หน้าแรกกระบวนการยุติธรรม“เสรีพิศุทธ์” ซัด อนุทินปมเขากระโดง จี้ กกต.เร่งเชือด

“เสรีพิศุทธ์” ซัด อนุทินปมเขากระโดง จี้ กกต.เร่งเชือด

เสรีพิศุทธ์ ให้ถ้อยคำ กกต. ยัน อนุทิน มีพฤติกรรมผิดจริยธรรมบุกรุก“ที่ดินเขากระโดง” – ฉะ กกต.ถลุงภาษีประชาชน โละรถเบนซ์-เก้าอี้ ก่อนซื้อรับ กกต.ใหม่ จวกเละไม่สำนึกว่าเงินมาจากหยาดเหงื่อชาวบ้าน

วันที่ 23 มิถุนายน 2559 เวลา 13.00 น.ที่สำนักงานคณะกรรมกรรมการการเลือกตั้ง ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เข้าให้ถ้อยคำต่อฝ่ายสืบสวนฯ ของสำนักงานกกต.กรณีก่อนหน้านี้ได้ยื่นคำร้องขอให้กกต. ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มท. และนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 (4) เนื่องจากไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากเหตุเพิกเฉยไม่ดำเนินการเพิกถอนที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ทั้งที่มีคำพิพากษาศาลปกครองว่าเป็นที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ตนได้ให้ถ้อยคำยืนยันตามคำร้องและพยานหลักฐานที่ได้ยื่น รวมถึงได้ส่งหลักฐานเพิ่มเติม และได้ให้ถ้อยคำเพิ่มเติมกับฝ่ายสืบสวนของ กกต.ในวันนี้ ไปว่าที่นายอนุทินอ้างว่าไม่ได้มีที่ดินที่เขากระโดง จ.บุรีรัมย์ แม้แต่ตารางนิ้วเดียว เพราะบ้านที่นายอนุทินมีชื่อพักอาศัยอยู่เป็นบ้านของนายเนวิน ชิดชอบ ดังนั้น จึงไม่ได้ทำอะไรที่ผิดกฎหมายนั้น ความจริงหลังปี58ที่มีการตั้งพรรคภูมิใจไทยและนายอนุทิน มีแนวความคิดจะลงเลือกตั้ง จึงย้ายภูมิลำเนาไปอยู่ในบ้านของนายเนวินที่บุรีรัมย์ ซึ่งมีที่ตั้งบุกรุกที่ดินของการรถไฟฯ โดนก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษานายอนุทิน อ้างได้ว่าไม่รู้ว่าที่ดินนั้นผิดกฎหมาย แต่ปี 2560 ศาลฎีกามีคำพิพากษาแล้วว่าที่ดินที่เป็นที่ตั้งของบ้านนายเนวิน และสนามแข่งรถเป็นที่ดินของการรถไฟ ซึ่งนายอนุทิน เป็นรัฐมนตรีแล้วจะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้ โดยควรตระหนักว่าตัวเองอยู่ในที่ที่ผิดกฎหมายต้องย้ายออก แต่ก็ไม่ดำเนินการ ซ้ำยังอยู่ต่อและลงเลือกตั้งเรื่อยมา

“แม้กระทั่งในปี 2566 ที่ศาลปกครองมีคำพิพากษาชัดเจนให้อธิบดีกรมที่ดินเพิกถอนด้วยแต่นายอนุทินก็ยังเพิกเฉย ทั้งที่มีคำพิพากษาทั้งศาลฎีกา ศาลปกครองถึง4 คำพิพากษา แล้วยังดื้ออยู่ตรงนั้นก็เพื่อที่จะปกป้องคุ้มครองผลประโยชน์ต่างๆของนายเนวินและพวกพ้อง และก็เท่ากับว่านายอนุทินก็บุกที่ดินของการรถไฟด้วย ซึ่งผมก็บอกกับเจ้าหน้าที่กกต.ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่คดีเกี่ยวกับตาสีตาสา ที่จะทำอะไรมันก็ไม่กระทบกับประเทศชาติ แต่นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี นายไชยชนกเป็นรัฐมนตรีดิจิทัลเศรษฐกิจและสังคม กำลังจะเอาภาษีคนไทยไปซื้อ TH-AI พันกว่าล้าน หากให้อยู่ต่อไปประเทศชาติจะยิ่งเสียหาย จึงขอให้กกต.รีบทำ เพราะที่ผมเอาหลักฐานมายื่นก็ชัดเจนอยู่แล้ว“

ส่วนที่อ้างว่ากรมที่ดินกำลังพิสูจน์สิทธิและเพิกถอนที่ดินเป็นรายแปลง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า เป็นการตะแบง ขอให้ไปอ่านคำพิพากษาศาลปกครองซึ่งเขียนไว้ชัดเจนอยู่แล้ว

พร้อมกันนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้เปิดโปงพฤติกรรมการใช้เงินงบประมาณแผ่นดินภายในสำนักงาน กกต. ที่ส่อไปในทางฟุ่มเฟือยเกินกว่าเหตุว่า ในระหว่างที่ตนเดินขึ้นไปบนอาคารเพื่อเข้าให้ถ้อยคำกับเจ้าหน้าที่นั้น สายตาได้เหลือบไปเห็นเก้าอี้ โต๊ะทำงาน และอุปกรณ์สำนักงานจำนวนมากวางกองรวมกันอยู่ ซึ่งสภาพของสิ่งของเหล่านั้นยังดูใหม่มาก จนตนหลงนึกว่าเป็นของเพิ่งสั่งซื้อมาใหม่ แต่เมื่อเอ่ยปากสอบถามเจ้าหน้าที่ กลับได้รับคำตอบที่น่าตกใจว่า เป็นของเก่าที่กำลังจะถูกขนเอาไปเปิดประมูลขายทอดตลาด

พล.ต.อ.เสริพิศุทธ์กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ไม่ใช่แค่โต๊ะเก้าอี้เท่านั้น แต่ยังมีรถยนต์หรูยี่ห้อเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประจำตำแหน่งของ กกต. อีก 8 คัน ซึ่งสภาพยังใหม่และใช้งานได้ดีเยี่ยม ก็กำลังจะถูกสั่งโล๊ะเพื่อนำไปประมูลทิ้งเช่นเดียวกัน เพื่อเตรียมที่จะอนุมัติงบประมาณจัดซื้อรถเบนซ์คันใหม่เอี่ยม รวมถึงมีการสั่งทำสีห้องทำงานใหม่ทั้งหมดเพื่อต้อนรับ กกต. ชุดใหม่ที่กำลังจะเข้ามา

“ผมฟังแล้วรู้สึกเสียดายเงินภาษีของพี่น้องประชาชนเป็นที่สุด ถลุงงบประมาณของประเทศชาติกันแบบนี้หรือ กกต. ไม่มีจิตสำนึกเลยหรือว่า โต๊ะ เก้าอี้ และรถยนต์หรูๆ เหล่านี้ มันล้วนมาจากเงินภาษีหยาดเหงื่อของประชาชนทั้งสิ้น” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวอย่างเดือดดาล

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า พฤติกรรมเช่นนี้สะท้อนถึงค่านิยมที่ผิดพลาดขององค์กรอิสระ ที่คิดว่าเมื่อมีผู้ดำรงตำแหน่งคนใหม่เข้ามาบริหาร ทุกอย่างรอบตัวตั้งแต่ห้องทำงาน ยันรถประจำตำแหน่งจะต้องถูกล้างบางเปลี่ยนใหม่หมดเพื่อเอาใจ โดยไม่คำนึงถึงความคุ้มค่าและสถานะทางการเงินการคลังของประเทศ

“ไม่ใช่ว่าเป็น กกต. เข้ามาใหม่ แล้วจะต้องเอารถเบนซ์คันใหม่เอี่ยม สีห้องทำงานก็ต้องสั่งทาทับเปลี่ยนใหม่หมดแบบนี้มันใช้ไม่ได้ ผมขอฝากเตือนสติไปยังผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องใน กกต. ทุกคนด้วย ให้หันกลับมาดูความเดือดร้อนของประชาชนบ้าง ไม่ใช่คอยแต่จะละเลงงบประมาณแผ่นดินเล่นตามใจชอบ” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวทิ้งท้าย

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img