หน้าแรกทั่วไทยเทคโนฯราชมงคลล้านนาจับมือ"อีโคเทค"ทำ MOU สร้างนวัตกรรมพลังงานทดแทนจากโซลาร์เซลล์ ตอบโจทย์ชุมชน-สังคม วางเป้าชาวบ้านเข้าถึงง่าย-ไม่แพง

เทคโนฯราชมงคลล้านนาจับมือ”อีโคเทค”ทำ MOU สร้างนวัตกรรมพลังงานทดแทนจากโซลาร์เซลล์ ตอบโจทย์ชุมชน-สังคม วางเป้าชาวบ้านเข้าถึงง่าย-ไม่แพง

วันที่ 8 พฤษภาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผศ.ดร.จัตตุฤทธิ์ ทองปรอน รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ นายอุรชาติ กสิวงศ์สุนทร กรรมการผู้บริหาร บริษัท อีโคเทค พาร์ท จำกัด เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมด้านพลังงานทดแทนจากโซลาร์เซลล์ รวมไปถึงจัดทำแผนการรับนักศึกษามาร่วมฝึกงานกับบริษัท อีโคเทคฯ โดยมี ผศ.ดร.นพพร พัชรประกิติ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา และ ดร.ธีระศักดิ์ สมศักดิ์ หัวหน้าหน่วยวิจัยระบบพลังงานสะอาด ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา

ผศ.ดร.จัตตุฤทธิ์ กล่าวว่า สำหรับโครงการนี้ถือเป็นโครงการที่ดีของมหาวิทยาลัยอีกหนึ่งโครงการ ที่เป็นการร่วมมือกันกับบริษัท อีโคเทค พาร์ท จำกัดในการที่จะนำนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยฯ ในด้านพลังงานเอาไปต่อยอดในเชิงธุรกิจ ตนมั่นใจว่าการร่วมมือในครั้งนี้จะสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับประเทศไทย สร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ให้กับชุมชน สังคม การร่วมมือกันระหว่างบริษัท อีโคเทค พาร์ท และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เป็นการนำเอาเทคโนโลยีที่ชาวบ้านเข้าถึง ได้นำไปใช้อย่างกว้างขวางในประเทศไทย และเชื่อว่าถ้าเราพัฒนาได้ จะสามารถนำมาใช้ในภาคพื้นเอเชียได้ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราภาคภูมิใจที่ทางบริษัทได้จับมือกับทางมหาวิทยาลัย จัดสร้างโครงการนี้ขึ้นมา”ความคาดหวังของผมในฐานะอธิการบดี หรือในหน่วยวิจัยพลังงานสะอาดก็ดี เราอยากเห็นการสร้างนวัตกรรมให้ชาวบ้านสามารถเข้าถึงได้ง่าย เราอยากให้พลังงานสะอาดสามารถเข้าถึงชาวบ้านได้ ซึ่งบริษัทอีโคเทคพาร์ท มีเป้าหมายเดียวกันกับทางมหาวิทยาลัยฯ ที่จะทำให้ชาวบ้านสามารถเข้าถึงพลังงานได้ ในราคาไม่แพง ซึ่งเราเน้นให้ชาวบ้านหรือประชาชนได้ใช้ในราคาไม่แพง และก็สามารถซ่อมและบำรุงเองได้ ดังนั้นสิ่งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่ผมเชื่อว่าเราจะสามารถพัฒนาไปด้วยกันได้ระหว่างบริษัทอีโคเทคพาร์ท และศูนย์วิจัยพลังงานสะอาด ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา โดยเราจะสามารถสร้างสรรค์สิ่งดีๆ รวมไปถึงพัฒนานวัตกรรมหรือ Innovation ให้กับประเทศได้เป็นอย่างดี และสุดท้าย ผมก็คาดหวังว่าเราจะเห็นนวัตกรรมใหม่ที่เกิดขึ้นมาจากการร่วมมือกันในครั้งนี้เพื่อจะเป็นที่พึ่งของคนในสังคมและประเทศชาติได้อย่างต่อไป”ผศ.ดร.จัตตุฤทธิ์ กล่าว

ด้าน ผศ.ดร.นพพร กล่าวว่า ศูนย์วิจัยพลังงานสะอาดเราเน้นในภารกิจ 3 ส่วนอันได้แก่ การสอน การฝึกอบรม และการวิจัยงานบริการด้านพลังงาน โดยเน้นเรื่องการวิจัยพลังงานสะอาดจากโซลาร์เซลล์ รวมไปถึงพลังงานทดแทนประเภทอื่นๆ อาทิ พลังงานทดแทนจากกังหันลม เทคโนโลยีชีวมวล และเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้แก่ แบตเตอรี่ ยานยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น ที่สำคัญได้นำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้ในชุมชน ด้านการเกษตรและสิ่งแวดล้อมผศ.ดร.นพพรกล่าวว่า ต้องขอขอบคุณ บริษัท อีโคเทค พาร์ท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนที่มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จในด้านธุรกิจโซลาร์เซลล์ รวมไปถึงพลังงานทดแทนอื่นๆ โดยที่ทางมหาวิทยาลัยฯ มีตัวหน่วยงานพลังงานสะอาดก็จะเป็นหน่วยที่พัฒนากำลังคนและองค์ความรู้ทางด้านโซลาร์เซลล์ด้วย แต่ยังเป็นเพียงภาควิชาการหรือภาคทฤษฎี ดังนั้นภารกิจสองส่วนในภาคเอกชนและภาควิชาการได้มาจับมือร่วมกัน คิดว่าน่าจะเกิดเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เกิดมาจากแนวคิดของคนไทย เกิดจากสถาบันการศึกษาร่วมกับหน่วยงานเอกชน ซึ่งทำให้เกิดประโยชน์ในด้านการลดต้นทุนในการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และเป็น Knowhow ของคนไทยนั่นเอง

ผศ.ดร.นพพร กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการนี้ก็เป็นความร่วมมือ ก็จะมีทั้งการพัฒนากำลังคน นั่นคือนักศึกษา ที่จะได้ไปเรียนรู้การปฏิบัติงาน ทั้งทางด้านวิศวกรรม และด้านธุรกิจกับบริษัท อีโคเทค พาร์ท ในขณะเดียวกันทางบริษัทฯเอง ก็จะได้มาฝึกอบรมในด้านวิชาการกับทางมหาวิทยาลัยฯ ซึ่งเราก็ได้จัดหลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรการฝึกอบรมติดตั้งและการขายโซลาร์เซลล์ เป็นต้น และในเรื่องที่สองก็คือ องค์ความรู้เป็นแนวปฏิบัติในด้านการออกแบบ การติดตั้ง และซ่อมบำรุง ซึ่งจะทำอย่างไรให้เป็น Knowhow ร่วมกันของมหาวิทยาลัยฯ และบริษัทฯ รวมไปถึงการพัฒนาเทคโนโลยีและการวิจัยใหม่ๆ ซึ่งมองว่าจะเกิดขึ้นกับทางอีโคเทคและมหาวิทยาลัย ซึ่งจะเกิดจากการร่วมมือกันในการทำ MOU ครั้งนี้ ซึ่งหลังจากนี้ก็จะมีการทำแผนการดำเนินการรวมไปถึงการจัดกิจกรรมในอีกหลายๆ กิจกรรม

ด้านนายอุรชาติกล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่เราคิดเอาไว้ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัท เป็นความร่วมมือของเอกชนกับทางหน่วยงานของราชการ ที่มีงานวิจัยที่ได้มาตรฐาน ทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ถือเป็นหน่วยงานที่สำคัญหน่วยหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทดแทน ทางมหาวิทยาลัยฯ ได้ทำการวิจัยรวมไปถึงพัฒนาผลงานวิจัยบนพื้นฐานของมาตรฐานในประเทศไทยมาเป็นเวลาหลายปี รวมไปถึงบุคลากร คณาจารย์ต่างๆ มีความเป็นมืออาชีพ นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยนี้ ได้รับการยอมรับจากหน่วยงานเอกชนในสังคมเป็นอย่างดี ทำให้ไม่มีเหตุผลใดๆ เลย ที่ทางอีโคเทค จะไม่เลือกมหาวิทยาลัยนี้

“กิจกรรมนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นการเสริมทัพให้กับองค์กร อีโคเทคพาร์ท เพื่อยกระดับขึ้นไปอีกขั้นนึง การนำองค์ความรู้ต่างๆ ไปต่อยอดเพื่อให้ประชาชนทั่วไป ได้รับสินค้าและการบริการที่เหนือมาตรฐานขึ้นมา ซึ่งถือเป็นหน้าที่ที่สำคัญของบริษัทเรา เช่นกันในมุมมองของมหาวิทยาลัยฯ ก็จะได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนไม่ว่าจะเป็นกองทุน หรืองานวิจัย เพื่อให้สอดคล้องกับ Customer need หรือสิ่งที่ประชาชนต้องการ ผมถึงคาดหวังกิจกรรมในวันนี้จะนำเราก้าวไปข้างหน้าอีกขึ้นนึง”นายอุรชาติกล่าว และว่า ถ้าต้องการติดตามข่าวสารสามารถติดตามได้ที่ Facebook หรือ Line OA Ecotech Part เพราะสิ่งที่เราทำ เรามุ่งหวังจะให้ภาคสังคมพัฒนาจากประเทศไทย ไปสู่อาเซียน

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img