หน้าแรกกระบวนการยุติธรรมACSC เปิดสถิติสัปดาห์เดียวคดีออนไลน์พุ่ง 7,750 คดี เสียหายกว่า 428 ล้าน ลุยช่วยเหยื่อทัน 52 ราย

ACSC เปิดสถิติสัปดาห์เดียวคดีออนไลน์พุ่ง 7,750 คดี เสียหายกว่า 428 ล้าน ลุยช่วยเหยื่อทัน 52 ราย

ACSC เปิดสถิติสัปดาห์เดียวคดีออนไลน์พุ่ง 7,750 คดี เสียหายกว่า 428 ล้าน ลุยช่วยเหยื่อทัน 52 ราย จับแก๊งบัญชีม้าสมุทรปราการพบ “หลอกซื้อขายสินค้า” ยังครองอันดับ 1 มากสุด ขณะความเสียหายรวมลดลง 4.4% ผู้หญิงตกเป็นเหยื่อเสี่ยงสูงสุด

เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 2569 ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. และผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. และรอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดเผยสถิติคดีอาชญากรรมออนไลน์ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีการสืบสวนจับกุมและช่วยเหลือผู้เสียหายจากการถูกหลอกลวงอย่างต่อเนื่อง

โดยช่วงวันที่ 8–14 มี.ค. 2569 มีคดีที่รับแจ้งผ่านระบบ Thaipoliceonline จำนวน 7,750 คดี มูลค่าความเสียหายรวม 428,838,447 บาท เพิ่มขึ้นจากช่วงวันที่ 1–7 มี.ค. 2569 จำนวน 71 คดี อย่างไรก็ตาม มูลค่าความเสียหายลดลง 19,720,389 บาท หรือคิดเป็นลดลงประมาณ 4.4% จากการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า คดีที่มีการแจ้งเข้ามามากที่สุดยังคงเป็น การหลอกซื้อขายสินค้าหรือบริการ จำนวน 5,399 คดี สะท้อนให้เห็นว่าเป็นภัยใกล้ตัวที่เกิดขึ้นบ่อยในชีวิตประจำวัน โดยคนร้ายมักหลอกเหยื่อจำนวนมาก แม้มูลค่าความเสียหายต่อคดีไม่สูงนัก แต่ส่งผลกระทบในวงกว้าง

ส่วนอันดับ 2 เป็น การหลอกให้โอนเงินเพื่อทำงานหรือหารายได้พิเศษ และอันดับ 3 เป็น การข่มขู่ทางโทรศัพท์แอบอ้างบุคคล ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับสัปดาห์ก่อนหน้า ขณะที่หากพิจารณาตามมูลค่าความเสียหาย พบว่าอันดับ 1 คือ การหลอกให้ลงทุน โดยในสัปดาห์นี้ความเสียหายลดลงกว่า 16.3 ล้านบาท อันดับ 2 คือ การหลอกให้ทำงาน ซึ่งสถานการณ์ดีขึ้นอย่างชัดเจน ความเสียหายลดลงเกือบ 8.6 ล้านบาท และอันดับ 3 คือ การข่มขู่ทางโทรศัพท์แอบอ้างบุคคล ที่แซงการหลอกขายสินค้าขึ้นมา แต่ความเสียหายก็ลดลงกว่า 8.5 ล้านบาท ถือเป็นสัญญาณบวก

นอกจากนี้ การวิเคราะห์ข้อมูลผู้เสียหายยังพบว่า ผู้หญิงยังคงตกเป็นเหยื่อมากกว่าผู้ชาย เช่นเดียวกับสัปดาห์ก่อนหน้า และกลุ่มอายุที่ตกเป็นเหยื่อมากที่สุดคือ ช่วงอายุ 31–40 ปี โดยพบมากในคดีหลอกซื้อขายสินค้า คดีหลอกให้โอนเงินทำงานหารายได้พิเศษ รวมถึงคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีลักษณะอื่น ๆ

ทั้งนี้ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ศูนย์ ACSC ได้รับแจ้งเหตุและประสานการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้าช่วยเหลือเหยื่ออย่างเร่งด่วน รวมตรวจสอบทั้งหมด 16 เคส สามารถระงับการโอนเงินก่อนตกถึงมือมิจฉาชีพได้ 52 ราย คิดเป็นมูลค่ากว่า 4,984,900 บาท และสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ 3 คดี สำหรับเคสการช่วยเหลือที่น่าสนใจ เจ้าหน้าที่ Warroom ศูนย์ ACSC ได้ประสานตำรวจ สภ.มารวิชัย จ.พระนครศรีอยุธยา เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายอย่างเร่งด่วน หลังพบพิรุธถูกหลอกให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ มูลค่าความเสียหายสูงถึง 1 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมให้คำแนะนำผู้เสียหายให้หยุดโอนเงินทันที รวมทั้งแนะนำขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อแจ้งความดำเนินคดี ขณะเดียวกัน ยังมีอีกหนึ่งคดีที่น่าสนใจคือ เจ้าหน้าที่ตำรวจกก.สืบสวน ภ.จว.สมุทรปราการ สามารถจับกุมขบวนการบัญชีม้าได้ครบวงจรจำนวน 4 ราย ประกอบด้วย นายกัมนาท (เจ้าของบัญชีม้า), น.ส.วรรณิภา และนายธนรัตน์ (ผู้ควบคุมบัญชี) และ น.ส.นันติตา (ผู้จัดหาบัญชีม้า)

ขณะกำลังรอถอนเงินภายในธนาคารแห่งหนึ่งในห้างสรรพสินค้า จ.สมุทรปราการมจากการตรวจสอบพบของกลางเป็นเงินสด จำนวน 90,000 บาท ซึ่งถูกถอนออกมาจากตู้เอทีเอ็มหน้าธนาคารก่อนหน้านี้ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า มีเงินจำนวน 250,000 บาท ถูกโอนเข้าบัญชีของนายกัมนาท จึงเดินทางมาถอนเงินสดที่หน้าเคาน์เตอร์ธนาคาร แต่เนื่องจากมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก น.ส.วรรณิภา จึงนำบัตรเอทีเอ็มไปกดเงินสดออกมาก่อนบางส่วน จำนวน 90,000 บาท เพื่อความรวดเร็ว

ขณะกำลังดำเนินการ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบและจับกุม พร้อมยึดของกลางดังกล่าว ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมขยายผลถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img