ศาลปกครองสูงสุดนัดอ่านคำพิพากษา 9 มกราคมนี้ ชี้ชะตาอนาคต “รองฯโจ๊ก” กับคดีปลดพ้นตำแหน่งที่ไม่ได้สะเทือนเพียงตัวบุคคล แต่เขย่าโครงสร้างอำนาจภายในตำรวจทั้งระบบ พร้อมคำถามสำคัญว่า ความยุติธรรมจะยืนเหนืออำนาจ หรืออำนาจจะกำหนดความยุติธรรม

เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลปกครองสูงสุดนัดอ่านคำพิพากษาคดีประวัติศาสตร์ที่สั่นสะเทือนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ในวันที่ 9 มกราคม 2569 เวลา 13.30 น. กรณี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยื่นฟ้องขอเพิกถอนคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน หลังถูกกล่าวหาเกี่ยวข้องกับคดีเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์และการฟอกเงิน
สำนักงานศาลปกครองประกาศอย่างเป็นทางการว่า คดีดังกล่าวเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการตำรวจ ซึ่งผลคำพิพากษาจะเป็น หมุดหมายสำคัญ ว่าคำสั่งของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในขณะนั้น ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
ต้นคดีเกิดจากคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงวันที่ 18 เมษายน 2567 ให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ออกจากราชการไว้ก่อน โดยอ้างเหตุพฤติการณ์ร้ายแรง อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อราชการ หากยังคงดำรงตำแหน่งต่อไป
ฝ่ายผู้ฟ้องคดีโต้แย้งว่า คำสั่งดังกล่าวเป็นการใช้อำนาจโดยไม่ชอบ ขาดกระบวนการตรวจสอบที่เป็นธรรม และละเมิดหลักสิทธิข้าราชการ พร้อมยืนยันความบริสุทธิ์ว่า ไม่เคยกระทำผิดตามข้อกล่าวหา และเป็นเพียงเหยื่อของความขัดแย้งเชิงอำนาจภายในองค์กร
ขณะที่อีกด้านหนึ่ง สังคมยังคงตั้งคำถามต่อโครงสร้างอำนาจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าคดีนี้คือการ บังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม หรือเป็นเพียงภาพสะท้อนของการเมืองในเครื่องแบบ ที่ใช้ “คดี” เป็นเครื่องมือกำจัดฝ่ายตรงข้าม
การอ่านคำพิพากษาในวันที่ 9 มกราคมนี้ จึงไม่ใช่เพียงการชี้ชะตาของตำรวจระดับ “รอง ผบ.ตร.คนหนึ่งเท่านั้น แต่คือบทพิสูจน์ว่าระบบยุติธรรมไทยจะยืนอยู่เหนืออำนาจ หรือยอมจำนนต่ออำนาจเสียเอง
ทั้งนี้ การพิจารณาจะมีขึ้น ณ ห้องพิจารณาคดี ชั้น 3 อาคารศาลปกครองสูงสุด ศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะ ท่ามกลางการจับตาจากสื่อมวลชนและสังคมอย่างใกล้ชิด

