หน้าแรกกระบวนการยุติธรรมสนธิญา บุกมหาดไทย ทวงผลสอบปลัดภูเก็ต-ตามคดียุบมูลนิธิกันจอมพลังฯ ชี้ต้องตรวจสอบตามกฎหมายทุกประเด็น

สนธิญา บุกมหาดไทย ทวงผลสอบปลัดภูเก็ต-ตามคดียุบมูลนิธิกันจอมพลังฯ ชี้ต้องตรวจสอบตามกฎหมายทุกประเด็น

“สนธิญา สวัสดี” ยื่นหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทย ขอให้ตรวจสอบจริยธรรมอดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต พร้อมติดตามความคืบหน้าคำร้องขอให้ตรวจสอบและพิจารณายุบมูลนิธิ “กันจอมพลังช่วยสู้” หากพบการดำเนินงานไม่เป็นไปตามกฎหมาย ย้ำเป็นการปกป้องประโยชน์สาธารณะและความโปร่งใสในการใช้เงินบริจาคของประชาชน

วันที่ 2 มิถุนายน 2569 ที่กระทรวงมหาดไทย นายสนธิญา สวัสดี เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อติดตามและขอให้ดำเนินการตรวจสอบใน 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การตรวจสอบจริยธรรมของนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต และการติดตามความคืบหน้าคำร้องเกี่ยวกับมูลนิธิ “กันจอมพลังช่วยสู้”

นายสนธิญา กล่าวว่า ในส่วนของการตรวจสอบจริยธรรมอดีตปลัดจังหวัดภูเก็ตนั้น ขอให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาตรวจสอบพฤติกรรมและข้อเท็จจริงที่ถูกร้องเรียนในหลายประเด็น อาทิ การเป็นผู้ออกใบอนุญาตอาวุธปืนให้แก่บุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและการฟอกเงินในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส กรณีเคยถูกออกหมายจับโดยศาลอาญากรุงเทพใต้เมื่อปี 2565 การถูกส่งตัวกลับจากการปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. รวมถึงกรณีการถูกย้ายจากตำแหน่งปลัดจังหวัดภูเก็ตจากข้อกล่าวหาเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์

นอกจากนี้ ยังขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการนำแชตไลน์ที่อ้างว่าเป็นของอธิบดีกรมการปกครองมาเปิดเผยต่อสาธารณะ โดยตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดจึงนำมาเปิดเผยในช่วงเวลานี้ ทั้งที่เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2569 และผ่านมานานหลายเดือนแล้ว โดยเห็นว่าประเด็นดังกล่าวควรได้รับการตรวจสอบถึงข้อเท็จจริงและแรงจูงใจในการเปิดเผยข้อมูล

นายสนธิญา ระบุว่า บุคคลที่ดำรงตำแหน่งข้าราชการระดับสูงจำเป็นต้องมีมาตรฐานด้านจริยธรรมและความน่าเชื่อถือ หากมีข้อสงสัยหรือข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ ก็ควรได้รับการตรวจสอบอย่างรอบด้านเพื่อให้เกิดความชัดเจนต่อสังคม

ส่วนประเด็นที่สอง เป็นการติดตามความคืบหน้าคำร้องที่ได้ยื่นต่อกระทรวงมหาดไทยเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 เพื่อขอให้ตรวจสอบการดำเนินงานของมูลนิธิ “กันจอมพลังช่วยสู้” ว่าปัจจุบันเรื่องดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนใด และมีการดำเนินการตรวจสอบตามประเด็นข้อกฎหมายที่ร้องเรียนไว้หรือไม่

โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินบริจาค การดำเนินโครงการสาธารณประโยชน์ การรายงานรายรับรายจ่าย การปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยมูลนิธิ กฎหมายการเรี่ยไร และภาระทางภาษี รวมถึงกรณีการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด สายไฟฟ้า ตู้คอนเทนเนอร์ เสื้อเกราะ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ได้รับจากเงินบริจาคของประชาชน ว่าได้มีการส่งมอบให้แก่หน่วยงานภาครัฐอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นทางการหรือไม่

นอกจากนี้ ยังขอให้ตรวจสอบข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับสายไฟฟ้าและระบบกล้องวงจรปิดในพื้นที่เกาะอาดัง ว่าอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานราชการใด และมีการดำเนินการเป็นไปตามระเบียบของทางราชการหรือไม่

นายสนธิญา กล่าวว่า การดำเนินงานของมูลนิธิที่รับเงินบริจาคจากประชาชนจำนวนมาก จำเป็นต้องมีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรี่ยไร การจัดทำบัญชี การรายงานรายรับรายจ่าย การเสียภาษี และการแจ้งผลการดำเนินงานต่อหน่วยงานของรัฐ

ทั้งนี้ นายสนธิญา ยืนยันว่า การยื่นหนังสือในครั้งนี้เป็นการติดตามและทวงถามความคืบหน้าการดำเนินการของหน่วยงานรัฐตามกระบวนการกฎหมาย หากผลการตรวจสอบพบว่ามีการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ก็ขอให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ และหากพบว่ามูลนิธิดำเนินงานขัดต่อกฎหมาย ก็ขอให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยพิจารณาส่งเรื่องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย รวมถึงการยื่นต่อศาลเพื่อพิจารณายุบเลิกมูลนิธิต่อไป

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img