“ธรรมนัส” นำทีมกล้าธรรมลงพื้นที่ปัว เร่งช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม-ดินโคลนถล่ม พร้อมจี้รัฐเร่งแผนบริหารจัดการน้ำ ขุดลอกแม่น้ำน่านและสาขา หวั่นปีหน้าท่วมซ้ำ

วันที่ 24 ส.ค.69 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม นำทีม สส.พรรคกล้าธรรม นำโดยนายอัครา พรหมเผ่า สส.พะเยา นายประสิทธิ์ โนทะ สส.น่าน เขต 2 และทีมงานมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า ลงพื้นที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน ติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและดินโคลนถล่ม ซึ่งสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ทั้งบ้านเรือน ถนน ระบบประปา บ่อน้ำ และสาธารณูปโภค ซึ่งเป็นวันที่ 6 แล้วหลังจากเกิดน้ำป่าไหลหลากเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2559
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีการระดมทรัพยากรจากหลายจังหวัดเข้าช่วยเหลือ ทั้งรถบรรทุกน้ำ รถแม็คโคร รถล้อขนดิน และทีมมูลนิธิธรรมมนัส พรหมเผ่า นำ รถโรงครัว 2 คัน พร้อมถังน้ำ 1,000 ใบ และถังเก็บน้ำขนาด 1,000 ลิตร จำนวน 300 ถัง รวมถึงประสานห้องน้ำเคลื่อนที่ เนื่องจากบ่อน้ำและระบบน้ำจำนวนมากถูกดินโคลนทับถมจนไม่สามารถใช้งานได้

ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส ได้สั่งการให้เครื่องจักรเร่งเปิดเส้นทาง ขนย้ายดินโคลนและเศษวัสดุ รวมถึงช่วยล้างทำความสะอาดบ้านเรือน ขณะเดียวกันรถบรรทุกน้ำและถังเก็บน้ำจะเข้าเติมน้ำให้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ส่วนรถโรงครัวจะจัดอาหารให้ผู้ประสบภัยและเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ภารกิจฟื้นฟูเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า นอกจากการช่วยเหลือเฉพาะหน้าแล้ว สิ่งสำคัญคือการแก้ปัญหาการบริหารจัดการน้ำของจังหวัดน่านอย่างเป็นระบบ โดยระบุว่า ขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดทำแผนบริหารจัดการน้ำและแผนขุดลอกไว้แล้ว จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมชลประทาน เร่งผลักดันโครงการที่มีความพร้อมโดยไม่ควรปล่อยให้ล่าช้า
“เรื่องสำคัญที่สุดคือการขุดลอกแม่น้ำน่านและแม่น้ำสาขา รวมถึงแหล่งกักเก็บน้ำ แม่น้ำน่านมีระยะทางกว่า 300 กิโลเมตร มีการวางแผนไว้แล้วว่าจุดไหนควรขุดลอก ทุกระยะประมาณ 30 กิโลเมตร ไปจนถึงจุดรับน้ำเขื่อนสิริกิติ์ หากไม่เร่งดำเนินการ ปีหน้าอาจเกิดน้ำท่วมในลักษณะเดิมอีก” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว
สำหรับแนวทางแก้ปัญหาน้ำอย่างยั่งยืน มีทั้งโครงการขุดลอกแม่น้ำน่านเร่งด่วน 18 จุด การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางในพื้นที่ลุ่มน้ำหลักและลุ่มน้ำสาขา เพื่อเพิ่มพื้นที่ชลประทานสำหรับการเกษตร การอุปโภคบริโภค ประมง และการท่องเที่ยว รวมถึงโครงการผันน้ำเลี่ยงเมืองน่านและเลี่ยงเมืองเวียงสา ระยะทางประมาณ 52 กิโลเมตร วงเงิน 24,000 ล้านบาท เพื่อช่วยตัดยอดน้ำก่อนเข้าสู่เขตเศรษฐกิจและชุมชนเมือง
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดก่อสร้างแนวป้องกันน้ำรอบโรงพยาบาลน่าน ระยะทางประมาณ 1.3 กิโลเมตร วงเงิน 69 ล้านบาท เพื่อเพิ่มความมั่นคงให้โรงพยาบาล ซึ่งรองรับประชาชนจำนวนมากในแต่ละปี
ร.อ.ธรรมนัส ยังเตรียมประสานหน่วยงานด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยและสังคม รวมถึงภาคเอกชน เข้าซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหาย เนื่องจากงบประมาณภาครัฐอาจไม่เพียงพอ พร้อมนำปัญหาที่พบจากการลงพื้นที่เข้าสู่การประชุมเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือเพิ่มเติม เราจะไม่ทอดทิ้งกันจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ทุกความช่วยเหลือมีความหมายกับพี่น้องผู้ประสบภัย เราจะอยู่เคียงข้างชาวปัว และช่วยกันฟื้นบ้าน ฟื้นเมือง ให้กลับมาได้อีกครั้ง


