ผบช.ตชด.เผย จากการตรวจสอบยืนยันไม่พบเหตุกระสุนปืนคอตกในพื่นที่ ชายแดน จว.อุบลราชธานี แต่พบโดรนต้องสงสัยกว่า 100 ลำยังคงบินว่อน สั่งกำชับเร่งสร้างบังเกอร์ คืบหน้า 50 % ขณะที่พบคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (IOT)เข้ามาสำรวจความเสียหายบริเวณปราสาทเขาพระวิหาร

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ที่ กองบัญชาการตำรวจชายแดน (ตชด.) มีที่ปรากฏข่าวในโซเชียลว่ามีกระสุนปืนคอมาตกในพื้นที่จังหวัดอุบลฯนั้น พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบช.ตชด. เปิดเผยว่าตน ได้สั่งการให้เร่งตรวจสอบถึงกรณีดังกล่าว ซึ่งได้รับรายงานว่า กก.ตชด.12 รายงานว่า สถานการณ์ปกติ ไม่มีการปะทะหรือตรวจพบโดรนของฝ่ายตรงข้าม ได้รับมอบกระสอบทรายที่ขอรับการสนับสนุนเรียบร้อยแล้ว กก.ตชด.21 สถานการณ์ปกติ ไม่มีการปะทะ และมีรายงานเพิ่มเติมการตรวจพบโดรนเพิ่มเติมจากที่ฝ่ายการข่าวรายงาน ทำให้ยอดรวมที่ตรวจพบเป็น 108 ลำ
พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ เปิดเผยอีกว่า ยังได้รับ รายงานผลการปฏิบัติของชุด EOD ในการเข้าทำลายวัตถุระเบิดหลายรายการ ประกอบด้วย จรวด RPG-7, กระสุน ค. และชิ้นส่วนจรวดชี้แจงเพิ่มเติมว่า กรณีผู้มีภาวะพิษสุราเรื้อรังที่ฝ่าย สสน.5 รายงานนั้น เป็นกำลังพลในสังกัด กก.ตชด.21 ยืนยันว่าไม่มีเหตุเครื่องยิงลูกระเบิด (ค.) ตกในพื้นที่รับผิดชอบ สำหรับในส่วนของ กก.ตชด.22สถานการณ์ปกติ ไม่มีการปะทะพร้อมกำลังเร่งรัดการดำเนินการด้านเอกสารสวัสดิการของกำลังพลตามข้อแนะนำของตน
ทก.ตชด.22 (เขาพระวิหาร):ตรวจพบฝ่ายกัมพูชามีการปรับปรุงที่มั่นอย่างต่อเนื่องสังเกตการณ์พบคณะบุคคลประมาณ 50 นาย ซึ่งคาดว่าเป็นคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (IOT)เข้ามาสำรวจความเสียหายบริเวณปราสาทเขาพระวิหารตรวจพบโดรนจำนวน 8 ลำ บินมาจากทิศทางของปราสาท ประเมินความคืบหน้าการปรับปรุงที่มั่นและบังเกอร์ของหน่วย มีความคืบหน้าไปแล้วเกือบ 50%ยืนยันว่าไม่มีเหตุการณ์ปะทะหรือการยิงเตือนในช่วง 2 วันที่ผ่านมายืนยันตรงกันว่าไม่มีเหตุเครื่องยิงลูกระเบิด (ค.) ตกในพื้นที่รับผิดชอบ“ผบช.ตชด.เปิดเผย
ทั้งนี้ มีรายงานว่า กองบัญชาการตำรวจตระเวณชายแดน ได้ประชุมประเมิน สรุปสถานการณ์ชายแดนพื้นติดประเทศกัมพูชา ว่าการบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา (ครั้งที่ 64/2569)ประชุมเช้าเมื่อวันที่ 14 มกราคมนี้ เพื่อสรุปภาพรวมสถานการณ์ปัจจุบันบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ประเมินภัยคุกคาม การปฏิบัติงานของหน่วยในพื้นที่ และกำหนดข้อสั่งการสำคัญจากผู้บังคับบัญชา เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานอย่างเป็นเอกภาพ ภาพรวมสถานการณ์และภัยคุกคามสถานการณ์ชายแดน อยู่ในเกณฑ์สงบ แต่ยังคงเปราะบาง ยังไม่พบความเคลื่อนไหวที่เป็นภัยร้ายแรงในภาพรวม อย่างไรก็ตาม หน่วยงานในพื้นที่ต้อง เฝ้าระวังพื้นที่อ่อนไหวและจุดยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่อง
สถานการณ์ด้านความมั่นคงตรวจพบการใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) จากฝั่งตรงข้ามอย่างต่อเนื่อง ตรวจพบโดรน รวมมากกว่า 174 ลำ ในหลายพื้นที่ชายแดน หน่วยงานด้านความมั่นคงยังคงติดตาม ตรวจสอบ และประเมินวัตถุประสงค์การใช้งานอย่างใกล้ชิด ยังมีรายงานอีกว่า การเสริมกำลังและการปรับปรุงพื้นที่ ฝ่ายกัมพูชายังคงมีการ เสริมความแข็งแรงของที่มั่น ในบางพื้นที่ ในขณะที่ ฝ่ายไทยได้ดำเนินการ ปรับปรุงที่มั่นและนำคณะผู้สังเกตการณ์จาก IOT เข้าตรวจสอบพื้นที่ เพื่อประเมินผลกระทบด้านความปลอดภัยและการบินพลเรือน
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ผบช.ตชด.ได้สั่งการสำคัญและประเด็นเร่งด่วน ให้เฝ้าระวังแรงงานลักลอบเข้าเมือง โดยให้ใช้มาตรการ ข่าวกรองนำการปฏิบัติ ลดการเผชิญหน้าในพื้นที่ ดำเนินการตามหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด ในส่นการดูแลกำลังพลจากเหตุการณที่ผ่านมา มีกำลังพลได้รับบาดเจ็บ 102 นาย พบกำลังพลที่มีความเสี่ยงด้านสุขภาพจิต 13 นายหน่วยแพทย์ได้ดำเนินการประเมินและให้การดูแล ฟื้นฟู และบำบัดกลุ่มเสี่ยงแล้ว
สำหรับด้านสวัสดิการและสิ่งอำนวยความสะดวกให้เร่งรัดการเบิกจ่ายสวัสดิการให้กำลังพลเป็นไปอย่างรวดเร็ว เร่งดำเนินการติดตั้ง บังเกอร์ที่ได้รับการบริจาค จำนวน 25 ยูนิต ให้แล้วเสร็จตามแผน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในพื้นที่ปฏิบัติงาน
ทั้งนี้ ในที่ประชุมเห็นพ้องว่า สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาในปัจจุบันยังคงต้อง ติดตามอย่างใกล้ชิด แม้ภาพรวมจะสงบ แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงทั้งด้านความมั่นคง เทคโนโลยี และแรงงานผิดกฎหมาย จึงกำชับให้ทุกหน่วยบูรณาการการทำงาน ใช้ข่าวกรองเป็นหลัก ดูแลขวัญและกำลังพลควบคู่กับการรักษาอธิปไตยและความมั่นคงของประเทศ


