หน้าแรกกระบวนการยุติธรรม"ผู้ช่วยฯ โจ๊ก” แถลงรวบ คนร้ายใช้อาวุธปืนชิงทรัพย์ตู้แลกเงิน ป่าตอง

“ผู้ช่วยฯ โจ๊ก” แถลงรวบ คนร้ายใช้อาวุธปืนชิงทรัพย์ตู้แลกเงิน ป่าตอง

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ ที่ จว.ภูเก็ต พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากกรณีที่ปรากฏข่าวตามสื่อมวลชนและโซเชียลมีเดีย เหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกชิงทรัพย์ตู้แลกเปลี่ยนเงิน ได้ทรัพย์สินไปเป็นเงินสดสกุลต่างชาติ คิดเป็นเงินไทยมูลค่า 226,918 บาท และเงินสดสกุลไทยอีก 3,418 บาท ก่อนหลบหนีไป เมื่อวันที่ 13 ก.พ.65 เหตุเกิดบริเวณตรงข้าม ห้างบิ๊กซีสาขาจังซีลอน ถ.ผังเมืองสายก ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต พื้นที่รับผิดชอบของ สภ.ป่าตอง จว.ภูเก็ต ตามที่ทราบแล้ว นั้นในการนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ ดำเนินการสืบสวนจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุอย่างอุกอาจดังกล่าว โดยเร่งด่วน

ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.8, พล.ต.ต.วันไชย  เอกพรพิชญ์ รอง ผบช.ภ.8, พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.สส.ภ.8, พล.ต.ต.เสริมพันธุ์ ศิริคง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต, พ.ต.อ.บัณฑิต ขาวสุธรรม ผกก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต และ พ.ต.อ.สุจินต์ นิลบดี ผกก.สภ.ป่าตอง ให้ดำเนินการสืบสวนจับกุมตัวคนร้ายดังกล่าว เนื่องจากเป็นเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ และคนร้ายใช้อาวุธปืนในการก่อเหตุดังกล่าว

ต่อมาเมื่อวันที่ 17 ก.พ.65 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.จว.ภูเก็ต และ สภ.ป่าตอง ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดภูเก็ต และศาลได้อนุมัติหมายจับและสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุดังกล่าวได้ จำนวน 1 ราย ประกอบด้วย 1.) นายเสกสรรค์ วงษวิราช อายุ 20 ปี บ้านเลขที่  74 หมู่ที่ 14  หมู่ 17 ต.บ่อรัง อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตรวจค้นและยึดของกลางได้หลายรายการ ประกอบด้วย เสื้อผ้า กางเกง รองเท้า และถุงมือที่นายเสกสรรค์ฯ สวมใส่ขณะก่อเหตุ รวมทั้งอาวุธปืนพกสั้น แบบไทยประดิษฐ์ขนาด เบอร์ 9 จำนวน 1 กระบอก และสามารถติดตามทรัพย์สินกลับมาได้อีกจำนวนหนึ่ง ประกอบด้วย เงินสดจำนวน 9 หมื่นบาท โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง และสร้อยคอทองคำหนัก 1 สลึง จำนวน 1 เส้น

โดยในวันเกิดเหตุ คนร้ายได้สวมเสื้อฮู้ดแขนยาวสีดำ กางเกงขายาวสีดำ ใส่ถุงมือสีดำ สวมหมวกโม่งสีดำ จากนั้นไปซุ่มอยู่ที่บริเวณพื้นที่ด้านหลังร้านแลกเงินที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นพื้นที่ร้าง ไม่มีแสงสว่าง จากนั้นได้ตรงไปที่ประตูด้านหลังร้านแลกเงิน แล้วใช้อาวุธปืนทุกประตูกระจกของร้านดังกล่าว จากนั้นได้เข้ามาภายในร้านและใช้อาวุธปืนข่มขู่พนักงานประจำร้านให้ส่งมอบเงินให้ ก่อนวิ่งหลบหนีเข้าไปในป่าด้านหลังร้านโดยการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐาน ชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธปืน และมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า “คดีดังกล่าวเป็นคดีที่มีความอุกอาจมาก เนื่องจากคนร้ายมีการใช้อาวุธปืนเพื่อข่มขู่ให้เหยื่อกลัว ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยทั่วไป จากนี้จะได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการปราบปรามอาวุธปืนผิดกฎหมายในพื้นที่ให้มากขึ้น รวมทั้งเพิ่มมาตรการในการป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจตราของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และการปรับปรุงสภาพแวดล้อมเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรม เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตอย่างปกติสุขให้ได้มากที่สุด”

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img