Home กีฬา “โค้ชอ๊อด” สุดปลื้ม สาวไทยป้องกันแชมป์เอเชีย คว้าตั๋วโอลิมปิก 2028 ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ลั่นความฝัน 24 ปีเป็นจริง

“โค้ชอ๊อด” สุดปลื้ม สาวไทยป้องกันแชมป์เอเชีย คว้าตั๋วโอลิมปิก 2028 ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ลั่นความฝัน 24 ปีเป็นจริง

30

“โค้ชอ๊อด” เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร เปิดใจสุดซาบซึ้ง หลังพาทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยป้องกันแชมป์เอเชีย พร้อมสร้างประวัติศาสตร์คว้าสิทธิ์ไปแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่นครลอสแอนเจลิสเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ย้ำความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากความทุ่มเทของนักกีฬา สตาฟโค้ช ทีมบริหาร ทีมวิทยาศาสตร์การกีฬา รวมถึงแรงสนับสนุนจากทุกภาคส่วน พร้อมวางเป้าสร้างนักกีฬารุ่นใหม่ขึ้นมาสานต่อความสำเร็จในอีก 2 ปีข้างหน้า

หลังจากวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยสร้างผลงานสุดยิ่งใหญ่ด้วยการป้องกันแชมป์วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชียได้สำเร็จ พร้อมคว้าสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่นครลอสแอนเจลิส หรือ LA 2028 ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์วงการวอลเลย์บอลไทย ล่าสุด “โค้ชอ๊อด” เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย เปิดใจถึงความรู้สึกหลังบรรลุเป้าหมายครั้งสำคัญว่า รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก และต้องขอบคุณทุกคนที่มีส่วนร่วมกับความสำเร็จครั้งนี้

โค้ชอ๊อดกล่าวว่า รู้สึกดีใจมากกับทุกคน พร้อมขอบคุณนายกสมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทยคนปัจจุบัน รวมถึงอดีตนายกสมาคมฯ ทุกท่าน ตลอดจนคณะกรรมการบริหารทุกคนที่ให้การสนับสนุนทีมมาโดยตลอด

“เราใฝ่ฝันที่จะมาโอลิมปิกกันตั้งแต่ปี 2004 เราไปคัดครั้งแรก แล้วก็มา 2008, 2012, 2016, 2020, 2024 จนกระทั่งคราวนี้ 2028 แต่เราก็มาคัดกันจนได้”

โค้ชอ๊อด ยอมรับว่า การได้สิทธิ์ไปโอลิมปิกครั้งนี้มีคุณค่าและมีความหมายกับทุกคนอย่างมาก เพราะเป็นความฝันที่คนในวงการวอลเลย์บอลไทยพยายามเดินทางไล่ล่ามาอย่างยาวนาน พร้อมย้ำว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียงผลงานของนักกีฬาชุดปัจจุบันเท่านั้น แต่เป็นผลจากการทุ่มเทของนักกีฬารุ่นพี่และคนในวงการวอลเลย์บอลไทยหลายรุ่นที่ช่วยกันสร้างเส้นทางมาตลอดหลายปี

“มันไม่รู้จะพูดว่าดีใจขนาดไหน เพราะว่าสิ่งที่ได้ให้ไปเนี่ย มันเป็นเรื่องของความฝันแล้วก็ชีวิต ทุกคนได้มอบชีวิตในเส้นทางเดิน ตั้งแต่รุ่นพี่ ๆ รุ่นเก่า ๆ ที่ทุ่มเทช่วยเหลือกันมาตลอด จนกระทั่งวันนี้”

โค้ชอ๊อด ยังย้อนถึงการกลับมารวมตัวกันของทีมเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งเส้นทางไม่ได้ราบรื่น แต่ทุกคนต้องผ่านทั้งช่วงเวลาที่ล้มลุกคลุกคลานและอุปสรรคมากมาย ก่อนจะค่อย ๆ พัฒนาทีมจนมาถึงจุดแห่งความสำเร็จในวันนี้

โดยหนึ่งในหัวใจสำคัญคือการนำ “อินทรีย์ 5” มาใช้เป็นแนวคิดในการทำงาน ประกอบด้วย ศรัทธา ความเพียร สติ สมาธิ และปัญญา ซึ่งทุกคนมีศรัทธาต่อกันและศรัทธาในสิ่งที่กำลังทำ มีความเพียรและความวิริยะในการพัฒนาตัวเอง รวมถึงมีสติและสมาธิในการทำงาน เพื่อก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากและรอคอยวันแห่งความสำเร็จ

โค้ชอ๊อด กล่าวว่า ทีมงานพยายามทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้นักกีฬาพัฒนาขึ้นและมีศักยภาพมากที่สุด โดยขับเคลื่อนการทำงานผ่านแนวคิด High Performance Team ซึ่งประกอบด้วยหลายภาคส่วน ทั้งทีมบริหาร ทีมสตาฟโค้ช ทีมวิทยาศาสตร์การกีฬา และทีมนักกีฬา

“เราทำงานกันด้วยมีสมาธิ เราตั้งใจในการทำงาน แล้วก็เราได้ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อให้ได้มีปัญญาที่ดี สำหรับการที่จะให้นักกีฬาทั้งทีมมี Performance โดยที่เราขับเคลื่อนผ่าน High Performance Team”

นอกจากนั้น โค้ชอ๊อดยังกล่าวขอบคุณผู้สนับสนุนทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงรัฐบาล คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย การกีฬาแห่งประเทศไทย ตลอดจนหน่วยงานต้นสังกัดของนักกีฬา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และหน่วยงานราชการต่าง ๆ ที่ให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการเตรียมทีมชาติ รวมถึงประธานสมาคมกีฬาต่าง ๆ ที่นักกีฬาสังกัดอยู่ ซึ่งเปิดทางและสนับสนุนนักกีฬาให้สามารถมาร่วมภารกิจทีมชาติได้อย่างเต็มที่

โค้ชอ๊อดย้ำว่า เป้าหมายที่ทุกคนตั้งเอาไว้สำเร็จแล้ว นั่นคือการคว้าตั๋วไปโอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่นครลอสแอนเจลิส ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ของวงการกีฬาไทย

“เป้าหมายของพวกเราก็ทำได้สำเร็จแล้ว ที่เราจะไปโอลิมปิกที่ LA กันปี 2028”

พร้อมมองว่า ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็น “ความสำเร็จครั้งมหัศจรรย์และยิ่งใหญ่ที่สุด” ของสมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย และกีฬาวอลเลย์บอลไทย และเชื่อว่าจะเป็นแรงส่งสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาวอลเลย์บอลไทยให้เติบโตและก้าวหน้ายิ่งขึ้นในอนาคต

อย่างไรก็ตาม โค้ชอ๊อดมองว่าภารกิจไม่ได้จบลงเพียงแค่การคว้าตั๋วโอลิมปิก แต่จากนี้ยังมีงานสำคัญในการสร้างนักกีฬารุ่นใหม่ขึ้นมาทดแทนรุ่นพี่ โดยในช่วง 2 ปีข้างหน้า ทีมชาติไทยจะต้องเปิดโอกาสให้นักกีฬารุ่นใหม่ได้เรียนรู้และเติบโต เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้ามาช่วยทีมในศึกโอลิมปิก 2028

“ในช่วงสองปีข้างหน้า เราคงจะต้องให้โอกาสน้อง ๆ นักกีฬาคนใหม่ที่จะเตรียมตัว แล้วก็เรียนรู้เติบโตในการที่จะมาช่วยพี่ ๆ ในปี 2028”

โค้ชอ๊อดเชื่อว่า การสร้างทีมสำหรับอนาคตจะต้องอาศัยความร่วมมือจากคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ นายกสมาคมฯ ทีมสตาฟโค้ชทีมชาติ และทีมวิทยาศาสตร์การกีฬา เพื่อร่วมกันพัฒนานักกีฬารุ่นใหม่ให้มีศักยภาพใกล้เคียงหรือสูงขึ้น และสามารถก้าวขึ้นมาทดแทนรุ่นพี่ได้ในอนาคต

ท้ายที่สุด โค้ชอ๊อดกล่าวขอบคุณแฟนกีฬาชาวไทยทุกคนที่คอยสนับสนุนและส่งกำลังใจให้ทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยมาโดยตลอด พร้อมขอให้แฟน ๆ ยังคงช่วยสนับสนุนนักกีฬารุ่นใหม่และทีมชาติไทยต่อไป

นอกจากนี้ยังกล่าวขอบคุณพี่น้องสื่อมวลชนทุกแขนงที่ช่วยนำเสนอเรื่องราวของทีมชาติไทยไปสู่สายตาประชาชน และยืนยันว่าทั้งนักกีฬาและทีมงานจะทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ในอนาคต ในฐานะตัวแทนทีมชาติไทย เพื่อสร้างผลงานและชื่อเสียงให้กับประเทศไทยต่อไป