กกต.เผยเลือกตั้ง อบจ.ผู้มาใช้สิทธิ ร้อยละ 58.45 บอกคิดถูกแล้วเลือกวันเสาร์

353

เลขาฯ กกต. เผยเลือกตั้งอบจ. ผู้มาใช้สิทธิ ร้อยละ 58.45 บอกคิดถูกแล้วเลือกวันเสาร์ เหตุตัวเลขไม่ต่างจากวันอาทิตย์ พร้อมเผยด้วยเสียงสั่นเครือแจงมี อุบัติเหตุ กปน.ที่ส่งผลคะแนนเลือกตั้งเสียชีวิต แจงบัตรเสียเยอะ เหตุ คนสับสนหมายเลข นายกฯ กับ ส.อบจ. ไม่ใช่เพราะตั้งใจ – เตรียมสั่งจัดเลือกตั้งใหม่ 4 เขต เหตุแพ้โหวตโน กับ ไม่มีผู้สมัคร

นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. แถลงข่าวประเด็น “สรุปภาพรวมการเลือกตั้ง อบจ. และจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง” ในวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 โดยแถลงถึงจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งมี 2 ประเภท นายกอบจ. 47 จังหวัด และ ส.อบจ. 76 จังหวัด

ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง นายก อบจ. จำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 27,991,587 คน /โดยมีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 16,362,185 คน (คิดเป็นร้อยละ 58.45 ) บัตรดี 14,272,694 (คิดเป็นร้อยละ 87.23) / บัตรเสีย 931,290 (คิดเป็นร้อยละ 5.69) เมื่อเทียบ การเลือกตั้งปี 2563 เมื่อเทียบจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ์ลดลงคิดเป็นร้อยละ 4 เนื่องจากครั้งก่อนตั้งเป้าออกมาใช้สิทธิ์ที่ร้อยละ 70 แต่ผู้ออกมาใช้สิทธิ์ร้อยละ 62 ส่วนครั้งนี้ตั้งเป้าผู้ออกมาใช้สิทธิ์ร้อยละ 65 ผู้ออกมาใช้สิทธิ์จริงร้อยละ 58

“ส่วนบัตรเสียมีจำนวนเท่ากัน ปี 2563 มีบัตรเสีย 5.63 และการเลือกตั้งปีนี้ บัตรเสียร้อยละ 5.69 ตัวเลขต่างกันเป็นจุดทศนิยมตัวสุดท้าย“ นายแสวงกล่าว

ส่วนภาพรวมผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ส.อบจ. มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 47,124,842 คน ผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 26,418,754 (คิดเป็นร้อยละ 56.06) / โดยบัตรดี 23,131,324 (คิดเป็นร้อยละ 87.56) /บัตรเสีย 1,488,086 (คิดเป็นร้อยละ 5.63) ซึ่งบัตรเสียถือว่าดีกว่าปี 2563 ซึ่งครั้งก่อนมีบัตรเสียร้อยละ 7.59

ส่วนจังหวัดที่มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภา อบจ. และนายก อบจ. (47 จังหวัด)
มากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่

  1. ลำพูน คิดเป็นร้อยละ 73.43
  2. นครนายก คิดเป็นร้อยละ 73.00
  3. พัทลุง คิดเป็นร้อยละ 72.56
  4. นราธิวาส คิดเป็นร้อยละ 68.42
  5. มุกดาหาร คิดเป็นร้อยละ 68.03

จังหวัดที่มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภา อบจ. (29 จังหวัด) มากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่

  1. พะเยา คิดเป็นร้อยละ 61.68
  2. เลย คิดเป็นร้อยละ 58.04
  3. เพชรบุรี คิดเป็นร้อยละ 57.44
  4. ยโสธร คิดเป็นร้อยละ 56.72
  5. ชัยนาท คิดเป็นร้อยละ 56.63

จังหวัดที่ต้องประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภา อบจ. ใหม่ จำนวน 4 เขตเลือกตั้ง โดยมีเหตุจาก 2 กรณี ภายใน 7 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง และดำเนินการรับสมัครใหม่ในเขตเลือกตั้ง และกำหนดวันเลือกตั้งไม่เกิน 45 วัน นับแต่วันที่ประกาศให้มีการเลือกตั้งใหม่ ดังนี้

กรณีที่ไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง (เนื่องจากผู้สมัครมีลักษณะต้องห้าม อยู่ระหว่าง การถูกจำกัดสิทธิ เนื่องจากไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ตามมาตรา 50 (20) แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 จำนวน 1 เขตเลือกตั้ง ได้แก่ จังหวัดชัยนาท อำเภอวัดสิงห์ เขตเลือกตั้งที่ 1 /

กรณีได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งไม่มากกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใด จำนวน 3 เขตเลือกตั้ง ดังนี้ จังหวัดสุพรรณบุรี อำเภอเมืองสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1, จังหวัดตรัง อำเภอเมืองตรัง เขตเลือกตั้งที่ 2 และจังหวัดชุมพร อำเภอสวี เขตเลือกตั้งที่ 4 ซึ่งการเลือกตั้งใหม่จะต้องประกาศให้มีการเลือกตั้งภายในเจ็ดวันและต้องกำหนดวันเลือกตั้งไม่เกิน 45 วันนับแต่วันที่ประกาศให้มีการเลือกตั้งใหม่

พร้อมกันนี้นายแสวง ได้ชี้แจงเรื่องปัญหาการใช้สิทธิ์ของประชาชน เช่น เรื่องการเลือกตั้งวันเสาร์ ตามที่ได้ชี้แจงแล้วว่ามีข้อกฎหมายที่ต้องดำเนินการจัดการเลือกตั้งภายใน 45 วัน ซึ่งพบว่าในข้อเท็จจริง การเลือกตั้งกรณี มี 6 จังหวัดส่งข้อมูลและตั้งเกินในเวลา 24:00 น. เนื่องจากมีปัจจัยเรื่องเส้นทางเดินทางที่ทุรกันดาร และเป็นเกาะ โดยยืนยันการเลือกดังกล่าวเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว

”ปัญหาเชิงข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงที่กล่าวไปแล้วคือการดูแลรักษาความปลอดภัยของ กปน. การรายงานและส่งพิบัติทุกครั้งด้วยเส้นทางที่ธุรกันดาร ระยะทางไกลทุกครั้งมีอุบัติเหตุทุกครั้ง และครั้งนี้มี กปน. เสียชีวิตระหว่างทางการส่งบัตร เราให้ความสำคัญกับชีวิตคน กปน. เสียสละมาทำงานให้เราและต้องมากำหนดวันเลือกตั้งในวันที่ไท่ต้องไปกดดัน กปน. ที่ต้องรีบส่งหีบบัตรหลังจากนับคะแนนภายใน 3-4 ชั่วโมงที่ทุรกันดาร เราขอแสดงความเสียใจและพร้อมที่ดูแล กปน. ตามสิทธิตามกฏหมาย “

ทั้งนี้นายแสวง กล่าวว่า กล่าวถึงการจัดการเลือกตั้งนายกอบจ. ในวันเสาร์ เราได้คำนึงถึงความเที่ยงธรรมในการจัดการเลือกตั้ง ซึ่งเราใช้กติกาเดียวกัน บัญชีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเดียวกัน และหาเสียงในเวลาเดียวกัน จึงถือว่าเป็นธรรมกับผู้สมัครทุกคน แม้ว่า จำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งจะน้อยกว่าปี 2563 ถึง ร้อยละ 4 แต่ก็ยังสูงกว่าเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งนายกอบจ. ในวันอาทิตย์ ช่วง เดือนธันวาคม 2567 จำนวน 29 จังหวัด ตัวเลขผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งประมาณ ร้อยละ 53 ซึ่งสาเหตุ ที่ทำให้ผู้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ น้อยลงกว่าคราวที่แล้ว เพราะครั้งนี้มีการจัดการเลือกตั้งอบจ. ไปก่อนแล้ว 29 จังหวัด

ส่วนจำนวนบัตรเสียที่มากถึงร้อยละ 5.6 จากการวิเคราะห์พบว่า มาจากตัวผู้เลือกเอง ที่สับสนระหว่างหมายเลขของนายกฯอบจ. และหมายเลขของส.อบจ. ซึ่งมีจำนวนผู้สมัครไม่เท่ากัน ทำให้ประชาชนการลงในช่องที่ไม่มีผู้สมัคร แต่ทำเครื่องหมายกากบาทถูกต้อง จึงกลายเป็นบัตรเสีย ไม่ใช่การตั้งใจทำให้บัตรเสีย / ในขณะที่บางเขตมีการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ก็อาจจะให้เกิดความสับสนในการเลือก / ส่วนการทำเครื่องหมายผิด และการตั้งใจทำให้บัตรเสียก็มี ซึ่งหลังจากนี้ ก็จะไปพิจารณาว่าจะหาทางแก้ไขอย่างไร เพราะก็เป็นปัญหาในเชิงระบบด้วย / แต่สำหรับการลงคะแนนในช่องไม่ประสงค์ เลือกผู้สมัครผู้ใดที่มีจำนวนมากนั้น คงจะไม่สามารถตอบแทนประชาชนหรือผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งได้ เพราะน่าจะเป็นการแสดงออกทางความรู้สึกของประชาชนต่อการเลือกตั้ง หรือต่อผู้สมัคร ซึ่งจากคะแนนในช่องนี้ส่งผลให้ ผู้ที่ได้รับเลือก 3 คนไม่ผ่านเกณฑ์ และจะต้องมีการจัดการเลือกตั้งใหม่ รวมกับ เขตที่ไม่มีผู้สมัครอีก 1 เขต ซึ่งผู้อำนวยการการเลือกตั้งในเขตนั้นจะต้องมีการประกาศ ภายใน 7 วัน และจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ภายใน 45 วัน

ส่วนกรณีการนับคะเเนนที่มีรายงานว่า บางหน่วยมีจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งกับจำนวนบัตรเลือกตั้งไม่เท่ากัน ประมาณ 4-5 จังหวัด ซึ่งจะต้องมีการดำเนินการตามระเบียบ ซึ่งจังหวัดจะเป็นผู้เสนอขึ้นมาให้กกต. พิจารณา ว่าจะมีการลงคะแนนใหม่หรือนับคะแนนใหม่หรือไม่

ส่วนกรณีที่จังหวัดสมุทรปราการมีบัตรเสียเป็นจำนวนมาก และฝ่ายค้านจะขอให้มีการนับคะแนนใหม่นั้น เลขาธิการกกตกล่าวว่า การขอนับคะแนนใหม่จะมีหลักเกณฑ์และวิธีการ ซึ่งต้องดูว่าในระหว่างการนับคะแนน มีการทักท้วงหรือไม่

ส่วนข้อร้องเรียนการเลือกตั้ง มีเรื่องร้องเรียนส่งมายังสำนักงานกกต. จนถึงเมื่อวาน จำนวน 180 เรื่อง ทั้งประเด็นการจัดการเลือกตั้ง และประเด็นการทุจริตการเลือกตั้ง ซึ่งอยู่ในระหว่างการตรวจสอบของสำนักงาน

#Thaitabloid #สำนักข่าวไทยแทบลอยด์