CIB รวบแก๊งตระเวนลักทรัพย์ห้างดังภาคใต้ จับหนึ่งผู้ต้องหา เคยก่อเหตุซ้ำซาก

84

ตำรวจสอบสวนกลางจับกุมหนึ่งในสมาชิกแก๊งตระเวนลักทรัพย์ห้างดังหลายจังหวัดภาคใต้ หลังก่อเหตุเป็นขบวนการ สร้างความเสียหายกว่าแสนบาท พบมีประวัติคดีลักทรัพย์ในลักษณะเดียวกันมาก่อน

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม สนธิกำลังเข้าจับกุมหนึ่งในสมาชิกแก๊งตระเวนลักทรัพย์ในห้างค้าปลีกชื่อดังหลายพื้นที่ภาคใต้ หลังพบพฤติการณ์ก่อเหตุเป็นขบวนการ วางแผนล่วงหน้า และสร้างความเสียหายแก่ผู้เสียหายจำนวนมาก

การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามหมายจับศาลจังหวัดตะกั่วป่า ที่ จ 4/2569 ลงวันที่ 12 มกราคม 2569 โดยสามารถจับกุม นายพนมฯ อายุ 53 ปี ผู้ต้องหาในความผิดฐาน ร่วมกันลักทรัพย์ตั้งแต่สองคนขึ้นไปในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ ซ่องโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1),(7), 336 ทวิ และมาตรา 210 พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นเสื้อผ้าที่ใช้ก่อเหตุ ได้ที่บ้านพักในพื้นที่ ต.ตลาด อ.เมืองสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 ผู้เสียหายซึ่งเป็นห้างค้าปลีกแห่งหนึ่งในจังหวัดภาคใต้ ตรวจพบว่าสินค้าที่วางจำหน่ายภายในห้างสูญหายจำนวนมาก เมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า มีกลุ่มคนร้าย 6 คน เป็นหญิง 5 คน ชาย 1 คน ใช้รถยนต์โตโยต้า เอแวนซ่า สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เข้ามาก่อเหตุ โดยแยกย้ายกันหยิบสินค้า เช่น ยาสีฟัน น้ำยาดับกลิ่น ครีมบำรุงผิว และเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพ ซุกซ่อนไว้ในเสื้อผ้าและกล่องพลาสติก ก่อนหลบหนีออกจากห้างโดยไม่ชำระค่าสินค้า ทำให้ห้างได้รับความเสียหายกว่าแสนบาท

จากการสืบสวนพบว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุมีลักษณะเป็นมืออาชีพ มีการถอดแผ่นป้ายทะเบียน อำพรางใบหน้าด้วยหน้ากากอนามัย และใช้รถยนต์คันเดิมตระเวนก่อเหตุในห้างแม็คโครและโลตัสหลายจังหวัดในภาคใต้ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังพบว่า ชายผู้ต้องหาไม่ได้สวมหน้ากาก และมีตำหนิรูปพรรณตรงกับ นายพนมฯ ซึ่งเคยถูกดำเนินคดีลักทรัพย์ในลักษณะเดียวกันมาก่อน

ต่อมา ตำรวจกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ติดตามความเคลื่อนไหวจนทราบที่อยู่ของผู้ต้องหา ก่อนเข้าควบคุมตัวและนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกษไชโย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

ทั้งนี้ ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เหลือมาดำเนินคดีเพิ่มเติม พร้อมฝากเตือนผู้ประกอบการห้างร้านเพิ่มความเข้มงวดในการดูแลทรัพย์สินและตรวจสอบพฤติกรรมต้องสงสัย เพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอยในอนาคต.