ด่วน!!! ศาลรัฐธรรมนูญสั่ง แพทองธาร พ้นนายกฯ ครม.ไปด้วย

1645

กรุงเทพฯ, วันที่ 29 ส.ค. เวลา 15.00 น. ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยคดีที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ถูกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) 36 คน ยื่นคำร้องผ่านประธานวุฒิสภาขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธารสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ กรณีปรากฏคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา หรือที่ถูกเรียกขานว่า “คดีคลิปเสียง”

โดยศาลรัฐธรรมนูญมีมติ ให้ ความเป็นนายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ เป็นผลให้คณะรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งไปด้วยทั้งคณะ

ทั้งนี้ น.ส.แพทองธาร ไม่ได้เดินทางมาฟังคำวินิจฉัยด้วยตัวเอง แต่เดินทางเข้าไปฟังผลที่ทำเนียบรัฐบาลพร้อมกับคณะรัฐมนตรี เมื่อเวลาประมาณ 12.30 น. โดยมอบหมายให้ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรีเดินทางไปรับฟังที่ศาลแทน ขณะที่ สส.และสมาชิกพรรคเพื่อไทย ไปรวมตัวเพื่อรอให้กำลังใจ น.ส.แพทองธาร ที่ทำการพรรค

ขั้นตอนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในสภา พรรคการเมืองต้องเสนอชื่อจากบัญชีที่ส่งไว้กับ กกต. ก่อนการเลือกตั้ง โดยแคนดิเดตจะต้องมาจากพรรคที่มี สส.ในสภามากกว่า 5% และต้องมี ส.ส. อย่างน้อย 1 ใน 10 ของรัฐสภา หรือประมาณ 50 คน รับรองชื่อ การโหวตจะทำแบบเปิดเผย โดยผู้ชนะต้องได้เสียงเกินครึ่งของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน สส. ทั้งสิ้น 492 คน หากไม่มีผู้ใดได้เสียงพอ ต้องเริ่มกระบวนการใหม่หรือหาทางออกทางการเมืองอื่น สำหรับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่อาจจะถูกเสนอชื่อหลังจากนี้ประกอบไปด้วย 1.ชัยเกษม นิติสิริ (พรรคเพื่อไทย) 2.อนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) 3. พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ) 4.พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา (พรรครวมไทยสร้างชาติ)