หน้าแรก วีดีโอ

วีดีโอ

กอ.รมน.ประจวบฯ​ ร่วมกับ​ “มูลนิธิพระราหู ใจถึงใจ” มอบถุงยังชีพช่วยเหลือชาวบ้าน

วันนี้​ วันพฤหัสบ​ดี​ที่ 15 ส.ค.62 เวลา 14.00 น. : พ.อ.กรกานต์ นาเวชวนิชกุล รองผอ.รมน.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์​พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์​ เข้าเยี่ยมให้กำลังใจกับ ครอบครัว นางนวลจันทร์ วงศ์คลัง อยู่บ้านเลขที่ 62 หมู่ 9 ตำบลบางสะพานน้อย อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัด​ประจวบคีรีขันธ์​...

‘เฉลิมเกียรติ-น.1’ แถลงผลจับกุม ยาไอซ์ ล๊อตมหึมา 700 กิโล มูลค่ากว่า 2พันล้าน

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. ,พล.ต.ท. สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท. ผบช.น. แถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหายาเสพติด จำนวน 2 ราย ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย พร้อมของกลางเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) บรรจุในถุงชารวมน้ำหนักประมาณ 700 กิโลกรัม มูลค่ารวมกว่า 2,000 ล้านบาท

‘บิ๊กโจ๊ก’ เอาจริง สั่งชุดสืบ ‘ตม.’ ลุยกวาดล้างคนต่างด้าวผิดกฎหมาย

ที่สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ซอย สวนพลู ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท.รรท.ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รอง ผบช.สกบ.รรท.รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม.(ปป), พล.ต.ต.ปฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา ผบก.ตม.1, ได้ร่วมแถลงข่าวการกวาดล้างจับกุมแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย สืบเนื่องจากที่รัฐบาลได้กำชับระดมกวาดล้างจับกุมแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2561) และชาวต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจที่หลีกเลี่ยงกฎหมายโดยใช้ “นอมินี”หรือ “ตัวแทนอำพราง”

‘บิ๊กป้อม’ นั่งหัวโต๊ะแต่งตั้งนายพลตกค้าง 6 นาย 20 นาทีเสร็จ

ที่ห้องศรียานนท์ อาคาร 1สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม.เป็นประธานก.ตร.ครั้งที่ 10/2561 โดยพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการ ระดับชั้นนายพล ทดแทนตำแหน่งที่เกษียณอายุราชการก่อนกำหนดตามโครงการเออรี่รีไทร์ ซึ่งมีข้าราชการตำรวจระดับผู้บัญชาการผู้บังคับการได้รับการอนุมัติให้เกษียณอายุราชการก่อนกำหนด 6 ราย โดยก.ตร.ใช้เวลาประชุมเพียง 20 นาทีเท่านั้น

‘บิ๊กหยม’ ส่งมอบเก้าอี้รหัส น.1 ให้ ‘บิ๊กบัว’ ลั่นสานงานต่อ เพื่อให้ประชาชนอุ่นใจ

พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.น. พร้อมด้วย รรท.รอง ผบช.น. ผบก.ในสังกัดนครบาล เดินทางสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายใน บช.น. เนื่องในโอกาสดำรงตำแหน่ง ผบช.น.คนที่ 49 โดยมีการสักการะ ศาลเจ้าแม่ทับทิมริมรั้วด้านหลังพิพิธภัณฑ์ตำรวจ วังปารุสกวัน ศาลเจ้าแม่เกษมณี และศาลพระภูมิเจ้าที่ และพระอนุสาวรีย์พระองค์เจ้ากฤษดาภินิหาร กรมพระนเรศวรฤทธิ์ด้านหน้าอาคาร บช.น.
7,696แฟนคลับชอบ
18ผู้ติดตามติดตาม
307ผู้ติดตามติดตาม

บทความ

“รพ.ตร.” ได้รับรางวัลชนะเลิศ นวัตกรรมสื่อสารไร้สายผ่านห้องความดันลบ อันดับ 1 ในประเภท Covid-19

วันที่​ 7 ก.ค. ​2563​ ศูนย์ประชาสัมพันธ์โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยว่า จากสถาบันพัฒนาสุขภาพเขตเมือง กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จัดประกวดนวัตกรรม GREEN & CLEAN Hospital ปี 2563 ซึ่งกลุ่มงานพยาบาล โรงพยาบาลตำรวจ ส่งนวัตกรรมสื่อสารไร้สายผ่านห้องความดันลบ ผู้ป่วยโควิด-19 (Smart Talk...

วิจัยกรุงศรีปรับคาดการณ์ GDP ปีนี้ คาดติดลบ 10.3% จากพิษโควิด-19 ก่อนฟื้นตัวที่ 2.9% ในปี 2564

วิจัยกรุงศรีคาดการณ์เศรษฐกิจไทยจะหดตัว 10.3% ในปี 2563 จากเดิมที่คาดว่าจะติดลบ 5% โดยมองว่าเศรษฐกิจในภาพรวมมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากการชะลอตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่รุนแรงและยาวนานกว่าที่คาดและผลกระทบทางลบที่ส่งต่อเป็นทอดๆไปยังภาคส่วนเศรษฐกิจอื่นๆดร.สมประวิณมันประเสริฐผู้บริหารสายงานวิจัยและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “แม้ไทยจะไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศมากว่า 1 เดือนและมีการผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์แต่มาตรการเฝ้าระวังเช่นการรักษาระยะห่างทางสังคมการระงับการบินระหว่างประเทศรวมทั้งการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคยังกดดันกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องส่งผลให้วิจัยกรุงศรีปรับคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปีนี้และมองว่าจะหดตัว 10.3% ซึ่งต่ำกว่าช่วงวิกฤตการณ์ทางการเงินในเอเชียในปี 2541 แต่เศรษฐกิจจะค่อยๆฟื้นตัวและเติบโตที่ 2.9% ในปี 2564”วิจัยกรุงศรีมองว่าจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกที่พุ่งขึ้นเกิน 10 ล้านรายและยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องรวมทั้งความเสี่ยงของการเกิดการระบาดรอบสองในหลายประเทศอาจทำให้การบังคับใช้มาตรการห้ามเที่ยวบินระหว่างประเทศนานกว่าที่คาดไว้ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวอย่างมากประเทศไทยพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวในสัดส่วนสูงจึงเป็นหนึ่งในประเทศที่เปราะบางมากจากผลกระทบของโควิด-19 โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาไทยในปีนี้จะลดลงถึง 83% แม้จะมีการเปิดประเทศด้วยการท่องเที่ยวแบบจับคู่เดินทาง (Travel Bubble Policy) แต่คาดว่าณกลางปี 2564 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะยังคงน้อยกว่า 1 ล้านคนต่อเดือนการชะลอตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและผลกระทบทางลบที่ส่งต่อไปยังภาคหลายส่วนอาจทำให้แรงงานในไทยประมาณ 80% ได้รับผลกระทบในช่วงที่มีการระบาดหนักของโควิด-19 จากเดิมคาดไว้ที่ 50% และในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้คาดว่าจะยังมีแรงงานที่ได้รับผลกระทบประมาณ 30% จากเดิมคาดไว้ที่ 10% ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อรายได้ของครัวเรือนและความสามารถในการใช้จ่ายของประชาชน ทั้งนี้การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายมาสู่ระดับต่ำสุดที่ 0.5% และการผ่อนคลายมาตรการทางการเงินต่างๆน่าจะช่วยบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจได้บางส่วนอย่างไรก็ตามหลังจากพ้นช่วงเวลาของมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยและผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs คาดว่าหนี้สินของภาคธุรกิจและหนี้สินของภาคครัวเรือนจะเพิ่มขึ้นในเร็วๆนี้ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเลิกจ้างงานและภาคการเงินของประเทศ “นอกจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่คาดว่าจะฉุดให้เศรษฐกิจไทยหดตัว 10.6% ในปีนี้ความล่าช้าของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและปัญหาภัยแล้งจะส่งผลให้การเติบโตของ GDP ลดลงไปอีก 1% และ 0.4% ตามลำดับแม้จะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทยอยออกมาซึ่งคาดว่าจะหนุนให้เศรษฐกิจโตได้ราว 1.7% นโยบายการเงินและการคลังที่ประกาศออกมาอาจจะไม่เพียงพอในการยับยั้งการถดถอยของเศรษฐกิจและอาจไม่มากพอที่จะกระตุ้นให้การเกิดการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนและการลงทุนของภาคเอกชนวิจัยกรุงศรีจึงมองว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวในรูปแบบตัวยู (U-shaped Recovery) แต่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะเปลี่ยนไปเป็นการฟื้นตัวแบบตัวแอล (L-shaped Recovery) จากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่รุนแรงและยาวนานเกินกว่าที่คาดไว้” ดร.สมประวิณกล่าวเพิ่มเติม

พท.ชี้ถึงเวลารัฐต้องปรับเปลี่ยนทีมศก.

<!--[CDATA[ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่าปัญหาความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจ สอดคล้องกับผลสำรวจความคิดเห็น ของประชาชนที่ต้องการเห็นการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรี ซึ่งส่วนตัวเห็นว่า ถึงเวลาที่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนการทำงานของคณะรัฐมนตรี เพราะที่ผ่านมายังไม่เข้าใจปัญหาทางเศรษฐกิจที่แท้จริง จึงไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ สะท้อนได้จากการทำงานตลอด 5-6 ปีที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ จะมองเฉพาะมิติของ’เศรษฐกิจมหภาค’ ละเลยการดูแลในกลุ่ม ‘Real Sector’ เมื่อการเติบโตไปเพิ่มที่เอกชนรายใหญ่จึงเสมือนว่าเศรษฐกิจสามารถเดินหน้าได้ แต่ในความเป็นจริงผู้ประกอบการระดับกลางจนถึงระดับล่าง เกิดวิกฤตอย่างหนักไม่มีเงินทุนเหลือ และถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตส่งออกและการท่องเที่ยวซึ่งล้วนติดลบทั้งสิ้น ทำให้ประชาชนระดับกลางถึงล่างมีภาระหนี้สิน ขณะที่การดูแลประชาชน รวมถึงการออกมาตรการผ่อนคลายต่างๆ ไม่สามารถช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่เกิดความยากลำบากได้จริง...