาที ผมรู้ถ้าเกิน 3,000 ปทุมเราไม่รอดแน่ พอดีวันนั้น ท่านธรรมนัส ซึ่งก็รู้จักกันมานาน มีพี่น้องประชาชนนำปัญหานี้ไปให้ท่านช่วย ผมอยู่ในเหตุการณ์ด้วย ท่านถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น พี่แจ๊ส จะแก้ปัญหายังไง ให้เร็วที่สุด ผมจึงนำเรียนท่าน ท่านธรรมนัสจึงแจ้งว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้ 9 โมงเช้าประชุมกันแล้วท่านโทรศัพท์เดี๋ยวนั้น ให้ทุกผ่ายทั้งกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ และผมเอง รวมทั้งผู้แทนของประชาชนที่เดือดร้อน ไปประชุมที่ห้องเลย ทันทีทันใดเลย อันนี้ผมมองว่าเป็นการทำงานถึงลูกถึงคนเท่านั้นเอง และจริงใจที่จะมาแก้ปัญหาให้ปทุมธานี
ส่วนในกรณีที่มีผู้ไปออกคลิปโจมตีผม ว่ามันก็น้ำท่วมอยู่ดี ใช่มันท่วมครับมีอดีต ส.ส. บางคน ไปออกออกคลิปโจมตีว่า ที่จริงน้ำท่วมเขาแก้กันมาทุกปีอยู่แล้ว ทำไมต้องมาพูดตอนนี้ ไม่ใช่ครับ คุณไม่รู้เรื่อง ไอ้นอกแนวถนน มันต้องท่วมทุกปีอยู่แล้ว เพราะอยู่นอกแนวกคันป้องกันนำ้คุณก็ไปเอาภาพถือข้าวสาร แจก ประชาชน อันนั้นนอกแนวกั่น ซึ้งท่วมกันประจำอยู่แล้วเราก็ดูแลกันมาตลอด แต่ที่เราเป็นกั่งวนคือข้างในแนวนี่ซิ เราให้ท่วมเข้ามาไม่ได้ เพราะเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ ผมบอกเสมอว่าทุ่งรังสิต มันไม่ใช่แก้มลิงอีกต่อไป มันไม่ใช่ทุ่งผันน้ำเพื่อไปเก็บ แต่มันเป็นบ้านจัดสรรทั้งหมด ตรงนี้ต่างหาก ที่ผมชอบเพราะอะไร เพราะทำงานถึงลูกถึงคน และลงมาช่วยผมจริง ๆ ตอนนั้น ทำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมา เอาเครื่องสูบน้ำมาเตรียม จุดไหนวิกฤตเราจึงพร้อมที่จะแก้ปัญหา หลังจากนั้น 20 วันเราก็ผ่านวิกฤตน้ำท่วมไปได้
ในประเด็นร้อนเรื่อง “ทุนสีเทา” ที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในวงการเมือง พล.ต.ท. คำรณวิทย์ ตั้งคำถามถึงนิยามของคำว่า “เทา” ว่าคืออะไร และมีหลักฐานชัดเจนหรือไม่ที่นำมากล่าวหาว่าใครเกี่ยวข้องกับเงินสีเทา โดยมองว่านี่เป็นเพียงการโจมตีกันในช่วงเลือกตั้งเท่านั้น เน้นย้ำว่าไม่สนใจเรื่องการสาดโคลนหรือวาทกรรมสวยหรู แต่ให้ความสำคัญกับ “คนที่ทำงานจริง” เพื่อจังหวัดปทุมธานีมากกว่า โดยระบุว่าจังหวัดปทุมธานีเติบโตเร็วมาก ประชากรแฝงเยอะ และมีจำนวน สส. เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงต้องการคนที่พร้อมจะแก้ปัญหาในพื้นที่อย่างแท้จริง ยกตัวอย่างเหตุการณ์สำคัญที่ผ่านมา เช่นสถานการณ์โควิด-19 และน้ำท่วมปี 2554 ตนเองลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนตลอด แต่ไม่เห็นนักการเมืองบางคนออกมาช่วยเหลือในช่วงเวลานั้น หรือปัญหาปัจจุบันนี้เรื่องฝุ่น PM2.5 ผมก็กำลังเร่งระดมรถฉีดพ่นละอองน้ำและล้างถนนเพื่อลดปัญหาฝุ่นในจังหวัดและตั้งคำถามว่ามีนักการเมืองหรือ สส. คนไหนลงมาช่วยดูแลประชาชนในเรื่องนี้บ้าง
ผมจึงอยากฝากถึงชาวปทุมธานีให้พิจารณาเลือก สส. ที่ “ตัวบุคคล” และ “ผลงาน” มากกว่าการเลือกตามพรรคการเมืองเพียงอย่างเดียว โดยเน้นให้เลือกคนที่ลงมือทำเพื่อประชาชนจริง ๆ ไม่ใช่แค่เป็น สส. แล้วหายหน้าไป อยากจะเน้นย้ำถึงแนวคิด “คนปทุมธานี เพื่อปทุมธานี” และต้องการเห็นการวางแผนเพื่ออนาคตของจังหวัดโดยคนที่เข้าใจพื้นที่จริง ๆ

