
วันที่ 20 มีนาคม 2665 ที่ห้องประชุม ชั้น 4 กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร ต.มหาชัย อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 เดินทางมาประชุมเร่งรัดติดตามผลความคืบหน้าคดีที่น่าสนใจของประชาชน ในคดี “คดีชิงทรัพย์ร้านทอง เหตุเกิดห้างทองบางกอกโกลด์ ภายในโลตัส สาขามหาชัย ต.คลองครุ อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร ทรัพย์สินที่ได้ไปเป็นทองน้ำหนักรวม 22 บาท เมื่อวันที่ 19 มี.ค.65 เวลาประมาณ 09.15 น.”ที่ผ่านมาโดยมี พล.ต.ต.บุญญฤทธิ์ รอดมา รอง ผบช.ภ.7 (สส), พล.ต.ต.อภิชาติ วรรณภักดิ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

พล.ต.ท.ธนายุตม์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้ติดตามความคืบหน้าคดี และสั่งการกำชับให้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน เร่งรัดสืบสวนหาพยานหลักฐานในคดีตามที่มอบหมาย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภาค ดำเนินการสืบค้นภาคอากาศและเดินกล้องก่อนวันและเวลาเกิดเหตุทั้งหมดพร้อมรับผิดชอบข้อมูลเดินดินทั้งหมด ในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่สืบสวนจังหวัดสมุทรสาคร ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน เดินกล้องหลังเกิดเหตุ เดินกล้องในเส้นทางหลบหนีในวันเกิดเหตุของคนร้ายและข้อมูลหลังเกิดเหตุทั้งหมดพร้อมรับผิดชอบข้อมูลเดินดินทั้งหมด พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สืบสวนเมืองสมุทรสาคร ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน เดินกล้องก่อนเกิดเหตุ เดินกล้องในเส้นทางระหว่างมาก่อเหตุ ข้อมูลเครื่องแต่งกาย เสื้อผ้า รองเท้า ยานพาหนะที่ใช้ในการก่อเหตุ ทั้งหมดโดยละเอียดพร้อมรับผิดชอบข้อมูลเดินดินทั้งหมด

ผบช.ภ.7 กล่าว กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสอบสวน เร่งรัดสอบสวนพยานผู้เกี่ยวข้องทุกปาก รวบรวมพยานหลักฐาน แจ้งตำหนิรูปพรรณ ทรัพย์สินให้ ร้านทอง โรงรับจำนำ ทราบถึงตำหนิรูปพรรณพร้อมเร่งรัดผลตรวจพิสูจน์ ของ พฐ .ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจงานป้องกันและปราบปราม ยกระดับการป้องกันเหตุ วิเคราะห์สถานะภาพอาชญากรรมอย่างต่อเนื่องปรับแผนการตรวจและจัดให้มีการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ ในการชิงทรัพย์ ธนาคาร ร้านทอง ร้านสะดวกซื้อ อย่างสม่ำเสมอ
พร้อมทั้งให้ผู้บังคับบัญชา ควบคุมกำกับดูแลและสั่งการในคดีด้วยตนเอง,ให้ดำเนินการแจ้งความคืบหน้าทางคดีให้ฝ่ายผู้เสียหายเป็นระยะ และให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในคดีทุกนาย พึงระมัดระวังการให้ข่าว โดยเน้นย้ำอย่าให้มีการเผยแพร่แนวทางการสืบสวน หรือข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องทางคดี ต่อสื่อมวลชนหรือมีภาพไปปรากฎยังสื่อโซเชี่ยลมีเดียต่างๆเพราะจะทำให้ข้อมูลความลับคดีหรือเทคนิคในการสืบสวนรั่วไหล ทำให้ทำงานได้ยาก
กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายให้ทำงานร่วมกันเป็นทีม(teamwork) บูรณาการการข่าวร่วมกันทุกฝ่าย แบ่งหน้าที่กันทำงานให้ชัดเจนให้รายงานผลการปฏิบัติให้ทราบทุกระยะ หากพบปัญหาให้รายงานให้ทราบ เน้นย้ำอย่าให้เกิดข้อบกพร่องโดยก่อนการประชุมได้ทำการตรวจเชื้อไวรัส COVID19 ผู้เข้าร่วมประชุม และปฏิบัติตามมาตราป้องกันโรค COVID19อย่างเคร่งครัด “ผบช.ภ.7 กล่าว”

