“เพื่อไทย” ประกาศทวงคืน “มุกดาหาร” มั่นใจกระแสดี “นนทภูมิ” พร้อมสานต่อ ถนนเศรษฐกิจเชื่อมมุกดาหาร-นครพนม พร้อมผลักดันตั้ง ม.มุกดาหาร

107

มุกดาหาร, วันที่ 17 มกราคม – นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะผู้บริหารพรรค และผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ประกอบไปด้วย นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, นายสุทิน คลังแสง, นายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช และนางมนพร เจริญศรี ผู้สมัคร สส.จังหวัดนครพนม เดินทางไปช่วยผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหารทั้ง 2 เขต ได้แก่ นายนนทภูมิ ตั้งปณิธานนท์ ผู้สมัคร สส.เขต 1 เบอร์ 3 และ น.ส.ปิยธิดา บุตรกาล ผู้สมัคร สส.เขต 2 เบอร์ 4 จัดเวทีปราศรัยที่ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก เทศบาลเมืองมุกดาหาร เขตเลือกตั้งที่ 1 และโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง วันครู อำเภอคำชะอี เขตเลือกตั้งที่ 2

นายนนทภูมิ กล่าวว่า แม้การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาไม่ได้รับเลือกเป็น สส. แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลพรรคเพื่อไทยให้ปฏิบัติงานที่สำนักนายกรัฐมนตรี และได้ทำงานช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน รวมถึงการทำงานร่วมกับกระทรวงคมนาคม ผลักดันโครงการถนนสายเศรษฐกิจเชื่อมมุกดาหาร–นครพนม เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง พร้อมทั้งผลักดันแนวคิดการจัดตั้งมหาวิทยาลัยมุกดาหาร เพื่อให้เยาวชนได้เรียนและทำงานในพื้นที่ ลดการย้ายถิ่นฐาน

ด้าน นายจุลพันธ์ กล่าวว่า มุกดาหารเคยเป็นพื้นที่สีแดงของพรรคเพื่อไทยยกจังหวัด แต่การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา พรรคไม่ได้รับ สส.จากจังหวัดนี้ ทำให้ประชาชนขาดผู้แทนที่ทำงานใกล้ชิดในพื้นที่ ขณะที่ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยยังคงลงพื้นที่พบปะและรับฟังปัญหาประชาชนอย่างสม่ำเสมอ

ขณะที่ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด กรรมการบริหารพรรค กล่าวว่า มุกดาหารเป็นฐานเสียงของพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอด การเลือกตั้งครั้งก่อนเป็นผลจากกระแสทางการเมืองของบางพรรค และปัจจัยเฉพาะหน้า ทำให้พรรคเพื่อไทยไม่ได้ สส.เป็นครั้งแรก แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนจำนวนมากต้องการ “แก้มือ” และเลือกผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยกลับเข้าไปทำงานในสภาอีกครั้ง “พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคเดียวที่เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ครบทั้ง 2 เขต ผู้สมัครทั้งสองคนลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ผนวกกับนโยบายที่จับต้องได้ และความเชื่อมั่นในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ทำให้มั่นใจว่ากระแสตอบรับในมุกดาหารดี และพรรคเพื่อไทยมีโอกาสทวงคืนพื้นที่สีแดงกลับมาอีกครั้ง”