จะทำอย่างไรให้คนชั่วเกรงกลัวคนดี คำถามที่ต้องถามตัวเองก่อนหย่อนบัตร ไม่ใช่หลังบ้านเมืองพัง พูดกันให้ชัดก่อน ประเทศนี้ไม่ได้พังเพราะคนชั่วฉลาด แต่มันพังเพราะประชาชนจำนวนมากเลือก “ความสบาย” แทน “ความถูกต้อง” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วเรียกตัวเองว่าเหยื่อ

เราโกรธคนโกง แต่กลับเลือกคนที่ไม่กล้าแตะคนโกง เราด่าระบบอุปถัมภ์แต่กลับเลือกพรรคที่พูดคลุมเครือ ไม่ชี้ ไม่ชน ไม่รื้อ แล้วเราคาดหวังอะไรจากผลลัพธ์? ความดีแบบไทยๆ ถูกฝึกให้สุภาพ จนกลายเป็นเกราะกำบังของความชั่ว สังคมนี้ยกย่องคนดีที่นิ่ง เชิดชูความเรียบร้อย รังเกียจความกล้า กลัวความตรง คนดีจึงถูกหล่อหลอมให้ไม่ถาม ไม่ทัก ไม่ท้วง ไม่ทำให้ใครอึดอัด โดยเฉพาะคนที่มีอำนาจ นี่ไม่ใช่ศีลธรรม นี่คือ “ความดีที่ปลอดภัยต่อความเลว” อริสโตเติลบอกไว้ชัด คุณธรรมต้องมาพร้อมความกล้า แต่เราตัด “ความกล้า” ทิ้ง แล้วเรียกเศษที่เหลือว่า “คนดี” คนชั่วไม่เคยกลัวความดีแบบนี้ เขาใช้มันเป็นฉากหน้าเพื่อทำธุรกิจใต้โต๊ะอย่างสบายใจ
ความชั่วชนะ เพราะมันเป็นระบบ ความดีแพ้ เพราะประชาชนยอมให้มันกระจัดกระจาย ความเลวในประเทศนี้ไม่ได้มาเดี่ยว มันมาเป็นขบวน มีเครือข่าย มีผลประโยชน์ มีการคุ้มครองกันเป็นทอดๆ แต่คนดีถูกสอนให้ “ต่างคนต่างดี” ต่างคนต่างรอด ต่างคนต่างหวังว่าไฟจะไม่ลามมาถึงบ้านตัวเอง นี่คือสูตรแพ้แบบไม่ต้องสงสัย เพราะความดีที่ไม่จัดตั้ง แพ้ความชั่วที่จัดระบบเสมอ
คนชั่วไม่กลัวศีลธรรม เขากลัวต้นทุน คำสอนสวยๆ ไม่เคยทำให้ใครหยุดโกง คำขอร้องสุภาพไม่เคยทำให้เครือข่ายมืดสลาย คนชั่วกลัวแค่สามอย่าง หนึ่ง หลักฐาน สอง กฎหมายที่ใช้จริง สาม แรงกดดันจากสังคมที่ไม่ยอมลืม นักการเมืองที่คนชั่วกลัวไม่ใช่คนพูดเพราะ แต่คือคนที่ทำให้การโกง “ไม่คุ้ม” ทำให้ชื่อเสียงพังทำให้อำนาจสั่น ทำให้อดีตไล่ล่า และทำให้อนาคตมีราคาแพง
ถึงเวลาที่ประชาชนต้องเลิกเลือก “คนไม่เลว” แล้วเลือก “คนที่กล้าจัดการความเลว” การเลือกตั้งไม่ใช่เวทีประกวดบุคลิก ไม่ใช่การคัดคนไหว้สวย ไม่ใช่การเลือกคนที่ทำให้ทุกฝ่ายสบายใจ มันคือการเลือกคนที่กล้าเรียกความชั่วว่า “ความชั่ว” คนที่กล้าเปิดโปงด้วยข้อมูล ไม่ใช่อ้อมค้อมด้วยคำสวย และคนที่พร้อมชนผลประโยชน์ แม้ต้องจ่ายราคา พรรคใดไม่กล้าพูดเรื่องทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม ไม่กล้าชี้ว่าโครงสร้างเอื้อใคร ไม่กล้าบอกว่าจะชนกับใครบ้าง อย่าเรียกว่า “ประนีประนอม” เรียกให้ถูกว่า “กลัว”
ในคูหาเลือกตั้ง ไม่มีคำว่าเป็นกลาง ทุกบัตรเลือกตั้งคือการเลือกข้างเลือกความกล้าหรือเลือกความกลัวเลือกการเปลี่ยนแปลง หรือเลือกให้ระบบเดิมอยู่ต่อ ถ้าคุณเลือกคนที่ไม่กล้า คุณกำลังบอกสังคมว่า ความชั่วไม่เป็นไร ขอแค่บ้านเมืองดูนิ่ง และคนชั่วจะรับสารนี้ชัดเจนที่สุด เขาจะรู้ทันทีว่า“ทำต่อได้ ไม่มีใครกล้าแตะ”
ซึ่งบทสรุป ถ้าคนชั่วไม่กลัว อย่าโทษแต่คนบนอำนาจ ก่อนจะถามว่า“ทำไมคนชั่วไม่เกรงกลัวคนดี” ให้ถามตัวเองตรงๆ ว่าเราเคยเลือกความดีที่ “กล้า” เข้าไปยืนในอำนาจจริงหรือยัง? ถ้าคำตอบคือไม่ อย่าเรียกตัวเองว่าเหยื่อ เพราะความชั่วไม่ได้อยู่ยงเพราะมันเก่ง แต่มันอยู่ได้ เพราะมีคนจำนวนมากยอมรับมันด้วยการเลือก วันที่ประชาชนเลิกเลือกคนดีแบบปลอดภัย แล้วหันมาเลือกคนดีแบบพร้อมชน
วันนั้นเองความชั่วจะเริ่มรู้จักคำว่า“กลัว”ไม่ใช่เพราะศีลธรรมแต่เพราะอำนาจของประชาชนที่ตื่นแล้ว


