Home กระบวนการยุติธรรม “ไอซ์” บุก ป.ป.ช. งัดหลักฐานจี้สอบ TH-AI Passport 1.6 พันล้าน ปมล็อกสเปก

“ไอซ์” บุก ป.ป.ช. งัดหลักฐานจี้สอบ TH-AI Passport 1.6 พันล้าน ปมล็อกสเปก

3

“ไอซ์ รักชนก” ยื่นหลักฐานต่อ ป.ป.ช. ขอให้ตรวจสอบผู้เกี่ยวข้อง 5 คน ปมโครงการ TH-AI Passport งบประมาณกว่า 1,600 ล้านบาท ตั้งข้อสงสัยร่าง TOR ล็อกสเปก เอื้อเอกชนรายเดียว พร้อมเรียกร้องให้ยับยั้งและยกเลิกโครงการ เปิดประมูลใหม่อย่างเป็นธรรม

นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน นำหลักฐานเข้ายื่นต่อเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ตรวจสอบ ไต่สวน และดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องในโครงการ TH-AI Passport รวม 5 คน

ประกอบด้วย นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี นายพัชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สดช. นายธีรวุธ ประธานคณะกรรมการร่าง TOR และนายพฤฒิขวัญ ตัวแทนจากบริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนซ์ จำกัด

สำหรับข้อกล่าวหา ระบุว่า นายไชยชนกอาจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งที่พบข้อพิรุธและประเด็นที่อาจเข้าข่ายความผิดปกติในโครงการ แต่ไม่ได้ยับยั้งหรือยกเลิกโครงการ TH-AI Passport ซึ่งใช้งบประมาณกว่า 1,600 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีข้อกล่าวหาว่ามีการรับนโยบายมาผลักดันโครงการ รวมถึงจัดทำร่าง TOR ที่มีเงื่อนไขเข้าข่ายล็อกสเปก ทำให้เอกชนรายอื่นแข่งขันได้ยาก และอาจเอื้อให้เอกชนเพียงรายเดียวมีความได้เปรียบในการเข้าร่วมโครงการ

ประเด็นที่นางสาวรักชนกตั้งข้อสังเกตในร่าง TOR คือ เงื่อนไขด้านการประชาสัมพันธ์ที่กำหนดรายละเอียดในระดับสูง เช่น ต้องมีจอบิลบอร์ดทั่วประเทศไม่น้อยกว่า 400 จุด และต้องมีจอประชาสัมพันธ์ภายในร้านสะดวกซื้อไม่น้อยกว่า 6,000 จอ ครอบคลุมไม่น้อยกว่า 1,500 สาขา

นางสาวรักชนก ตั้งข้อสังเกตว่า เงื่อนไขในระดับนี้ทำให้ผู้ประกอบการในประเทศที่มีศักยภาพสามารถเข้าร่วมแข่งขันได้เพียงไม่กี่ราย อีกทั้งยังพบข้อมูลว่าบริษัทที่ชนะโครงการมีความเชื่อมโยงในระดับกลุ่มผู้บริหารและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือ UBO กับบริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนซ์ จำกัด

แม้จะมีการทักท้วงเกี่ยวกับประเด็นความเชื่อมโยงและเงื่อนไขในโครงการมาอย่างต่อเนื่อง แต่กระทรวงดีอีกลับเพิกเฉยและเดินหน้าโครงการต่อ

อีกประเด็นที่พรรคประชาชนตั้งข้อสังเกต คือ รูปแบบสัญญาเหมาจ่ายวงเงิน 1,600 ล้านบาทในช่วงเริ่มต้น ซึ่งมีความเสี่ยงว่าหากไม่มีการทักท้วงหรือแก้ไขสัญญา รัฐจะต้องจ่ายเงินเต็มจำนวน โดยไม่ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ใช้งานจริง

เมื่อคำนวณจากข้อมูลล่าสุด พบว่ามีผู้ลงทะเบียนประมาณ 1,300,000 คน แต่มีผู้ใช้งานจริง หรือ Active User ในวันก่อนหน้าประมาณ 100,000 คน

ขณะที่กระทรวงดีอีเคยระบุค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวประมาณ 25 บาท หากคำนวณจากจำนวนผู้ใช้งานจริง จะคิดเป็นค่าใช้จ่ายประมาณ 2,400,000 บาท แต่สัญญาเดิมกลับกำหนดวงเงินสูงถึง 1,600 ล้านบาท

พรรคประชาชนจึงย้ำจุดยืน เรียกร้องให้ยับยั้งและยกเลิกโครงการ TH-AI Passport ก่อนกลับเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างใหม่ พร้อมเปิดโอกาสให้มีการจัดทำร่าง TOR ที่มีเงื่อนไขเหมาะสม และเปิดการแข่งขันระหว่างเอกชนอย่างเป็นธรรม

พร้อมตั้งคำถามถึงที่มาของโครงการว่า มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำโครงการและใช้งบประมาณรัฐในการถ่ายโอนผลประโยชน์ไปยังกลุ่มทุนหรือผู้สนับสนุนกลุ่มใดหรือไม่ โดยขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดที่ตั้งข้อสงสัยในทุกประเด็น