วันที่ 2 มิถุนายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประเทศกัมพูชายื่นหนังสือแจ้งเตือนประเทศไทยและเลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อเริ่มต้นกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเชิงบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (UNCLOS) ภายหลังรัฐบาลไทยยกเลิก MOU 44 ทำให้กัมพูชาอ้างการคุยทวิภาคีเดินหน้าไม่ได้ว่า ยังไม่ได้รับทราบ และไม่ได้รับทราบว่าเกิดปัญหาอะไร ซึ่งเรื่องของ MOU 44 นั้น เราได้แจ้งแก่ผู้นำกัมพูชาตั้งแต่การประชุมสุดยอดอาเซียนที่ประเทศฟิลิปปินส์ โดยผู้นำกัมพูชาได้ยืนยันว่าได้รับทราบ และได้แจ้งกลับว่ารู้สึกผิดหวัง หลังจากนี้จะใช้ UNCLOS ในการดำเนินการต่อไป ซึ่งไม่ได้กำหนดว่าจะดำเนินการเมื่อใด
เมื่อถามว่าจะถูกมองว่าต่อหน้าและหลังฉากไม่เหมือนกันหรือไม่ นายกรัฐมนตรีถามกลับว่า “ใครมอง” แต่ตนไม่ได้มองแบบนั้น ก็มองว่าเหมือนกันหมด
ส่วนที่คนไทยมองว่าบนเวทีนานาชาติเป็นอีกอย่าง แต่การเดินเกมก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ประเทศไทยยังยืนอยู่บนหลักการของตน และยังไม่มีจุดไหนที่ทำให้ประเทศเสียเปรียบ พูดกันมาตลอดสัปดาห์เลยว่า เปิดด่าน เปิดนั่นเปิดนี่ แล้วมีไหมล่ะ กุเรื่องขึ้นมา บอกให้นักเรียนจากฝั่งกัมพูชาเข้ามาเรียน ส่วนฝั่งไทยเราก็เขียนเฟกนิวส์กันไปเรื่อย ต้องเดือดร้อนผู้ว่าฯ ที่ต้องมาชี้แจง ไม่มีใครชี้แจงได้ชัดเจนเท่าผู้ว่าฯ ที่ดูแลเรื่องชายแดน
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การที่เราไปเจรจากับนานาชาติ เวียดนามก็มาเยือนเรา และเราก็เพิ่งไปพบกับผู้นำฝรั่งเศส หรือผู้อำนวยการยูเนสโก ก็ไม่ได้มีปัญหา ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องมาปรับท่าที เพราะไม่มีใครหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาแม้แต่น้อย
ส่วนบุคคลที่สร้างเฟกนิวส์ขึ้นมาต้องการอะไร นายกรัฐมนตรีระบุว่า “มันคิดไม่ได้ ตนไม่เสียเวลากับคนพวกนี้อยู่แล้ว”
สำหรับการที่กัมพูชาพูดคุยกับนานาชาติมากขึ้น รัฐบาลไทยต้องมีการแก้เกมอย่างไรหรือไม่ นายกรัฐมนตรีถามกลับว่า “ทำไมต้องแก้เกม” เราดำเนินการในแบบของไทย ที่เรารับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชน และพยายามดำเนินการให้เป็นไปตามความต้องการของพี่น้องประชาชนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยไม่ทำให้ประเทศไทยเสียสถานะในเวทีนานาชาติ รวมถึงยังดำรงไว้ซึ่งอธิปไตย เกียรติภูมิ และความมั่นคง ตลอดจนความเป็นที่ยำเกรงของอริต่อประเทศของเรา ซึ่งเราก็มีหลักการในการดำเนินการอยู่แล้ว

