
เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2564 ผู้สื่อข่าวไทยแทบลอยด์ รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.ดุสิต และ กก.สืบสวน.บก.น.1 ได้นำกำลังเข้าจับกุม นายณัฐวุฒิ เทียมศักดิ์ อายุ 28 ปี ตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 1133/2564 ลงวันที่ 10 กรกฎาคม2564 โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “เทหรือทิ้งสิ่งปฏิกูล มูลฝอย น้ำโสโครกหรือสิ่งอื่นใดลงบนถนน และตระเตรียมเพื่อกระทำความผิด วางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่น” จับกุมได้บริเวณท้ายซอยลาดพร้าว 96 หน้าอาคาร 96 แมนชั่น เลขที่ 171 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 10 ก.ค.64 เวลาประมาณ 20.25 น. ที่ผ่านมา

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2564 เวลาประมาณ 03.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดุสิต ได้รับรายงานเหตุ มีบุคคลต้องสงสัยมาจอดรถจักรยานยนต์ บริเวณประตู 3 ทำเนียบรัฐบาล และเมื่อเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบ ได้ขับรถ จักรยานยนต์หลบหนีไป จากการตรวจสอบบริเวณดังกล่าว ได้พบ ถังสแตนเลสขนาดเล็กวางอยู่ ซึ่งผู้ต้องสงสัยได้เทราดของเหลว ไว้บริเวณพื้นหน้าประตู 3 ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งของเหลวดังกล่าวเป็นน้ำมัน น่าเชื่อได้ว่ามีการตระเตรียมเพื่อกระทำความผิดกฎหมาย พนักงานสอบสวน จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานพิสูจน์ทราบตัวผู้กระทำความผิด และขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับ
ต่อมาเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้พบชายมีลักษณะคล้ายกับบุคคลในภาพตามหมายจับ บริเวณซอยลาดพร้าว 96 จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจแสดงหมายจับ พร้อมแจ้งข้อหาตามหมายจับทให้นายณัฐวุฒิ ทราบ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบสวนเบื้องต้นนายณัฐวุฒิ ยอมรับว่าเป็นบุคคลเดียวกันตามหมายจับจริง และไม่เคยถูกจับกุมตามคดีในหมายจับดังกล่าวมาก่อนแต่อย่างใด โดยให้การรับสารภาพว่า เคยเป็นทหารเกณฑ์ แต่ปัจจุบันปลดประจำการแล้ว ไม่ได้รับราชการหรือเกี่ยวข้องกับกองทัพแต่อย่างใด สาเหตุที่กระทำผิดเนื่องจาก พ่อติดโควิด หาเตียงเข้า รพ. ไม่ได้ จึงตัดสินใจจะจุดเผาประท้วงนายก แต่มีเจ้าหน้าที่มาตรวจพบก่อนจึงหลบหนี
ด้าน พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า กรณีดังกล่าว เป็นการจับกุมตัวคนร้ายได้ ผลจาก โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการสืบสวนและป้องกันปราบปรามอาชญากรรม โดยใช้ระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด CCTV ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีการใช้งบประมาณกว่า 36 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามนโยบาย ของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชน “การเก็บภาพจากกล้องวงจรปิดนี้ยังสามารถขยายเก็บข้อมูลยังระบบคลาวด์ได้ และในอนาคตจะขยายโครงการไปยังตามหัวเมืองใหญ่ในจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศต่อไป”


