วันที่ 5 ก.ค.2566 ผู้สื่อข่าวไทยแทบลอยด์รายงานว่า เมื่อวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา (เวลา 21.00 น.)ตม.จว.จันทบุรี โดย พ.ต.อ.เขมรินทร์ พิศมัย ผกก.ตม.จวจันทบุรี , พ.ต.ท.ศวัส โชติรณพัส รอง ผกก.ตม.จว.จันทบุรี สั่งการให้ พ.ต.ท.นิพนธ์ เรืองสม สว.ตม.จว.จันทบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ตม.จว.จันทบุรี ร่วมกันสืบสวนหาข่าวและทำการจับกุมชายต่างด้าวสัญชาติเวียดนาม ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเพื่อมาประกอบอาชีพให้บริการจัดระเบียบการจราจรแก่ผู้มาใช้บริการร้านอาหารหมูกระทะชื่อดังแห่งหนึ่งย่าน อ.เมือง จ.จันทบุรี โดยมีรายได้ขั้นต่ำวันละกว่าสามร้อยถึงห้าร้อยบาท

โดยก่อนหน้านี้ ตม.จว.จันทบุรี ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน จากชาวต่างชาติที่เข้ามาก่อความเดือดร้อนลำคาญในลักษณะที่ทำทีเข้ามาให้บริการจัดระเบียบการจราจรเมื่อมีผู้ลูกค้าขับขี่รถยนต์เข้ามาใช้บริการในร้านอาหารดังกล่าว โดยจะเรียกเก็บเงินครั้งละยี่สิบบาทจากผู้ที่มาใช้บริการร้านอาหารนั้น เพื่อตอบแทนในการช่วยดูแลที่จอดรถ เป็นเหตุทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินหากไม่ยินยอมจ่ายเงินค่าดูแล
จากนั้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนปราบปราม ตม.จว.จันทบุรี จึงทำการติดตามจับกุมตัวมาดำเนินการตามกฎหมายไว้ได้ โดยที่พบชายต่างด้าวดังกล่าวนั้นใส่เสื้อสะท้อนแสงสีส้มในลักษณะที่กำลังใช้ไฟฉายส่องสว่างจัดระเบียบการจราจรและเรียกรับเงินค่าตอบแทนจากผู้ขับขี่รถยนต์อยู่จริง จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ ตม.จว.จันทบุรี ขอตรวจสอบเอกสารประจำตัวคนต่างด้าวและใบอนุญาตทำงาน แต่ชายต่างด้าวนั้นให้การรับสารภาพว่าตนคือ นายดัง ฮ่อง อายุ 37 ปี สัญชาติเวียดนามหลบหนีเข้ามาในประเทศไทยทางด้านจังหวัดหนองคายไม่มีใบอนุญาตทำงานแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ ตม.จว.จันทบุรี

จึงร่วมกันจับกุมโดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า “เป็นบุคคลต่างด้าว(สัญชาติ กัมพูชา)เข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตและเป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ นำตัวส่ง สภ.เมืองจันทบุรี ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ พล.ต.ท.ภาคภูมิภิพัทฒ์ สัจจพันธ์ ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.วริศร์สิริภ์ ลีละสิริ ผบก.ตม.3 ได้สั่งกำชับให้ ตม.จว.จันทบุรี เพิ่มความเข้มงวดกวดขันและตรวจสอบบุคคลต่างด้าวในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดของคนต่างด้าวและความผิดที่มีโทษทางอาญาอื่นๆ อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ที่มีต่อตำรวจ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่เพื่อการดำเนินชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขของคนในชุมชนต่อไป
#สำนักข่าวไทยแทบลอยด์ สื่อออนไลน์ ที่ยึดถือจรรยาบรรณครบถ้วน

