เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ เดินทางยื่นหนังสือต่อนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้เร่งรัดและเพิ่มประสิทธิภาพในการประชาสัมพันธ์การออกเสียงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นที่แพร่หลายและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น เพราะเห็นว่า การประชาสัมพันธ์ของคณะกรรมการการเลือกตั้งในปัจจุบันยังไม่เพียงพอ อาจส่งผลให้ประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับกระบวนการและวันออกเสียงประชามติ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
และที่กกต.จัดทำเอกสารเป็นหนังสือวรสารแจกให้ประชาชน ตนมองว่าอาจจะเป็นการเลือกฝ่ายหรือเปล่าอาจจะไม่เป็นกลาง โดยในเอกสารมีการระบุว่าข้อดีของการแก้รัฐธรรมนูญ เป็นการจัดทำให้ประชาชนมีส่วนร่วม แบะอาจจะทำทั้งฉบับหรือรายมาตราก็ได้ เท่ากับเป็นดารชี้นำสังคมว่ามันไม่จำเป็นต้องแก้ทั้งฉบับ แต่พแมาดูข้อเสียกลับระบุว่าจะทำให้เกิดความขัดแย้งเปลืองงบประมาณ ทำนองว่าไม่สมควรแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตนมองว่าการทำหนังสือ วรสารไปถึงประชาชนด้วยงบประมาณมหาสารเป็นการเลือกข้าง ข้อมูลไม่เป็นกลางหรือไม่ และที่มาวันนี้ในฐานะประชาชนที่มีสิทธิ 1 เสียง แต่เร็งเห็นว่าสังคมนี้อาจจะเดินไปในทิศทางที่ไม่ถูกต้องโดยการชี้นำขององค์กรอิสระโดย สว.ที่มาด้วยความสกปรก
วันนี้ตนเองออกมารณรงค์ด้วยงบประมาณส่วนตัว ไม่มีคนหนุนหลังยังทำได้ ซึ่งการต่อสู้บนเส้นทางนี้งบประมาณมันไม่มีวันรี้จึงเดินทางมาเพื่อขอยืมเงิน ท่านแสวง จำนวน 1 ล้านบาท เพื่อนำไปรณรงค์ประชาสัมพันธ์เองในเมื่อ กกค.ไม่ทำ ซึ่งการมาในวันนี้ก็เป็นการเชิญที่ก่อนหน้าเคยพูดกับตนเองว่ามีอะไรให้มาหา มากินกาแฟได้ตลอดเวลา แต่พอมาวันนี้กลับไม่ยอมมาเจอหลังจากนี้ก็ตัดขาดกันตนเองก็จะร้อง 157 ต่อไป
อีกประเด็นที่มายื่นเนื่องจากวานนี้มีบุคคลที่อ้างว่าเป็นครูประกาศว่าจะสนับสนุนภูมิใจไทย การฮั้ว สว. นี้รับได้ ที่มาจะอย่างไรไม่สนใจจะซื้อเสียง ไม่สนใจว่าจะซื้อเสียงมาหรือเปล่าทำนองว่าการซื้อเสียงเป็นเรื่องปกติในสังคม และการที่อยู่ในสถานะครู มาชี้นำสังคม ชี้นำผู้ปกครองได้อย่างไร ซึ่งทาง กกต.ต้องเรียกครูคนนี้มาสอบ รวมถึงตนเองจะต้องไปตรวจสอบที่กระทรวงศึกษาด้วยว่าครูคนนี้เป็นครูจริงหรือไม่

