หลังจากที่เมื่อวานนี้ มีการจัดงานฌาปนกิจศพ(เผาหลอก)ของนายฐิติ หรือ “ตี๋” อายุ16 ปี เหยื่อฆาตกรรมจาก นายจีราวัฒน์ หรือเอก อายุ 58 ปี เจ้าของร้านทำผม ล่าสุดเมื่อเวลา 14.00น. วันที่ 23 เม.ย.69 นายจิรวัฒน์ ท้องช้าง หรือหนึ่งบางพัง ได้รวมตัวพากลุ่มเพื่อนของนายตี๋ กว่า10 คน เข้ามามอบกระเช้าให้กับทาง พ.ต.อ.อดิเรก ทองแกมแก้ว ผกก.สภ.ปากเกร็ด , พ.ต.ท.การุณย์ ลิมปิโรจนฤทธิ์ รอง ผกก.สส.สภ.ปากเกร็ด , พ.ต.ท.วิศิษฏ์ ชมเชย สว.สส.สภ.ปากเกร็ด และนายดาบ(เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน) ที่ถูกกล่าวหาว่ามีการรู้เห็นกับทางผู้ต้องหาในรายการโหนกระแสตามที่ทางเพื่อนตี๋มีการพูดไป ทั้งหมดจึงรวมตัวเข้ามากล่าวขอโทษว่ามีการเข้าใจผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจะขอถอนแจ้งความเรื่องที่มีการแจ้งความก่อนหน้านี้ว่า ตำรวจทำร้ายร่างกาย ซึ่งทุกคนต่างเข้าใจผิด และรู้สึกผิดที่กระทำเหตุชุลมุนในวันที่เกิดเหตุ จนทำให้เรื่องบานปลายขึ้น ซึ่งวันนี้ทุกฝ่ายต่างจบด้วยดี
หนึ่งบางพัง กล่าวว่า วันที่เกิดเหตุ เป็นเรื่องเข้าใจผิด ซึ่งตนเป็นผู้ใหญ่ เข้าใจทางกลุ่มเพื่อนตี๋หรือเด็กๆ ว่า ทุกคนต่างมีอารมณ์ที่เพื่อนตาย และวันเกิดเหตุตนพยายามห้ามแล้ว แต่เด็กๆอารมณ์ร้อน วันนี้ตนจึงเป็นตัวแทนเข้ามากราบขอโทษทางเจ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจเพราะไม่สบายใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และที่เด็กไปออกโหนกระแสพูดเรื่องบางอย่างเป็นการเข้าใจผิดวันนี้ได้ปรับความเข้าใจกับทางกลุ่มเด็กเรียบร้อยแล้ว และอธิบายการทำงานของทางเจ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เด็กฟังซึ่งทุกคนก็ยอมรับผิดและสำนึกผิดจึงเข้ามาขอโทษ
พ.ต.อ.อดิเรก ทองแกมแก้ว ผกก.สภ.ปากเกร็ด กล่าวว่า ตนเข้าใจ ว่าเพื่อนของผู้ตายรู้สึกอย่างไร ซึ่งตอนนั้นจะมีมีอารมณ์มากกว่าสติตนพยายามเข้าระงับเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว บางคนก็เข้าใจบางคนก็ไม่เข้าใจ ที่พยายามกันไม่ให้กลุ่มเด็กเข้ามาเพราะกลัวพยานหลักฐานภายในร้านถูกกลบ เพราะตนจะต้องหาความเป็นธรรมให้กับผู้ตาย ไม่ใช่เข้าข้างผู้ต้องหา และต้องป้องกันเหตุซึ่งหน้าอาจจะมีความรุนแรงปรากฏทางภาพสื่อบางช่อง ก็อยากจะอธิบายให้เข้าใจว่าทางเจ้าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องทำตามหน้าที่ วันนี้ทางกลุ่มเด็กได้เข้ามาขอโทษ ตนรู้สึกดีใจและไม่เอาเรื่องกับทางกลุ่มเด็กเพราะต้นเข้าใจความรู้สึกการสูญเสีย และเด็กทั้งหมดสำนึกผิดแล้วและเข้าใจการทำงานของตน หลังจากนี้หากใครมีพยานหลักฐานเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวให้เข้าเอาข้อมูลมาให้เจ้าพนักงานสอบสวนเพื่อจะดำเนินคดีกับทางผู้ต้องหาให้หนักกว่าเดิม
พ.ต.ท.การุณย์ ลิมปิโรจนฤทธิ์ รอง ผกก.สส.สภ.ปากเกร็ด กล่าวว่า ตนเข้าใจทั้งสองฝ่ายทั้งฝ่ายตำรวจและฝ่ายกลุ่มผู้เสียหาย วันนี้ต้องขอบคุณทางเด็กๆ ที่เข้ามาขอโทษและสำนึกผิดในสิ่งที่เกิดขึ้นซึ่งตนไม่ได้ติดใจอะไร เพราะเป็นการปฎิบัติหน้าที่ ตนต้องขอบคุณทางกลุ่มเด็กด้วยที่เอาข้อมูลมาให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้มีพยานหลักฐานสำคัญที่แจ้งเอาผิดกับทางผู้ต้องหาได้ และอยากฝากบอกพยานอื่นๆหากใครมีหลักฐานให้นำมาให้เพื่อจะดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
ส่วนทางด้านนายดาบ ได้ชีแจ้งกับทางกลุ่มเด็กว่า วันที่เกิดเหตุ ทางผู้ต้องหามีการโทรหา 191 หลังจากนั้น ทางเจ้าหน้าที่ 191 ได้โทรประสานชุดสืบสวนว่ามีเหตุแทงกันตาย ตนได้รับประสานมาจึงเข้าไผตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที ซึ่งพอไปถึงหน้างานได้เจอเจ้าหน้าที่กู้ภัยไปถึงเหตุก่อน ตนจึงตรวจสอบบริเวณรอบนอกพบว่า รถ จยย.ของผู้ตายจอดอยู่จึงตรวจสอบใต้เบาะรถจยย.ของผู้ตาย และเข้าไปดูภายในที่เกิดเหตุเพื่อสอบถามข้อมูลเบื้องต้น ซึ่งบางคนบอกว่าทำไมไม่ใส่กุญแจมือ ซึ่งตอนนั้นยังไม่สามารถทำได้เพราะผู้ต้องหามอบตัวและทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้หลักฐานของพยาน จึงทำให้คนเข้าใจผิด ส่วนตัวตนแล้วตนไม่ได้ติดใจเอาความแต่แค่รู้สึกว่าตนได้รับความเสียหายที่ถูกไปพูดในรายการโหนกระแสว่าตนเป็นกุนซือในคดีนี้ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรผิด

