หุ้นไทยปิดร่วง 11.80 จุด ไร้ปัจจัยขับเคลื่อน-วิตกโควิดระบาดหนักกระทบการฟื้นตัวเศรษฐกิจ ด้าน ม.หอการค้า ประเมินโควิดรอบใหม่กด GDP ปีนี้ โตเหลือ 1.6% จากเดิม 2.8%

ตลาดหลักทรัพย์ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,568.21 จุด ลดลง 11.80 จุด (-0.75%) มูลค่าการซื้อขาย 93,330.76 ล้านบาท
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้เปิดกระโดดขึ้นไปในช่วงเช้าก่อนถอยลงมาในลักษณะซึมตัว หลังจากวานนี้ตลาดบ้านเราแข็งกว่าตลาดภูมิภาค แต่เนื่องจากยังไม่เห็นปัจจัยขับเคลื่อนเข้ามา ประกอบกับจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 สูงถึงกว่า 1,400 รายต่อวัน และการเสียชีวิตก็เร่งตัวขึ้นด้วย ทำให้วิตกถึงการฟื้นตัวเศรษฐกิจ ซึ่งมีสัญญาณว่าหน่วยงานภาครัฐฯจะปรับลดประมาณการเศรษฐกิจลง
“รอบนี้ตลาดดึงขึ้นมาแถว 1,580 จุด มาเข้าใกล้ 1,600 จุด รอบนี้โควิดไม่จบเร็วทำให้เกิดแรงขายทำกำไรออกมาก่อน แล้วก็มารอดูสถานการณ์โควิดจะคุมอยู่ไหม…ตลาดบ้านเรารีบาวด์ขึ้นมาเร็ว จึงทำให้เห็นการ take profit ในช่วงสั้นๆ”
ทั้งนี้ ตลาดฯ ได้รับแรงถ่วงจากหุ้นขนาดใหญ่ (บิ๊กแคป) โดยเฉพาะกลุ่มพลังงานที่รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันปรับฐาน หลังจากวิตก Demand น้ำมันจะลดลง เนื่องจากอินเดียที่เป็นผู้บริโภคน้ำมันอันดับ 3 ของโลกเจอกับปัญหาการแพร่ระบาดโควิด-19 อย่างหนักในขณะนี้ และสต็อกน้ำมันของสหรัฐฯก็เพิ่มขึ้นด้วย ขณะที่หุ้นขนาดเล็กยังมีแรงเก็งกำไรเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียวันนี้ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในแดนบวกราว 0.4% เช่นเดียวกับตลาดหุ้นยุโรปเทรดบ่ายนี้บวกเฉลี่ย 0.5% แต่มองเป็นการรีบาวด์หลังปรับตัวลงไปเมื่อวานนี้
ทั้งนี้ ให้ติดตามการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในคืนนี้ และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการ ทั้งของสหรัฐฯและยุโรป ที่จะทยอยประกาศออกมา ส่วนบ้านเราติดตามตัวเลขการส่งออกที่จะออกมาในวันพรุ่งนี้
ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในฐานะประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ประเมินว่า การแพร่ระบาดโควิด-19 รอบที่ 3 นี้ มีผลทำให้มูลค่าทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการของทั้งประเทศ หายไปราว 1 แสนล้านบาท/เดือน
อย่างไรก็ดี ม.หอการค้าไทย จะยังไม่ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยจากเดิมที่คาดไว้ 2.8% ในปีนี้ เพราะเชื่อว่ารัฐบาลจะอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเพื่อชดเชยผลกระทบจากโควิดราว 2-3 แสนล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือกระตุ้นกำลังซื้อประชาชน ซึ่งเศรษฐกิจไทยมีพื้นฐานที่จะโตได้ 2.5-3% อยู่แล้ว แต่หากรัฐบาลไม่ดำเนินการอะไร เศรษฐกิจไทยก็มีโอกาสจะย่อลงเหลือ 1.6%
แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (23 เม.ย.) นายวิจิตร กล่าวว่า ตลาดฯคงจะแกว่งออกด้านข้าง และมีโอกาสที่จะซึมลงได้อีกเล็กน้อย พร้อมให้แนวรับ 1,550 จุด ส่วนแนวต้าน 1,580-1,585 จุด
ธามดี พลัส: ภาพ/เรียบเรียง
ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควส

