หน้าแรกกระบวนการยุติธรรมเลขาฯ รมต.ยุติธรรม เข้าฟังขั้นตอนการผ่าชันสูตรศพ "น้องจีฮุน" จากนิติเวช รพ.ตำรวจ หลังครอบครัวติดใจสาเหตุการเสียชีวิต

เลขาฯ รมต.ยุติธรรม เข้าฟังขั้นตอนการผ่าชันสูตรศพ “น้องจีฮุน” จากนิติเวช รพ.ตำรวจ หลังครอบครัวติดใจสาเหตุการเสียชีวิต

วันที่ 6 กันยายน 2565 เวลา 10.30 น. ที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เข้าพบพล.ต.ต.สุพิไชย ลิ่มศิวะวงศ์ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อรับฟังคำชี้แจงขั้นตอนและกระบวนการผ่าพิสูจน์ศพน้องจีฮุน อายุ 7 ขวบที่เสียชีวิตภายในรถตู้โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา หลังพ่อแม่ของน้องจีฮุนได้เข้าร้องเรียนต่อกระทรวงยุติธรรมให้ช่วยตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิต

ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต เปิดเผยก่อนเข้าฟังการชี้แจงว่า คดีนี้พ่อแม่ของน้องจีฮุนได้ร้องทุกข์ต่อกระทรวงยุติธรรม ดังนั้นตนเองจึงเสมือนเป็นตัวแทนครอบครัวน้องจีฮุนในการมาสังเกตการณ์ขั้นตอนการทำงานของสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ เนื่องจากตามกฎหมายแล้ว หากรายงานผลการชันสูตรที่แรกยังไม่ออก สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรมก็ยังไม่มีอำนาจในการผ่าชันสูตรพลิกศพครั้งที่ 2 ได้ ซึ่งจะต้องรอประมาณ 40 วันในการรอผล ซึ่งจะทำให้ครอบครัวได้รับเงินเยียวยาล่าช้า

ดังนั้นระหว่างรอรายงานผลการชันสูตร จึงมาตรวจสอบในเรื่องของขั้นตอนและกระบวนการก่อน ว่ามีการดำเนินการถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ โดยตนเองได้เชิญแพทย์ของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์มาร่วมรับฟังในฐานะผู้เชี่ยวชาญ และจะนำคำชี้แจงไปหารือกับคณะกรรมการกระทรวงยุติธรรม ก่อนจะแจ้งให้กับครอบครัวของน้องจีฮุนทราบ

ส่วนผลการชันสูตรยังต้องรอตามกรอบ 40 วัน ซึ่งหากครอบครัวน้องจีฮุนยังติดใจการเสียชีวิต ก็สามารถยื่นขอชันสูตรครั้งที่ 2 ได้ โดยเบื้องต้นแม่น้องจีฮุนเชื่อว่าเป็นการเสียชีวิตแบบผิดปกติ เพราะสภาพศพน้องจีฮุนดูเรีบบร้อยไม่มีคราบน้ำลาย น้ำตา หรือปัสสาวะ

อย่างไรก็ตาม ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต กล่าวว่าหากมีประชาชนท่านใดที่คิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม และต้องการให้กระทรวงยุติธรรมเข้ามาตรวจสอบขั้นตอนการทำงานเกี่ยวกับการผ่าชันสูตร ก็สามารถแจ้งเรื่องราวร้องทุกข์มาที่กระทรวงยุติธรรมได้ โดยยืนยันไม่ได้เลือกปฏิบัติ เพราะตนเองทุ่มเทให้กับทุกคดี

เลขาฯ รมว.ยธ.พอใจผลผ่าศพ น้องจีฮุน ไม่พบบาดแผลฆาตกรรมหรือถูกข่มขืน ชี้เกิดอาการฮีทโตรก รอผลสรุป15ก.ย.นี้แจ้งให้ญาติทราบ

ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แถลงหลังเข้าฟังการชี้แจงขั้นตอนและกระบวนการผ่าพิสูจน์ศพน้องจีฮุน อายุ 7 ขวบที่เสียชีวิตภายในรถตู้โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา หลังพ่อแม่ของน้องจีฮุนได้เข้าร้องเรียนต่อกระทรวงยุติธรรมให้ช่วยตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิต ว่าจากการเข้าฟังผลตรวจสอบไม่พบความผิดปกติหรือสิ่งที่เป็นสมมุติฐานที่ตั้งไว้ว่าถูกฆาตกรรมหรือการทำร้ายร่างกาย แต่ผลการชันสูตรบ่งชี้ว่าเกิดอาการฮีทโตรกหรือเกิดจากความร้อนในร่างกายมากเกินไป จากการดูกระบวนการขั้นตอนการผ่าของแพทย์นิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจได้ดำเนินการ 5 ข้อ คือ การบันทึกเสื้อผ้า,การตรวจสภาพร่างกายลักษณะภายนอก,การบันทึกบาดแผลภายนอกร่างกาย, การเก็บวัตถุพยาน เช่น ตรวจเลือด ช่องคลอด ทวารหนัก เล็บ ชิ้นเนื้อ เพื่อยืนยันผลการตรวจวินิจฉัยอาหารในกระเพาะและข้อสุดท้ายคือการผ่าชันสูตรภายในร่างกายทั้งหมด โดยจากการดูพบว่ามีร่องรอยฟกช้ำตามแขนและใบหน้าบ้างไม่พบร่องรอยการถูกข่มขืนหรือรอยฟันหักรอยกระแทกโดย สภาพภายในของน้องจีฮุนแต่ละส่วนปกติอยู่

จึงสรุปได้ว่าผลดังกล่าวน่าจะเกิดจากอาการฮีทโตรกคืออุณหภูมิในร่างกายสูงและเกิดการเปลี่ยนแปลง ส่วนชุดนักเรียนมีร่องรอยเปอะเปื้อนฝุ่น เสื้อผ้ายับเพราะสภาพศพครั้งแรกมีการพับแขนเอาไว้เพราะเสื้อแขนยาว บริเวณแก้มซ้ายมีรอยถลอก เนื่องจากตอนพบศพนอนคว่ำหน้าจึงมีอาการเลือดตก มีแผลฟกช้ำปลายแขนด้ายซ้ายและต้นแขนขวา หัวเข่าฟกช้ำทั้งสอง น่องมีรอยถลอก รวมประมาณ 9 บาดแผล เยื่อบุตาไม่พบเลือดออกไม่มีรอยกระแทก ไม่มีร่องรอยการถูกบีบคอแต่อย่างใด ส่วนการผ่าภายในเปิดศรีษะไม่มีรอยกระทบกระแทก ปอดมีเลือดออกเป็นจุดๆ

ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต กล่าวว่าส่วนตัวพอใจผลการผ่าชันสูตรพลิกศพของนิติเวช รพ.ตำรวจโดยเฉพาะประเด็นการฆาตกรรมไม่ปรากฎร่องรอยการทำร้าย แพทย์ได้ทำการเปิดตาแบบเดียวกันกับคดีของแตงโม คือหลับตาปกติ ไม่มีอะไรซ่อนเร้นแต่อย่างใด เพราะไม่ได้มีแรงจูงใจที่จะกระทำ

ส่วนกรอบเวลาจากเดิม 40 วันได้ให้นิติเวชรพ.ตำรวจ สรุปผลเร็วขึ้นภายในวันที่ 15 ก.ย.นี้ พร้อมเร่งรัดผลจากตำรวจพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.)ให้ได้ผลเพื่อแก้ปัญหาและคลายปมสงสัย หากได้ครบหมดแล้วก็จะมอบหมายให้ศูนย์ยุติธรรมสร้างสุขรายงานผลให้กับครอบครัวน้องจีฮุนได้ทราบ คาดว่าภายใน 15 ก.ย.นี้ หลังจากนี้หากยังสงสัยก็จะเข้าสู่การผ่าชันสูตร2แต่เบื้องต้นครอบครัวบอกว่าถ้ากระทรวงยุติธรรมมาดูแล้วไม่พบความผิดปกติก็สามารถนำศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

ด้าน นพ.ศราวุฒิ สุจริตธรรม หรือหมอคิว ในฐานะคณะผู้สังเกตการณ์ร่วมได้อธิบายเพิ่มเติมของอาการฮีทโตรกว่าในเด็กที่เสียชีวิตในรถมีจำนวนมากกว่าผู้ใหญ่เนื่องจากเด็กจะทนความร้อนได้น้อยกว่าผู้ใหญ่หากนอนหลับก็จะเกิดอาการทางสมอง ชัก หมดสติ อวัยวะภายในต่างๆล้มเหลวช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ส่วนบาดแผลฟกช้ำเกิดขึ้นตามแขนขาและหนังศรีษะเข้าได้กับบางตำแหน่งภายในรถคาดว่าขณะมีอาการชักเกร็งทำให้แขนขาฟาดไปยังสิ่งแวดล้อมในรถ ส่วนจุดเลือดออกในปอดก็พบได้ในศพที่เกิดอาการฮีทโตรกเช่นเดียวกัน แต่ยังต้องนำข้อมูลต่างๆจาก พฐ.และพนักงานสอบสวนตรวจที่เกิดเหตุมาประกอบกัน

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img