
เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2564 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ในฐานะโฆษก กองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยการเตรียมความพร้อมในการดูแลการชุมนุมวันที่ 10 สิงหาคมนี้ ว่า ตามที่มีประกาศชุมนุมทางการเมืองผ่านสื่อออนไลน์โดยเฉพาะวันที่ 10 สิงหาคม บริเวณแยกราชประสงค์ ตั้งแต่เวลา 13.00 น. นั้น ขอเตือนว่า กรุงเทพมหานคร เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด โดยการชุมนุมดังกล่าว จะเข้าข่ายความผิดฐานฝ่าฝืนตามประกาศฉบับที่ 9 การชุมนุมเป็นกิจกรรมที่ไม่ได้รับการยกเว้นแต่อย่างใด และยังเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ, พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ, พ.ร.บ.ความสะอาดฯ, พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ รวมถึงกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งก่อนหน้านี้ทางตำรวจนครบาลได้มีการจับกุมตัวบุคคลรับจ้างขนคนเข้าร่วมม็อบ อีกทั้งยังสามารถสืบทราบตัวบุคคลผู้จ้างวานได้แล้วเช่นกัน ส่วนจะเป็นในแวดวงการเมือง หรือในวงการม็อบหรือไม่นั้นยังสามารถเปิดเผยได้ เชื่อว่าหากเปิดเผยชื่อทุกคนคงรู้จัก ซึ่งขณะนี้มีการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับ
ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำถังน้ำมัน มาใช้เป็นเครื่องกีดขวางกลุ่มผู้ชุมนั้น ทำให้เกิดความรู้สึกน่ากลัวนั้น ขอยืนยันเจ้าหน้าที่ทำการตั้งเครื่องกีดขวางเท่าที่มีความจำเป็น โดยขณะนี้ ได้นำออกจากสถานที่ชุมนุมแล้ว พร้อมขอให้มั่นใจว่า เครื่องกีดขวางอยู่ใกล้กับเจ้าหน้าที่ หากเป็นอันตรายเจ้าหน้าที่จะได้รับอันตรายก่อนแน่นอน
ส่วนเรื่องความเสียหายภายหลังการชุมนุม เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา จากการตรวจสอบพบ มีเจ้าหน้าที่ บาดเจ็บ 5 นาย มีรถยนต์ได้รับความเสียหาย 7 คัน รถจักรยานยนต์ 4 คัน และตู้ยามของเจ้าหน้าที่ และตู้ยามชุมชนรวม 4 แห่ง รวมถึงทรัพย์สินของประชาชนโดยรอบอีกด้วย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำต่อไป

รองโฆษก ตร. เผยกิจกรรม ‘คาร์ม็อบ’ ที่ผ่านมารวม 40 จังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ ยันใช้หลักกฎหมาย และพิจารณาแยกเป็น 2 กลุ่ม
เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2564 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึง การจัดกิจกรรม คาร์ม็อบ ในพื้นที่ 40 จังหวัด ในภาพรวมที่ผ่านมา มีผู้คนเข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 10,000 คน โดยครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมา ในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด มีการกิจกรรมคาร์ม็อบ รวม 20 จังหวัด โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 1,000 คน ยืนยันจะใช้หลักกฎหมายเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มแนวร่วม ซึ่งจะพิจารณาแยกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้ชุมนุมที่มาเรียกร้องให้ขับไล่รัฐบาล และกลุ่มที่ก่อให้เกิดความวุ่นวาย
สำหรับกรณีที่สื่อมวลชน 2 สำนัก เข้ายื่นร้องต่อศาลแพ่ง เพื่อคุมครองการใช้กระสุนยางของเจ้าหน้าที่นั้น ระบุว่า ได้ทราบข่าวจากสื่อมวลชน ว่ามีการยื่นให้ศาลแพ่ง คุ้มครองชั่วคราวในการใช้กระสุนยาง พร้อมยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามหน้าที่ และดำเนินการทางกฎหมายอย่างแน่นอน

