หน้าแรกกระบวนการยุติธรรมหน่วยงานความมั่นคง เปิดโปง เคลือข่ายขบวนขนแรงงานผิด กฏหมายเข้าไทยจับถี่ยิบ พบเชื่อมโยงทั้ง 'ไทย-กัมพูชา-พม่า- มาเลเซีย'

หน่วยงานความมั่นคง เปิดโปง เคลือข่ายขบวนขนแรงงานผิด กฏหมายเข้าไทยจับถี่ยิบ พบเชื่อมโยงทั้ง ‘ไทย-กัมพูชา-พม่า- มาเลเซีย’

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2564 ผู้สื่อข่าวไทยแทบลอยด์ รายงานว่าเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ได้ร่วมบูรณาการ จับกุมแรงงานต่างด้าวผิดกฏหมาย ลักลอบเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก อย่างต่อเนื่อง โดยได้รายงานผลการจับกุม ต่อเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง ทราบถึงผลการปฎิบัติฯ

โดยเมื่อ 1 ธ.ค.64 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไทรโยค และหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง ทําการจับกุมบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จํานวน 64 คน ( ชาย 29 คน และ หญิง 33 คน) บริเวณ บ.กระทะทอง ต.ศรีมงคล อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี จากการ ซักถามทราบว่าเดินทางมาจากหลายพื้นที่ ในประเทศเมียนมา เพื่อจะไปทํางานที่ กรุงเทพฯ, จ.นครปฐม, จ.ชลบุรี, จ.สมุทรสาคร, จ.สมุทรปราการ และ จ.ภูเก็ต โดยเสียค่าใช้จ่ายคนละ 17,000. -25,000.บาท จนท.จึงได้ทําการ วัดอุณหภูมิ ผลเป็นปกติ จากนั้นนําตัวส่ง สภ.ไทรโยค เพื่อดําเนินการตามกฎหมายต่อไป

วันเดียวกัน 1 ธ.ค.64 สภ.คลองหาด และ ตม.จว.สระแก้ว ร่วมกันทําการจับกุมแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรโดย ผิดกฎหมาย จํานวน 8 คน (ชาย 3 คน และ หญิง 5 คน) บริเวณ บ.เขาดิน ม.8 อ.คลองหาด จ.สระแก้ว จากการซักถามทราบว่า กลุ่มแรงงานฯ ดังกล่าวได้ลักลอบเข้าไทย โดยใช้ช่องทางธรรมชาติ ด้วยการเดินเท้าจาก ประเทศกัมพูชา มายังฝั่งไทยเพื่อที่จะเดินทางไปทํางานก่อสร้างที่ กรุงเทพฯ, จ.ชลบุรี และ จ.สมุทรปราการ โดยมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางเข้ามาทํางาน จํานวน 6,700 – 7,500 บาท เจ้าหน้าที่ จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่ง สภ.คลองหาด เพื่อดําเนินการตามกฎหมายต่อไป

ขณะที่ สภ.ประตูเมือง, หน่วยพิทักษ์ ป่าห้วยต้นนุ่น และกํานันตําบลแม่เงา เข้าจับกุมบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จํานวน 2 คน ได้แก่ 1)นายหลง (ไม่มีนามสกุล) อายุ 38 ปี (สามารถสื่อสารภาษาไทยได้เล็กน้อย) และ 2 )นายส่อเท (ไม่มีนามสกุล) อายุ 28 ปี บริเวณ ห่างจากจุดตรวจห้วยต้นนุ่น ม.4 ต.แม่เงา อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 50 เมตร ซึ่งทั้ง 2 คน ไม่มีเอกสารแสดงตัวตน โดยนายหลงฯ ให้การรับสารภาพว่า ได้เดินทางมาจาก อ.แม่แจ๊ะ รัฐคะยา ประเทศเมียนมา ด้วยการเดินเท้าตามภูมิประเทศโดยใช้เส้นทางธรรมชาติ เพื่อหลบเลี่ยงเจ้าหน้าที่ เพื่อจะเดินทางไป อ.ขุนยวมฯ และจะมีคนนําพามารับไปทํางานที่ จ.เชียงใหม่ จนท.จึงนําตัวไปตรวจคัดกรอง โรคโควิด – 19 ผลเป็นปกติ จากนั้นนําตัวส่ง สภ.ประตูเมือง เพื่อดําเนินการตามกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ ตชด.346 และ ฝ่ายปกครอง ได้ทําการ ลาดตระเวน,เฝ้าตรวจ บริเวณพื้นที่ป่าสัก บ.ไร่ดอนไชย ม.6 ต.แม่ตาว อ.แม่สอด จ.ตาก ผลการปฏิบัติตรวจพบ บุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย จํานวน 3 คน เป็นชาย 1 คน และ หญิง 2 คน จากการซักถามทั้งหมดรับสารภาพว่าได้ลักลอบข้ามมาจากฝั่งประเทศเมียนมาโดยผิดกฎหมายจริง จนท.จึงนําตัวไปตรวจคัดกรองโรคโควิด – 19 ผลเป็นปกติ จากนั้นนําตัวส่ง สภ.แม่สอด เพื่อดําเนินการตามกฎหมาย และผลักดันออกนอกประเทศต่อไป

ต่อเมื่อ 2 ธ.ค.64 สภ.บ้านแปลง และ ตม.จว.จันทบุรี ร่วมกันทําการจับกุมแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลักลอบเข้าเมืองโดย ผิดกฎหมาย จํานวน 206 คน (ชาย 116 คน, หญิง 74 คน และ เด็ก 16 คน) บริเวณ จุดตรวจ จุดสกัด บ้านแหลม ม.4 ต.เทพนิมิต อ.โป่งน้ําร้อน จ.จันทบุรี จากการซักถามท้ังหมดประสงค์จะเดินทางกลับประเทศกัมพูชา จึงแจ้งข้อกล่าวหาว่า “เป็นบุคคลต่างด้าว(กัมพูชา) เข้ามาหรืออยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต” จนท.นําตัวไปยังสถานที่ ควบคุมตัวขั้นต้น บริเวณแยกสะกอกะบือ บ.แปลง ม.6 ต.หนองตาคง อ.โป่งน้ําร้อนฯ จากนั้นนําตัวส่ง สภ.บ้านแปลง เพื่อดําเนินการตามกฎหมายต่อไป

วันเดียวกัน กกล.นเรศวร ร่วมกับ จนท.ประจําจุดตรวจร่วม บ้านห้วยหินฝน ทําการเรียกตรวจรถตู้โดยสาร แม่สอด – ตาก ยี่ห้อ โตโยต้า สีขาว ทะเบียน 10- 1521 ตาก โดยมี นายวีระ ชมภู อายุ 78 ปี เป็นคนขับ จากการตรวจสอบภายในรถพบบุคคลต้องสงสัยลักลอบเข้าเมืองโดย ผิดกฎหมาย จํานวน 1 คน คือ นายอาซิง โข่จา อายุ 46 ปี ที่อยู่เลขที่ 14 ม.6 ต.เมืองแหง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ จากการซักถาม นายอาซิงฯ รับสารภาพว่า ได้ลักลอบข้ามไปฝั่งประเทศเมียนมา เมื่อ เม.ย.63 โดยได้ เดินทางไปทํางานเป็นพนักงานเสิร์ฟอาหารในบ่อนคาสิโน ในพื้นที่ จ.เมียวดี ประเทศเมียนมา ได้เงินเดือนๆ ละ 27,000.บาท ต่อมา เมื่อ 2 ธ.ค. 64 เวลา 12.00 น.ได้เดินทางกลับมายังฝั่งประเทศไทย ผ่านท่าข้ามธรรมชาติ โดยมีชาวเมียนมาเป็นผู้นําพาข้ามฝั่ง เสียค่าใช้จ่าย จํานวน 3,000.บาท ต่อมาได้ว่าจ้างรถให้ไปส่งยังท่ารถตู้ บขส. ใน อ.แม่สอด เพื่อเดินทางกลับภูมิลําเนา จ.เชียงใหม่ ก่อนมาถูกจับกุมฯ จนท.จึงได้ทําการวัดอุณหภูมิ ผลเป็นปกติ และนําไปกักตัว ณ สถานกักกัน โรงแรมภูอินทร์ รีสอร์ท อ.แม่สอดฯ จํานวน 14 วัน จากนั้นจะนําตัวส่ง ดําเนินการตามกฎหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวไทยแทบลอยด์ รายงานอีกว่า จากผลการซักถามและผลการสอบสวน จากกรณีการจับกุมนายชาย แสงคูณ และนายสรพงษ์ ภักดีขุนทด ผู้นําพาพร้อมแรงงานต่างด้าว ผิดกฎหมาย จํานวน 11 คน เป็นชาย 7 คน, หญิง 2 คน และ เด็ก 2 คน บริเวณเส้นทางการเกษตรในพื้นที่ บ.ทับพริก ม.6 ต.ทับพริก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เมื่อ 29 พ.ย.64 จากการซักถาม ของเจ้าหน้าชุดจับกุมสรุปได้ดังนี้

ผู้สื่อข่าวฯ รายงานอีกว่า จากการซักถามผู้นําพาฯนายชาย แสงคูณ ทราบว่า ประกอบอาชีพเกษตรกรไร่อ้อยและทํางานให้กับ นายมนตรี คําพล นายกสมาคมเกษตรกรชายแดนบูรพา โดย นายมนตรีฯ ได้สั่งการให้ตน ไปรับแรงงานต่างด้าวฯ ที่แนวชายแดนในพื้นที่ บ.ทับพริก หมู่ 6 ต.ทับพริก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ไปส่งยังสมาคมเกษตรกร ชายแดนบูรพา จากนั้น นายชายฯ ได้ชักชวน นายสรพงษ์ฯ ซึ่งเป็นหลานชายให้ช่วยขับรถยนต์ไปรับแรงงานต่างด้าว ดังกล่าว ซึ่งในการไปรับได้ติดต่อประสานงานกับ เจ้าหน้าที่ทหารกัมพูชา ชื่อ นายวอน และเป็นนายหน้าชาวกัมพูชา เพื่อขอทราบเวลาและสถานที่จุดขึ้นรถของแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชา

ซึ่งกรณีดังกล่าว จากการซักถามแรงงานต่างด้าวฯจากการซักถาม นายโฮ ฮอน และ นายลํายก แรงงานต่างด้าวฯ ทราบว่าได้ว่าจ้างกลุ่มขบวนการนําพา ชาวกัมพูชา โดยให้ญาติเป็นผู้ติดต่อ ซึ่งกลุ่มขบวนการจะกําหนดจุดนัดพบ บริเวณริมถนนหมายเลข 59ในพื้นที่ ต. บึงเบง อ.มาลัย จ.บันเตียเมียนเจย จากนั้นจะมี นายวอน ซึ่งมีพฤติกรรมเป็นนายหน้า ชาวกัมพูชา คอยอํานวยความสะดวก ในการเดินเท้าลักลอบข้ามแดน และกําหนดจุดพักคอย,จุดขึ้นรถฝั่งไทย ให้กับกลุ่มแรงงานต่างด้าวฯ

แหล่งข่าวระดับสูง ด้านความมั่นคงเปิดเผยกับ ผู้สื่อข่าวไทยแทบลอยด์ ว่าช่วงนี้ มีการจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ในพื้นที่ จ.สระแก้ว, จ.จันทบุรี, จ.ตาก, จ.เชียงใหม่ และ จ.แม่ฮ่องสอน โดยในห้วงที่ผ่านมาตรวจพบและจับกุมกลุ่มขบวนการนําพาชาวเมียนมา ลักลอบเข้าไทย โดยมีเป้าหมายนําพาไปส่งในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อลักลอบไปทํางานที่ประเทศ มาเลเซียได้เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งกรณี สถานีโทรทัศน์ MRTV ของเมียนมา รายงานระบุว่า ทหารเรือเมียนมา จับกุม เรือประมงไม้ดัดแปลง 1 ลํา มีลูกเรือ 5 คน พร้อมชาวมุสลิมในรัฐยะไข่ 228 คน ในจํานวนนี้เป็นเด็ก 33 คน ในน่านน้ําเมียนมา ใกล้เมืองซิตต่วย ขณะพยายามอพยพออกนอกประเทศ ทั้งนี้ จากการเปิดประเทศ และ การฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจของไทย และมาเลเซีย คาดว่าประชาชนจากประเทศเพื่อนบ้านเหล่านี้ มีแนวโน้มจะ ลักลอบเดินทางเข้ามาทํางานในไทยและลักลอบเดินทางผ่านไทยเพื่อไปทํางานในมาเลเซียเพิ่มมากขึ้น ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเฝ้าระวังการนําเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์ต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากกลุ่มบุคคลเหล่านี้ เข้ามาแพร่ระบาดในไทย

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img