เวลา 13.25 น. วันที่ 28 เมษายน 2569 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา และนายทะเบียนพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการประชุมใหญ่พรรคในวันนี้ หลังมีข่าวว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกรรมการบริหารพรรค ว่า เราจะปรับโครงสร้างของพรรคใหม่ทั้งหมด หากมองย้อนกลับไปในรัฐบาลสมัยที่แล้ว พรรคกล้าธรรมเรามี สส.ทั้งหมด 24 คน แต่หลังจากการเลือกตั้งปี 2569 ที่ผ่านมา พรรคกล้าธรรมเรามี สส.เพิ่มขึ้นประมาณ 3 เท่า ดังนั้นหนึ่งในวิธีที่จะตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในแต่ละภาค นั่นคือเราจำเป็นต้องมีการปรับโครงสร้างใหม่ คงจะปรับในส่วนของผู้บริหารด้วย และเติมในส่วนของบุคลากรที่จะมาช่วยทำงานและดูแลในพื้นที่เป็นส่วนต่างๆ อย่างน้อยๆ ก็ 4-5 ภาค แต่ต้องมีคนรับผิดชอบดูแลในภาพรวม เพื่อที่จะพยายามขับเคลื่อนทั้งเรื่องการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนในแต่ละภูมิภาค หรือในเรื่องของการขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ที่พรรคกล้าธรรมโดยเฉพาะประธานที่ปรึกษาพรรค ร้อยเอ็ก ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ประกาศไว้ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา จึงเป็นที่มาให้สมาชิกในพรรคพูดคุยกันว่าเราขยายตัวขึ้นมากแต่บุคลากรก่อนหน้านี้อาจจะเอียงซ้ายเอียงขวา ณ วันนี้เราจะพยายามทำให้บุคลากรแต่ละคนมีความใกล้เคียงกัน เพื่อจะได้ทำงานได้และครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
เมื่อถามว่าโครงสร้างใหม่จะมีกรรมการบริหารพรรคกี่คน นายอรรถกร ระบุว่า เรื่องนี้ขึ้นอยูากับสมาชิกที่จะนำเสนอในวันนี้ แต่ตนก็ได้มีการพูดคุยกับสมาชิกคร่าวๆ ว่าคงจะประมาณ 20 คน
เมื่อถามว่าคนเก่าที่เป็นอดีต สส.แล้วไม่ได้รับเลือกมาเป็น สส.ครั้งนี้ จะมาเป็นกรรมการบริหารพรรคได้หรือไม่ นายอรรถกร เผยว่า เราเอาคนที่มีความพร้อม และสิ่งสำคัญคือมีใจอยากเข้ามาร่วมทำงานกับพรรค ตรงนี้เราไม่ได้แบ่งแยกว่าใครเป็น สส.หรืออดีต สส.แต่เรามองว่าทุกคนเป็นสมาชิกพรรค ดังนั้นทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเสนอตัวเข้ามาทำงาน
เมื่อถามว่าบทบาทของพรรคตอนนี้ ในส่วนการทำงานประสานกันกับฝ่ายค้าน พรรคกล้าธรรมจะมีบทบาทอย่างไรบ้าง นายอรรถกร กล่าวว่า ตนได้เปิดอกพูดกับตัวแทนจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน ตั้งแต่วันแรกที่มีการประชุมวิปฝ่ายค้านอย่างไม่เป็นทางการ ตนก็บอกตรงๆ ว่าแนวทางพรรคกล้าธรรมเป็นอย่างไร เราจะทำงานแบบตรงไปตรงมา แต่อะไรที่เราเห็นไม่ตรงกันกับเพื่อนที่เป็นตัวแทนจากพรรคฝ่ายค้านเราก็จะแจ้งว่าเราอาจไม่เห็นตรงกันกับเขา ก็ได้รับการตอบรับอย่างดีและทำงานร่วมกันได้ด้วยดีตลอดระยะเวลา 1-2 เดือนที่ผ่านมา ส่วนจะดีหรือไม่ดีนั้นก็ให้ทุกคนให้คะแนน
เมื่อถามอีกว่าเบื้องต้นทำงานกับพรรคประชาชนเป็นอย่างไรบ้าง นายอรรถกร ระบุว่า ก็ทำงานร่วมกันโดยไม่มีปัญหา อย่างที่ตนบอกวันแรกเราพูดกันตรงๆ คาแรกเตอร์ของสมาชิกพรรคกล้าธรรมโดยเฉพาะประธานที่ปรึกษาก็เป็นคนตรงไปตรงมา ทำให้เราเชื่อว่าการที่เราทำงานแบบตรงไปตรงมานั้นดีที่สุด แต่ละฝ่ายก็จะได้ไม่ต้องลำบากใจ ต้องคอยเดาว่าพรรคกล้าธรรมจะทำอย่างโน้นอย่างนี้ ซึ่งตนก็ทำตามที่ตนให้คำมั่นสัญญาไว้
ส่วนบทบาทของพรรคกล้าธรรมจะเป็นฝ่ายค้านแนวตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกหรือไม่ เพราะล่าสุดพรรคประชาชนจะตรวจสอบในเรื่องคำสั่ง ปปช. ของนายศักดิ์สยาม ในจุดยืนของพรรคก็ทำเรื่องอะไรบ้างนั้น นายอรรถกร ระบุว่า เรื่องนี้มีการคุยกันเมื่อช่วงเช้าในการประชุมวิปฝ่ายค้านอย่างไม่เป็นทางการ แต่ละพรรคการเมืองได้แสดงจุดยืนในเรื่องนี้ แต่ตนก็บอกไปตรงๆ ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ตนจะต้องเข้ามาคุยกับกรรมการพรรคก่อน จะต้องเข้ามาคุยกับสมาชิกก่อน ว่าเราจะมีแนวทางไปอย่างไร ซึ่งเขาก็ยินดีที่จะทำงานในลักษณะนี้ ดีกว่าให้ตนไปรับปากว่ายังไงก็เห็นด้วยแล้วเมื่อถึงเวลาก็ไปเปลี่ยน โดยเบื้องต้นจะรีบคุยเรื่องนี้ภายใน 1-2 วันนี้
ยังไม่ชัด! กล้าธรรม ส่งผู้ว่าฯ กทม. รอผู้บริหารชุดใหม่เคาะ
เวลา 13.25 น. วันที่ 28 เมษายน 2569 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา และนายทะเบียนพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงสนามการเลือกตั้งผู้ว่าฯ และ สก.กรุงเทพมหานคร ว่า เรื่องนี้รอคุยกับกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เพราะวันนี้เชื่อว่าจะมีการปรับเปลี่ยนผู้บริหารแล้วมาประเมินอีกครั้งว่าพรรคกล้าธรรมเราจะสู้ในสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานครหรือไม่
ส่วนจะมีแนวคิดอย่างไรหรือไม่นั้น นายอรรถกร กล่าวว่า ตนเป็นคนต่างจังหวัด ก็ตอบแทนเพื่อนสมาชิกจากกรุงเทพไม่ได้ แต่เชื่อว่าหากเราลงเราก็ต้องหาบุคคลที่มีความเหมาะสมที่สุด แต่หากเราไม่ลงเราก็คงมีเหตุผลที่จะชี้แจงสื่อมวลชนในภายภาคหน้า ซึ่งต้องดูความเหมาะสมทั้งสองฝ่ายทั้งตัวผู้สมัครและในส่วนของผู้บริหารพรรคชุดใหม่ด้วย
“อรรถกร” ชี้ ดราม่าทุเรียน 100 บาท มีทั้งบวก-ลบ ห่วงกระทบราคาชาวสวน – บอก ทำก็ได้ แต่ต้องคิดในมุมเกษตรกรด้วย
เวลา 13.25 น. วันที่ 28 เมษายน 2569 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา และนายทะเบียนพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นดราม่าทุเรียนลูกละ 100 บาท เหมือน รมว.พาณิชย์ คอนเฟิร์มให้ พิมรี่พาย ขณะที่ชาวสวนก็บอกว่าจะทำให้กระทบต่อตลาดของทุเรียน ในฐานะที่เคยดูกระทรวงเกษตรมองยังไงบ้าง ว่า ตนมองเรื่องนี้เป็นสองมุม ในเรื่องของความตั้งใจเราก็เห็นถึงความตั้งใจที่จะ promote สินค้า ซึ่งแน่นอนว่าทุเรียนเป็นหนึ่งในสินค้าผลไม้เศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับประเทศได้เป็นหลัก 100 ล้านบาท แต่การที่นำมาขายในราคาแบบนั้นก็จะมีผลกระทบ ในมุมของเกษตรกรที่เขาพยายามปรับราคาทุเรียนไทยให้เป็นพรีเมี่ยม ยิ่งพรีเมี่ยมก็ยิ่งราคาสูง แต่ในอนาคตก็คงมีการปรับให้เท่ากัน ในเรื่องนี้ตนก็เคยทำมาแล้วตอนนั้นลำไย ตนกับ ร้อยเอก ธรรมนัส ใช้อินฟลูฯ ในการที่จะไลฟ์สดขายลำไย ที่ขณะนั้นราคาไม่ดีเท่าไหร่ ซึ่งก็ได้คนกลางมาช่วยก็สร้างดีมานด์ได้ในระดับหนึ่ง แต่เมื่อระยะยาวก็คงได้แค่ 2 วันแรก ในฐานะที่เคยอยู่กระทรวงเกษตรสหกรณ์และพรรคกล้าธรรมก็รักพี่น้องเกษตรกร ก็อยากให้ดูแลพี่น้องเกษตรกร ทำก็ได้ แต่ต้องคิดในมุมมองเกษตรกรที่เขาประคบประหงมมาด้วย ทุเรียนเก็บปีละครั้งหากมาขายลูกละ 100 ตลอดไปก็เหนื่อย

