
เมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. วันที่ 21 พฤศจิกายน 2564 ที่ บริเวณหน้า ภ.จว.กาญจนบุรี ต.ท่ามะขาม อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 ได้แถลงว่า ตามหนังสือ ตร. ด่วนที่สุด ที่ 0007.33/3247 ลงวันที่ 26 ต.ค. 64 เรื่อง เตรียมความพร้อมในการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภา อบต. และนายก อบต. โดยสั่งการให้เพิ่มความเข้มในการระดมกวาดล้างอาชญากรรม ห้วงระหว่างวันที่ 11 – 20 พ.ย. 64 ตำรวจภูธรภาค7 จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยระดมกวาดล้างอาชญากรรม ภายใต้ แผนยุทธการ “พิชิตคนพาล อภิบาลคนดี” นั้น ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.บุญญฤทธิ์ รอดมารอง ผบช.ภ.7 รับทราบไปเร่งปฎิบัติ ต่อมา พ.ต.อ.พงษกร อุปพงษ์ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี, พ.ต.อ.ณัฐพิสิษฐ์ รัตนอุดมพล
ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.7, พ.ต.อ.ภาคิน แสนพุฒิ ผกก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี, พ.ต.อ.สมเกียรติ โฉมฉาย ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้ระดมการสืบสวนตามข้อสั่งการ ดังกล่าว โดยได้ จับกุมตัวผู้ต้องหา จำนวน 2 คน ในข้อหาความผิดฐาน “ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย” โดยจับกุมเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2564 ภายในไร่พรสม บ้านเลขที่ 152 หมู่ 7 ต.เกาะสำโรง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี

นายรังสรรค์ วันดี อายุ 44 ปี (ผู้ต้องหาที่ 1), นางสาวภัทรพร ทิมรอด อายุ 42 ปี (ผู้ต้องหาที่ 2) พร้อมด้วยของกลางในคดี ประกอบด้วย อาวุธปืนกลมือ 86 จำนวน 1 กระบอก,อาวุธปืนลูกซองยาว ลำกล้องคู่ จำนวน 1 กระบอก,อาวุธปืนยาวแบบคานเหวี่ยง จำนวน 1 กระบอก,อาวุธปืนยาวอัดลม จำนวน 3 กระบอก, อาวุธปืนสั้น (ไทยประดิษฐ์) จำนวน 53 กระบอก, อาวุธปืนปากกา จำนวน 52 กระบอก, เครื่องกระสุนปืน ขนาด 5.56 มม. จำนวน 750 นัด, เครื่องกระสุนปืน ขนาด .22 จำนวน 100 นัด, เครื่องกระสุนปืน ขนาด .357 จำนวน 27 นัด, เครื่องกระสุนปืน เอ็ม 60 จำนวน 8 นัด, เครื่องกระสุนปืน ขนาด 6.35 มม. จำนวน 6 นัด, เครื่องกระสุนปืน ขนาด .45 จำนวน 40 นัด, เครื่องกระสุนปืน ขนาด .32 จำนวน 9 นัด, เครื่องกระสุนปืน ขนาด .22 แม็คนั่ม จำนวน 112 นัด, เครื่องกระสุนปืนลูกซอง เบอร์ 28 จำนวน 4 นัด, เครื่องกระสุนปืนลูกซอง เบอร์ 20 จำนวน 12 นัด, เครื่องกระสุนปืนลูกซอง เบอร์ 16 จำนวน 6 นัด, เครื่องกระสุนปืนลูกซอง เบอร์ 12 จำนวน 38 นัด, เครื่องกระสุนปืน ปลย.88 จำนวน 56 นัด, เครื่องกระสุนปืน ปลย.87 (คาร์บิน) จำนวน 23 นัด,เครื่องกระสุนปืนไรเฟิ้ล จำนวน 14 นัด, เครื่องกระสุนปืนอาก้า ขนาด 7.62 จำนวน 26 นัด, เครื่องกระสุนปืน ขนาด .38 ซุปเปอร์ จำนวน 89 นัด, ซองบรรจุเครื่องกระสุนปืน(M16) จำนวน 7 อัน, ซองบรรจุเครื่องกระสุนปืน (อาก้า) จำนวน 1 อัน, ซองบรรจุเครื่องกระสุนปืนสั้น จำนวน 13 อัน, ลำกล้องปืน จำนวน 9 กระบอก, ซากปืน จำนวน 1 ลัง,แท่นสว่านเจาะ จำนวน 1 แท่น, สว่านไฟฟ้า จำนวน 1 เครื่อง, หินเจียร จำนวน 1 เครื่อง,แท่นหินเจียรแบบ 2 หัว จำนวน 1 เครื่อง, แท่นในปัดและขัด แบบ 2 หัว จำนวน 1 เครื่อง รวมของกลางอาวุธปืน จำนวน 111 กระบอก, เครื่องกระสุนปืน จำนวน 1,320 นัด

ผู้ต้องคดีดังกล่าว มีพฤติการณ์แห่งคดี โดยที่ ชุดจับกุมสืบสวนได้สืบทราบว่า นายรังสรรค์ วันดี มีพฤติการณ์ลักลอบค้าอาวุธปืน จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ยื่นคำร้องขอหมายค้น ต่อศาลจังหวัดกาญจนบุรี เข้าคันที่บริเวณ รีสอร์ท “ไร่พรสม” เมื่อเวลาประมาณ 07.00 น. เจ้าหน้าที่สืบสวนได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 152 หมู่ 7 ต.เกาะสำโรง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เมื่อเดินทางไปถึงพบนายรังสรรค์ วันดี และนางสาวภัทรพร ทิมรอด แสดงตัวเป็นผู้ครอบครองดูแลบ้านหลังดังกล่าว ได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมทั้งได้แสดงหมายค้นศาลจังหวัดกาญจนบุรี ที่ ค.623/2564 จึงได้ทำการเข้าตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์, อาวุธปืนสงคราม, เครื่องกระสุน จำนวนหลายรายการพร้อมลำกล้องปืน, อะไหล่ปีน(ซากปืน), แท่นสว่านเจาะสว่านไฟฟ้า แท่นหินเจียร แท่นใบปัดและขัด(เครื่องมือในการซ่อมแซมอาวุธปืน) ตามรายการของกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้แจ้งให้กับ นายรังสรรค์ และนางสาวภัทรพรฯ ให้ทราบว่าต้องถูกจับ และได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบโดยผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ทราบ เข้าใจโดยตลอดข้อกล่าวหาและให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงได้นำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี ดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งการบุกตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาในครั้งนี้เป็นไปภายใต้แผนยุทธการ “พิชิตคนพาล อภิบาลคนดี” และชุดสืบสวนจะดำเนินสืบสวนขยายผลไปยังกลุ่มเครือข่ายอาวุธปืน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อไป
ทั้งนี้ ผบช.ภ.7 ได้กล่าว ว่าชมเชยพร้อมทั้งขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ได้ทำงานด้วยความวิริยะ อุตสาหะ เสียสละ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้สังคมส่วนรวม และขอให้รักษาความดีนี้ไว้สืบต่อไป


