วันที่ 15 มิ.ย. ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. และผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. และรอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดเผยสถิติคดีอาชญากรรมออนไลน์และผลการปฏิบัติงานในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 7-13 มิ.ย. 2569 หลังเร่งสืบสวนจับกุมขบวนการหลอกลวงออนไลน์และให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายอย่างต่อเนื่อง
จากข้อมูลพบว่า มีคดีที่ประชาชนแจ้งผ่านระบบ Thai Police Online จำนวน 5,391 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวม 155,426,345 บาท โดยจำนวนคดีเพิ่มขึ้นจากช่วงวันที่ 30 พ.ค.-6 มิ.ย. 2569 จำนวน 36 คดี ขณะที่มูลค่าความเสียหายเพิ่มขึ้นกว่า 27.4 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าอาชญากรรมออนไลน์ยังคงสร้างผลกระทบต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง
ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า การหลอกลวงเกี่ยวกับสินค้าและบริการยังคงเป็นประเภทคดีที่พบมากที่สุด มีจำนวนถึง 4,541 คดี คิดเป็นสัดส่วน 84.2% ของคดีทั้งหมด และก่อให้เกิดความเสียหายสูงกว่า 50.6 ล้านบาท
สำหรับพื้นที่ที่มีการแจ้งความออนไลน์มากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และปทุมธานี ขณะที่หากพิจารณาในด้านมูลค่าความเสียหาย พบว่า จ.ปทุมธานี มีมูลค่าความเสียหายสูงสุดกว่า 16 ล้านบาท ตามมาด้วยกรุงเทพมหานครกว่า 9.2 ล้านบาท และ จ.นนทบุรี กว่า 240,000 บาท
สำหรับผลการปฏิบัติงานของศูนย์ ACSC ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา สามารถประสานความร่วมมือกับสถาบันการเงินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนนำไปสู่การจับกุมขบวนการสแกมเมอร์ได้ 3 คดี จับกุมผู้ต้องหา 4 ราย แบ่งเป็นชาวไทย 2 ราย และชาวเวียดนาม 2 ราย พร้อมตรวจยึดเงินสดของกลางจำนวน 147,000 บาท
นอกจากนี้ ยังประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายได้อย่างทันท่วงที จำนวน 14 คดี สามารถระงับการโอนเงินก่อนเข้าสู่บัญชีมิจฉาชีพได้ถึง 16 ราย รวมมูลค่าความเสียหายที่ป้องกันไว้ได้กว่า 10 ล้านบาท พร้อมกันนี้ ศูนย์ ACSC ระบุว่า จากการวิเคราะห์รูปแบบการก่อเหตุของมิจฉาชีพในปัจจุบัน พบพฤติกรรมร่วมที่ชัดเจนในแทบทุกแผนประทุษกรรม คือ การชักชวนเหยื่อให้ย้ายไปพูดคุยต่อในแพลตฟอร์มอื่น เช่น Line หรือ Telegram โดยมิจฉาชีพมักเริ่มต้นจากการติดต่อผ่านแพลตฟอร์มหลัก อาทิ Facebook, TikTok, Instagram แอปพลิเคชันซื้อขายสินค้า หรือแอปพลิเคชันหาคู่ ก่อนอ้างเหตุผลต่าง ๆ เช่น ความสะดวก การแจ้งเตือนที่รวดเร็วกว่า หรืออ้างว่าจะมีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาดูแล จากนั้นจะพาเหยื่อเข้าสู่กลุ่มแชตลับที่มีแต่ “หน้าม้า” ทำหน้าที่สร้างความน่าเชื่อถือผ่านการรีวิวปลอม โชว์สลิปการโอนเงิน และภาพผลกำไรปลอม เพื่อสร้างแรงกดดันให้เหยื่อหลงเชื่อและยอมโอนเงินในที่สุด
จึงขอเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังต่อพฤติกรรม “ย้ายคุยนอกแอป” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลลวงยอดนิยมของมิจฉาชีพในปัจจุบัน หากมีการซื้อขายสินค้าหรือชักชวนลงทุนออนไลน์ และถูกขอให้ย้ายไปสนทนาผ่านแพลตฟอร์มอื่น ควรตั้งสติและตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจโอนเงินทุกครั้ง เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกหลอกเข้าสู่กลุ่มหน้าม้าเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือปลอม
หากพบเบาะแสหรือได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมออนไลน์ สามารถแจ้งความผ่านระบบออนไลน์ หรือโทรสายด่วน AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือและดำเนินการได้อย่างทันท่วงที

