กรุงเทพฯ, วันที่ 4 มกราคม 2569 – ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคไทยก้าวใหม่ พร้อมด้วย คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานพรรคไทยก้าวใหม่ เดินทางไปที่ตลาดวังหลัง เพื่อช่วยหาเสียงให้ ดร.ไปรพร แสงจันทร์ เบอร์ 8 ผู้สมัคร สส.กทม. เขตเลือกตั้งที่ 32 เขตบางกอกน้อย (เฉพาะแขวงศิริราช) เขตบางกอกใหญ่ เขตภาษีเจริญ (ยกเว้นแขวงบางหว้า แขวงบางด้วน และแขวงคลองขวาง) เขตตลิ่งชัน (เฉพาะแขวงบางเชือกหนัง) เขตธนบุรี (เฉพาะแขวงวัดกัลป์ยาณ์ แขวงหิรัญรูจี และแขวงบางยี่เรือ) โดยได้พบปะพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้า เพื่อแนะนำตัวผู้สมัคร และแนวนโยบายของพรรค ท่ามกลางเสียงตอบรับจากประชาชน ที่เข้ามาต้อนรับ ทักทาย และขอถ่ายภาพร่วมกัน

ดร.เอ้ กล่าวว่า บรรยากาศการเดินหาเสียงเป็นไปอย่างอบอุ่น โดยพี่น้องประชาชนให้การต้อนรับเป็นอย่างดี พร้อมสอบถามถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ซึ่งเป็นปัญหาหลักของพื้นที่ที่อยู่ติดแม่น้ำ และคลอง หากวันนี้ประเทศไทยยังไม่สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมได้อย่างเบ็ดเสร็จ โดยเฉพาะปัญหาน้ำทะเลหนุน ในอนาคตกรุงเทพมหานครมีความเสี่ยงจะจมทะเลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยจากการลงพื้นที่วัดใหม่ยายแป้น ท่านเจ้าอาวาสได้พาเดินดูสภาพพื้นที่ พบว่ามีการยกโบสถ์สูงถึง 4 เมตรเพื่อหนีน้ำท่วม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของปัญหา และเป็นสิ่งที่กรุงเทพฯ ไม่สามารถยกพื้นทั้งเมืองได้ จึงจำเป็นต้องแก้ที่ต้นตอด้วยการสร้างระบบป้องกันน้ำทะเลหนุนอย่างเป็นระบบ
สุชัชวีร์ ยังได้เชิญชวนประชาชนสนับสนุนผู้สมัคร สส. พรรคไทยก้าวใหม่ ให้มีจำนวนมากพอในการผลักดันกฎหมาย และนโยบายด้านการจัดการน้ำอย่างจริงจัง โดยย้ำว่า หากไม่เร่งแก้ไข ปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพฯ จะรุนแรงยิ่งกว่าที่เคยเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ เช่น หาดใหญ่

นอกจากนี้ ดร.เอ้ ยังกล่าวถึงนโยบายที่ได้รับความสนใจจากประชาชน ได้แก่ นโยบายเรียนฟรีอย่างแท้จริง ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอก โดยย้ำว่าไม่ใช่เพียงคำสัญญา เพราะตนเองเคยดำรงตำแหน่งประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) และเข้าใจดีว่าเด็กไทยจำนวนมากมีความสามารถ แต่อยู่ในสภาวะขาดโอกาสทางการศึกษา อีกหนึ่งนโยบายสำคัญคือ การปลดหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้า มีรายได้น้อย ลูกหลานจำเป็นต้องกู้ยืมเพื่อเรียนหนังสือ และเมื่อจบการศึกษาแล้วต้องเริ่มต้นชีวิตด้วยภาระหนี้สิน ทำให้ชีวิตติดลบตั้งแต่เริ่มต้น
สำหรับประเด็นค่าไฟฟ้า 3 บาทต่อหน่วย ซึ่งมีประชาชนสอบถามถึงความเป็นไปได้ สุชัชวีร์ ยืนยันว่า เป็นนโยบายที่สามารถทำได้จริง ด้วยการติดตั้งโซลาร์เซลล์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน หรือแบตเตอรี่ พร้อมย้ำว่าพรรคไทยก้าวใหม่เป็นพรรคที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและพลังงานโดยตรง

ขณะเดียวกัน พรรคไทยก้าวใหม่ยังมีนโยบาย กองทุนประชาชน 20,000 บาท ที่ใช้เพียงบัตรประชาชนใบเดียวก็สามารถเข้าถึงได้ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่มีรายได้น้อยและอาชีพอิสระให้มีเงินทุนตั้งต้นในการประกอบอาชีพ รวมถึงนโยบายสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและพ่อค้าแม่ค้าในกลุ่ม SME ซึ่งปัจจุบันประสบปัญหาขายสินค้าไปแล้วแต่ต้องรอรับเงินตามระบบเครดิตนานถึง 60 วัน พรรคจึงเสนอให้รัฐสำรองจ่ายก่อน และค่อยไปตกเบิกภายหลัง เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการมีสภาพคล่อง สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้
ดร.เอ้ กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมย้ำว่าหากประเทศไทยยังเลือกการเมืองแบบเดิม ประเทศก็จะยิ่งถดถอย ถึงเวลาแล้วที่คนไทยต้องร่วมมือร่วมใจกัน สร้างการเมืองอย่างสร้างสรรค์ พร้อมเชิญชวนประชาชนเลือกพรรคไทยก้าวใหม่ เบอร์ 49 เพื่อร่วมกัน “ก้าวใหม่” ให้ประเทศไทยเข้มแข็งและเดินหน้าอย่างยั่งยืน

